
สละเลือดช่วยผู้ประสบภัย
สละเลือด ช่วยผู้ประสบภัย
เมื่อความต้องการเลือดมีมากขึ้น รวมพลังจิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล บิ๊กซี จึงจับมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมปฏิบัติการจิตอาสาระดมกำลังร่วมบริจาคโลหิตทุกกรุ๊ปเพื่อนำไปช่วยผู้ป่วยที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทั้งส่งมอบโลหิตจำนวน 9 ล้านซีซีที่ได้เริ่มจัดกิจกรรมมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษามหาราชา แนะผู้หญิงอยากผิวสวยบริจาคโลหิตช่วยได้จริง
สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการกำกับการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เป็นประธานในพิธีส่งมอบโลหิตจำนวน 9 ล้านซี.ซี. ซึ่งได้จากการรวมพลังของพนักงานบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลและบิ๊กซี ตลอดจนพันธมิตรที่ระดมกำลังกันบริจาคโลหิตตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้ร่วมปฏิบัติการจิตอาสาบริจาคโลหิตเพื่อช่วยผู้ป่วยที่ประสบอุทกภัยโดยมีประชาชนเข้ามาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก
งานนี้ได้จิตอาสาคนดัง อย่าง สิริมา อรชร รองนางสาวไทยอันดับ 2 ประจำปี 2553 ที่มาร่วมงานและส่งกำลังใจให้ผู้บริจาคโลหิตเพราะตัวเธอเองไม่สามารถบริจาคโลหิตได้เนื่องจากมีโลหิตกรุ๊ปพิเศษเอบี แต่เธอก็ทำหน้าที่เชิญชวนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาร่วมบริจาคกันอย่างเข้มแข็ง เห็นหน้าสวยๆ และรอยยิ้มของเธอก็หายเหนื่อย ในขณะที่นางสาวไทยรุ่นพี่ อย่าง "บุ๋ม" ปนัดดา วงศ์ผู้ดี จิตอาสาที่มาทำหน้าที่พิธีกรของงาน และเป็นขาประจำที่ร่วมบริจาคให้สภากาชาดไทย โดยครั้งนี้มาพร้อมกับแฟนหนุ่มติ๊งโน้ต ที่พร้อมใจกันบริจาคคู่กันอยู่ข้างๆ
สำหรับข้อดีของการบริจาคโลหิตนั้น ประการสำคัญนอกจากจะเป็นการสละส่วนหนึ่งของร่างกายเป็นทานบริจาคที่หาได้ยาก และยากที่จะกระทำได้ ดังนั้นจึงถือกันว่าการบริจาคโลหิตเป็นทานบริจาคที่ได้ทำกุศลสำคัญอย่างหนึ่ง เนื่องเพราะผู้ที่จะบริจาคได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และมีคุณภาพของโลหิตที่ดี นอกจากนี้การบริจาคโลหิตทุกๆ 3 เดือน ยังช่วยทำให้ระบบโลหิตหมุนเวียนในร่างกายมีการสร้างเซสล์เม็ดเลือดขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดเวลา
โดย พ.อ.น.พ.ดำรง เชี่ยวศิลป์ ที่ปรึกษาศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย ได้กล่าวสรุปว่า การเตรียมพร้อมร่างกายให้สามารถบริจาคโลหิตได้นั้นเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย ขณะนี้สภากาชาดไทยอยู่ในภาวะขาดแคลนเลือดซึ่งไม่ได้เกี่ยวว่ามีน้ำท่วมครั้งใหญ่แล้วทำให้เลือดขาดแคลน ปกติเลือดนั้นขาดอยู่แล้ว ประเทศไทยยังบริจาคน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอี่นๆ คิดเป็นสัดส่วน องค์การอนามัยโลก คิดเป็นสัดส่วน 3% คิดเป็น 100 คนต้องบริจาค 3 คน ไต้หวัน 11 คนจาก 100 คน ญี่ปุ่น 5% ของประชากร ส่วนคนไทย 60 ล้านคน ก็ต้องมีคน 1 ล้าน 6 แสนคน ที่สภากาชาดไทยมีคนบริจาคต่อปี 3 แสนคน ปรากฏว่าบริจาคประจำ 2 แสนคนหมายถึงบริจาคมากกว่า 1 ครั้ง อีก 1 แสนคนบริจาคแค่ 1 ครั้งต่อปี พบว่า 80% บริจาคครั้งเดียว ซึ่งเราจะต้องหาวิธีที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพเลือดที่ดีเพื่อบริจาคให้ผู้อื่นขณะเดียวกันก็เป็นการสำรองเลือดให้ตัวเองในยามเจ็บป่วยหรือในยามจำเป็นในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจและมีความพร้อมที่จะบริจาคโลหิตสามารถเดินทางไปบริจาคได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ โทร. 0-2263-9600-99 ต่อ 1150-2



