ข่าว

“อภิสิทธิ์"วอนใช้สภาแก้ไข-วิกฤติบ้านเมือง

“อภิสิทธิ์"วอนใช้สภาแก้ไข-วิกฤติบ้านเมือง

04 พ.ค. 2552

“อภิสิทธิ์"วอนทุกฝ่ายใช้เวทีสภาร่วมแก้ไขรธน.และวิกฤติที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ยอมรับความเห็นยังไม่ตรงกันและเชื่อจะไม่เป็นชนวนความขัดแย้ง

(4พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่กลุ่มเสื้อแดงเตรียมไปชุมนุมระหว่างประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนว่า “ เห็นเขาว่าเขาจะไม่ไปไม่ใช่หรือ ความจริงมันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปประท้วงในการประชุมอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เลย ผมย้ำอีกครั้งว่าประเด็นต่าง ๆ ที่อยากจะเรียกร้องซึ่งเป็นเรื่องภายในของเราก็สามารถที่จะมาดำเนินการพูดคุยกันได้อยู่แล้ว ”
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่าทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิป (พธม.)ก็ประกาศจะออกมาแสดงพลังเพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนอยากเชิญชวนทุกภาคส่วนว่าขณะนี้เรามีคณะกรรมการของสภา 2 ชุดคือ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง   ซึ่งสภาก็ต้องเปิดกว้างก็ขอให้เข้าไปช่วยกันแสดงความคิดเห็นในกรอบตรงนั้นดีกว่า
 
 ต่อข้อถามที่ว่าแต่ปัญหาคือความไม่มั่นใจในตัวคณะกรรมการของสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคิดว่ากรรมการฯจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตนเชื่อว่ากรรมการฯของสภาหนีไม่พ้นที่จะต้องไปรับฟังประชาชนอย่างค่อนข้างเป็นระบบ และสุดท้ายผู้แทนของประชาชนจะต้องเป็นคนตัดสินใจซึ่งก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งถ้าหากเรามีกระบวนการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ก็อยากจะส่งเสริมอย่างเต็มที่
 
 เมื่อถามว่าทางส.ส.พรรคเพื่อไทยก็ไม่มั่นใจในตัวของนายดิเรก ถึ่งฝั่ง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราได้มีการคัดเลือกกรรมการจากคนที่คิดว่ายอมรับกันได้ เพราะนายชัย  ชิดชอบ  ประธานสภาเองก็บอกว่าจะดูให้อย่างดีที่สุดและตนคิดว่าจากการที่ไม่เลือกจากฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ไปเลือกทางสมาชิกวุฒิสภาก็เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่ามันมีความเป็นกลางอยู่
 
 ต่อข้อถามว่าให้ความมั่นใจต่อสังคมได้หรือไม่ว่าสุดท้ายถ้า ส.ส.รัฐบาลต้องตัดสินใจยกมือแล้วจะไม่ใช่เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนบอกไปแล้วว่ายังเป็นเรื่องที่ยังต้องฟังความคิดเห็นอีกมาก อย่าเพิ่งไปสรุปหรือคิดว่ามีธงอยู่ตรงไหนอย่างไร ส่วนตัวของตนก็บอกไปอย่างชัดเจนแล้วว่าการตัดสินทั้งหมดต้องเป็นประโยชน์ต่อระบบไม่ใช่เรื่องตัวบุคคลหรือเกี่ยวข้องกับบุคคล
 
 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายดิเรก เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ยกเลิกรัฐมนตรีในมาตรา 237 ที่เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องไปฟังเหตุผลว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และต้องฟังเสียงของกรรมการทั้งหมดด้วย
 
 เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศเตรียมออกมาแสดงพลังคัดค้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่จะออกมาเคลื่อนไหวอะไรขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในกรอบของกฎหมาย และอยากเชิญชวนให้มาใช้เวทีของสภา ที่มีการตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาให้มากที่สุด ส่วนที่พันธมิตรฯยืนยันไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมนั้นก็เป็นความเห็นที่ต้องรับฟัง ทุกความเห็นต้องรับฟังและมาแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะไปตัดความคิดเห็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขณะเดียวกันก็ต้องฟังความเห็นของคนอื่นด้วย
 
 เมื่อถามว่าสุดท้ายจะกลายเป็นการเผชิญหน้าทางความคิดอีกครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความคิดมันไม่ตรงกันอยู่แล้วมันจึงมีความขัดแย้งมาแต่เราต้องช่วยกันทำให้สังคมสามารถที่จะหาข้อยุติความขัดแย้งทางความคิดด้วยวิธีการและระบบที่มีความเป็นธรรม และไม่ส่งผลกระทบในแง่ของความรุนแรง ส่วนตัวไม่คิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นชนวนความขัดแย้งอีกรอบ เพราะความขัดแย้งทางความคิดนั้นมันมีอยู่แล้ว อยู่เบื้องหลังของความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่าง ๆ อยู่แล้ว วันนี้เราพยายามหากระบวนการหาทางออกโดยไม่มีความรุนแรงตนคิดว่าน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
 
 “ความขัดแย้งมันมีอยู่แล้วทุกภาคส่วนในสังคม วันนี้เรากำลังหาเวทีที่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้ง ก็จำเป็นที่ต้องนำความขัดแย้งมาวางกันบนโต๊ะและกางดูให้ทุกคนได้เห็น ดีกว่าจะปล่อยให้อยู่ในใจคนและเป็นตัวขับเคลื่อนในการเคลื่อนไหวต่าง ๆ และนำไปสู่การเผชิญหน้าและความรุนแรง ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ทุกครั้งในการแก้ไขรัฐธรรนูญมักเกิดวิกฤติใหม่อีกรอบ ครั้งนี้มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เสมอไปการแก้รัฐธรรมนูญในอดีตหลายครั้งก็ประสบความสำเร็จไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งครั้งนี้ก็อยู่ที่การรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายและใช้เหตุใช้ผลมาพูดคุยกัน