ข่าว

หลังน้ำลดแล้วเราจะต้องทำอะไรกันบ้าง

หลังน้ำลดแล้วเราจะต้องทำอะไรกันบ้าง

24 พ.ย. 2554

สวัสดีเศรษฐกิจ : หลังน้ำลดแล้วเราจะต้องทำอะไรกันบ้าง

             ในช่วงเวลาที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านไป จากเหตุมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในหลายพื้นที่กว่า 30 จังหวัด ไม่นับรวมกรุงเทพมหานครที่เป็นศูนย์รวมทุกอย่างของประเทศไทย มหันตภัยที่เกิดกับประเทศไทยในครั้งนี้เปรียบได้กับสึนามิน้ำจืดที่พัดพา ไหลบ่าท่วมทั้งชีวิต ความเป็นอยู่ และการทำมาหากิน ไม่เว้นแม้แต่การนำเข้า-ส่งออก การขนส่งสินค้า ล้วนกระทบไปหมด

             มีบางท่านพูดถึงขนาดว่าเสียกรุง เสียศูนย์ ล้มเหลวในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง จิตวิญญาณของผู้คน บางท่านนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เราทุกคนได้ประสบมาตลอดว่า "เป็นทศวรรษที่สูญเปล่าของประเทศไทย" และหากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ "มันเป็น 10 ปีที่ไม่มีอะไรดีเลยสำหรับเมืองไทย" อาการโรคซ้ำ กรรมซัด วิบัติเป็น ไม่เห็น ที่พึ่งพาจะอาศัย ที่ถูกตั้งเป็นคำถามระงมของผู้คนในระหว่างผจญกับเภทภัยที่ยังเถียงกันไม่จบว่าเป็นมหาภัยธรรมชาติอย่างเดียวหรือเป็นภัยธรรมชาติขนาดมหึมาบวกกับการไม่วางแผนบริหารจัดการผสมกัน หรืออะไรกันแน่นั้น...

             ในมุมมองของผมคิดว่าเราทุกคนทุกท่าน ทุกหมู่เหล่าต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ต้องก้าวข้ามไปให้หมด เหมือนการเก็บกวาดบ้าน ชะล้างสิ่งที่ไม่ดี ใจต้องให้นิ่งเพราะทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมลงและดับไป เราทุกคนต้องหันมาเริ่มต้น ต่อสู้กันต่อไป เพราะเราท่านทุกคนอยู่กับปัจจุบันและอนาคตจะจมปลักกับอดีตไม่ได้เด็ดขาด...ทุกชีวิตต้องเดินต่อไปนั่นเป็นประการแรกสุด หากหาตัวอย่างในการพลิกฟื้นไม่ได้ก็ให้หันมองไปที่ประเทศญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาสึนามิที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเราเป็นกรณีศึกษา

             ประการต่อมาผมคิดว่าเราต้องมาตั้งคำถาม...หลังน้ำลดว่าแล้วเราหรือประเทศอันเป็นที่รักของเราจะต้องทำอะไรกันบ้าง มันมีเรื่องสำคัญอะไรกันบ้างที่ต้องทำ เรื่องใดต้องทำก่อน ทำหลัง เรื่องใดต้องทำช้าหรือทำเร็วในเรื่องเฉพาะเศรษฐกิจ ผมมีความเห็นที่ขอเสนอและท่านผู้อ่านอาจนำไปคิด-ขยายผลต่อตามสะดวกดังนี้

เรื่องที่ต้องทำเร็วและต้องทำมากให้เห็นชัดเจน

             การสร้างความมั่นใจให้แก่ประเทศคู่ค้าว่า มันจะต้องไม่เกิดขึ้นแบบนี้อีก นั่นหมายถึงการมีแผนฉุกเฉินระดับชาติเหมือนที่เอกชนมีแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ - BCP (Business Continuality Plan) การจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานการป้องกันภัยพิบัติที่ทำให้ผู้รับประกันภัยทางธุรกิจเขายอมรับว่าเขาสามารถให้บริการประกันภัยกับธุรกิจในประเทศไทย ในอัตราค่าบริการที่ทำให้ธุรกิจไทยเดินต่อไปได้ (ไม่ใช่คิดเบี้ยประกันแบบไม่อยากรับประกัน) และการปรับปรุงระบบการขนส่งและกระจายสินค้าทั้งการขนคน ขนของ ขนความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นระบบราง-ไม่ใช่ราง บนบก ในอากาศหรือบนน้ำ...ภาษาชาวบ้านคือต้องสะเด็ดน้ำ จัดหนัก จัดเต็ม เอาให้จบ...ไม่มีโอกาสไหนดีกว่าครั้งนี้แล้ว

             การเยียวยา แก้ไข ฟื้นฟู ปรับปรุง ในเรื่องความเป็นอยู่ ชีวิตที่จะเดินต่อ และทรัพย์สินของผู้สูญเสียไปแล้ว ต้องเร่งให้เห็นผลโดยเร็วจะต้องทำอะไรก็รีบทำมุ่งให้ความอยู่ดีมีสุขกลับคืนมาโดยเร็ว ถ้ายังนึกแนวทางไม่ออกผมแนะว่าทำแบบที่ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ คือ "ชนแล้ว มาเร็ว เคลมเร็ว" แบบที่มีการโฆษณาประกันภัยกัน เพราะความคุกรุ่นของความไม่พอใจจะเป็นพลังงานสะสมเหมือนภูเขาไฟรอประทุ จนท้ายที่สุดคือระเบิดออกมา

             จัดการไม่ให้มนุษย์พันธุ์ NATO-No Action Talk Only ได้ออกมามีบทบาทเช่นการไม่ให้ความสำคัญ การไม่สื่อสารถึง การไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการใดๆ หรือไม่เปิดโอกาสให้เข้ามามีกิจกรรมร่วม เพราะประเทศจะเจริญได้ไม่ใช่เพราะไปทำลายพวกนี้ แต่ต้องให้สังคมเข้มแข็งที่จะกีดกัน ขัดขวางไม่ให้เผ่าพันธุ์นี้มีที่ยืน นั่ง หรือนอน

-------------------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : หลังน้ำลดแล้วเราจะต้องทำอะไรกันบ้าง)