
'ยงยุทธ'ลั่นไม่ลอยแพ'ประชา'
'ยงยุทธ' ลั่น ไม่ลอยแพ 'ประชา' เตรียมช่วยแจงศึกซักฟอก ยอมรับ ปภ.มีความขัดแย้ง แจงย้าย อดีต'ปลัดคค.' เพราะห่วงความรู้สึกปชช. รับไม่รู้จะแก้ไขน้ำท่วมอย่างไร เพราะไม่ได้เรียนมาด้านนี้ พร้อมช่วยเหลือเยียวยา ชี้น้ำท่วมภาคใต้ 'มาไวไปไว'
23 พ.ย.54 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการช่วยเหลือพล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และผอ.ศปภ. ในการชี้แจงข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องการจัดซื้อถุงยังชีพว่า ตนพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือพล.ต.อ.ประชา และไม่ใช่เฉพาะกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ทุกกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เพราะเป็นการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่ท่านหนึ่งท่านใดที่ต้องรับผิดชอบโดยเฉพาะ เมื่อรัฐมนตรีท่านหนึ่งท่านใดถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่เหลือจะต้องช่วยสนับสนุนข้อมูลให้ทันท่วงที และถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำตัวเลขการสั่งซื้อถุงยังชีพจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ของรัฐบาลชุดที่แล้วมาเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่อยากที่จะพูดถึงเรื่องอดีต เอาเป็นว่ารัฐบาลปัจจุบันก็ต้องทำให้ดีที่สุด โดยจะชี้แจงว่าส่วนที่ตนรับผิดชอบ คือเรื่องกองทุนภาษีอากรที่ประชาชนชำระให้รัฐบาล ซึ่งประชาชนจะไม่ทราบว่าเงินที่ชำระให้รัฐบาลเขาเอาไปทำอะไรบ้างเวลาจ่ายภาษี แต่เงินที่บริจาคให้กองทุน ประชาชนจะทราบเลย และเขาตั้งใจเลยว่าเงินก้อนนี้เขาจะเอาไปช่วยผู้ประสบอุทกภัย เพราะการทุจริตนอกจากจะเป็นการผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นบาปอีกด้วย
นอกจากนี้ นายยงยุทธ ยังยอมรับว่า มีความขัดแย้งกันในปภ.จริง เมื่อมีความขัดแย้งในกันหน่วยราชการ เอกสารต่าง ๆ ก็หลุดรั่วไป จะลงโทษใครก็ทำไม่ได้ เพราะไม่ชัดเจน แต่ที่กระทรวงมหาดไทยตนได้ส่งเรื่องให้กับกรมสอบสวนพิเศษ (DSI) เพื่อจะได้หาข้อยุติให้ได้โดยเร็ว ตอนนี้ก็กำลังสอบกัน ประธานกรรมาธิการป.ป.ช.ของสภาก็กำลังสอบกันอย่างละเอียด ส่วนจะได้ผลสรุปก่อนวันอาทิตย์นี้หรือไม่ก็จะพยายามจะให้เร็วที่สุด แต่ไม่อยากจะไปกำหนดวัน และเมื่อผลการสอบออกมาก็ต้องคอยดูมาตรการที่จะใช้ในช่วงนั้นอีกครั้งหนึ่ง
“ศปภ.เองก็เคยมีการสอบสวนมาแล้วครั้งหนึ่ง มีคุณยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ ซึ่งอยากจะถามสื่อก่อนว่า ผลการตรวจสอบมันออกมาว่าไม่มีใครทำผิดในเรื่องการจัดซื้อถุงยังชีพ แล้วสื่อเชื่อหรือไม่ ก็ไม่เชื่อ ถ้าไม่เชื่อแล้วมาบอกให้กระทรวงมหาดไทยทำไมไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนล่ะ ซึ่งถ้าตั้งแล้วมีผลสอบสวนออกมาจะเชื่อกันหรือไม่ สำหรับการตรวจสอบภายในเราตรวจสอบอยู่แล้ว ข้อมูลแบบนี้รัฐมนตรีจะต้องมีอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะมาทำงานตรงนี้ได้อย่างไร”นายยงยุทธ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลชุดก่อนกับชุดปัจจุบันมีการจัดซื้อถุงยังชีพแตกต่างกันอย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่มีความเห็นสำหรับคนอื่น จะมีความเห็นสำหรับสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำเท่านั้น โดยยืนยันว่าจะสนับสนุนพล.ต.อ.ประชาต่อไป ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในครม.ก็มีการพูดคุยเรื่องนี้ และเราก็เชื่อว่าพล.ต.อ.ประชาก็คงจะตอบคำถามทั้งหมดได้ และความเห็นของพรรคทั้งหมดก็คงจะเป็นแนวทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่า พล.ต.อ.ประชาไม่ได้ขอความช่วยเหลือในที่ประชุมครม. และตนก็ไม่ทราบว่าคำพูดในที่ประชุมออกไปได้อย่างไร
“คำพูดที่ออกไปก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่พูดกันในที่ประชุมครม. คนที่เอาไปเล่าก็คงจะตกหล่นและไม่ตรงกับสิ่งที่ได้พูดกัน ก็ถือโอกาสชี้แจงให้ทราบว่าท่านประชาไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากที่ประชุมครม.ดังที่เป็นข่าว เป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ประโยคนั้นที่ลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ตั้งเป้ามาที่ผมแทนพล.ต.อ.ประชา ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยแม้แต่คำเดียว ขอให้ที่ประชุมเป็นพยานว่าไม่ได้พูด ซึ่งคนที่เอามาเล่าอาจจะฟังผิด เพราะผมอาจจะพูดเป็นปภ. แต่คนฟังฟังเป็นปปช.”นายยงยุทธ กล่าว
อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าระหว่างเรื่องถุงยังชีพกับการตั้งส.ส.ไปทำงานในศปภ.ประเด็นไหนน่าเป็นห่วง รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีความเห็นในประเด็นนี้ และไม่ขอพูดถึงรัฐบาลไหน จะพูดถึงแต่รัฐบาลของตนที่ทำอะไรก็ต้องแก้ให้มันถูก รัฐบาลไหนทำอะไร ก็เป็นเรื่องที่ตนไม่เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตามกรณีถุงยังชีพได้ก็บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าคุณจะเอากรณีที่เกิดขึ้นมาชะลอการจัดซื้อถุงยังชีพไม่ได้ เพราะจะผิดจะถูก ถ้าประชาชนเดือดร้อนคุณต้องอนุมัติ ต้องรีบซื้อ
“ผมมีหน้าที่อนุมัติผมก็จะอนุมัติ และไม่สนใจว่าภาวะนี้อนุมัติไม่ได้ต้องหยุดนิ่งกันหมด เพราะถ้าทำไปจะถูกสอบ ถูกสอบก็ถูกสอบไป ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะเราจะรับผิดหมดทุกเรื่องก็เป็นไปไม่ได้ ต้องรับผิดเฉพาะเรื่อง ถ้าคิดว่ามีการตรวจสอบขึ้นมาที่เราแล้วเราต้องรับผิดชอบในเรื่องนั้น ๆ ก็ทำให้มันถูกเสีย แต่ว่าจะเอาเงื่อนไขต่าง ๆ มาทำให้การดำเนินงานช้าก็ทำไม่ได้ เพราะชาวบ้านก็ยังรอความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก”นายยงยุทธ กล่าว
'ยงยุทธ'แจงย้าย'สุพจน์ ทรัพย์ล้อม'ห่วงความรู้สึกปชช.
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กล่าวถึงการใช้อำนาจรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีลงนามย้ายนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมว่า ในระยะแรกต้องสันนิษฐานไว้ก่อน ตนไม่ได้ปกป้องใคร กฎหมายก็ได้สันนิษฐานไว้ว่าบุคคลจะมีความผิดก็ต่อเมื่อมีคำตัดสินออกมา ตนได้ใช้มาตรการในทางบริหาร ไม่ได้ใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยการดึงนายสุพจน์ออกมาก่อน เพื่อเวลามีการสอบในกระทรวงก็จะสามารถทำได้โดยง่าย ไม่มีอุปสรรค และทำให้เกิดข้อเท็จจริงขึ้นมา ซึ่งในกรณีนี้สังคมเองก็คงรับไม่ค่อยได้ ก็จะพยายามคิดดูให้ดีว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน กับตัวบทกฎหมาย เราอาจจะต้องสนใจความรู้สึกนึกคิดของประชาชนให้มากเป็นพิเศษ ทุกคนก็เห็นเป็นเรื่องผิดปกติ จึงได้มีคำสั่งย้ายโดยด่วนทั้งที่ยังไม่ได้มีผลการสอบอะไรเลย แค่ทราบว่าเป็นข่าวก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลต้องใช้มาตรการทางการบริหารทันที หากจะมีการร้องเรียนก็ไม่เป็นไร เพราะตนก็ต้องทำตามบรรยากาศ ความรู้สึกของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เป็นผู้เสียภาษี
'มท.1'รับไม่รู้จะแก้'น้ำท่วม'อย่างไรเพราะไม่ได้เรียนมาด้านนี้
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมในจ.นนทบุรี และปทุมธานีว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงท้ายของมวลน้ำ ซึ่งมาวิกฤติที่นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร วานนี้ก็ได้คุยกับม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และกำลังระดมเครื่องสูบน้ำให้กทม.นำไปช่วยสูบน้ำออกจากพื้นที่ดังกล่าว เพราะเป็นคนไทยด้วยกันที่เดือดร้อน ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นกทม.หรือต่างจังหวัด ส่วนที่เขตหลักสี่ ดอนเมือง รังสิต น้ำยังไม่แห้งนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำได้ให้ข้อมูลว่าเป็นการวนของมวลน้ำ ซึ่งตนไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องน้ำ ก็คงจะพูดวิธีที่จะจัดการบริหารกับกทม. จ.ปทุมธานี และจ.นนทบุรี ว่าจะทำอย่างไร
นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนได้เร่งรัดไปทางผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารในท้องถิ่น ว่าอย่างน้อยก็ต้องเข้าไปดูประชาชนเรื่องอาหาร ยารักษาโรค ด้านสาธารณสุข และเงินชดเชย ที่ต้องต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด“แต่ในเรื่องที่ว่าน้ำไปทางไหน ออกอย่างไร แก้อย่างไร เป็นเรื่องที่ผมไม่มีความรู้ ผมไม่สามารถจะให้ข้อมูลอะไรได้ ยิ่งพูดจะยิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะผมก็เรียนมาอีกทางหนึ่ง ไม่ได้เรียนมาทางน้ำ
'รมว.มหาดไทย'ชี้น้ำท่วมภาคใต้'มาไว-ไปไว'
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กล่าวถึงปัญหาน้ำป่าและน้ำท่วมภาคใต้ในหลายจังหวัดว่า ตนเป็นผู้รับผิดชอบตรวจเขตที่อยู่ทางด้านโน้น ก็ต้องไปตรวจดูในทุกพื้นที่ ตอนนี้ที่ จ.ตรัง เป็นน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งทางภาคใต้อุทกภัยจะไม่เหมือนกับทางภาคอื่นๆ ภูมิประเทศจะเป็นฝั่งทะเลทั้งสองด้าน จะไม่ท่วมขังแบบจังหวัดอื่นๆ 3 เดือน 4 เดือน อ.หาดใหญ่ที่ว่ารุนแรงที่สุด เพียงระยะเวลา 3 วัน 3 คืน น้ำก็จะลดลงหมดแล้ว และสามารถเข้าไปช่วยได้ จังหวัดอื่นๆ ก็เหมือนกัน ไม่เคยปรากฏว่ามีจังหวัดในภาคใต้ที่มีน้ำท่วมขังยาวนาน 3 - 4 เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อมาเร็วไปเร็ว ก็จะสามารถเยียวยาแก้ไขกันได้รวดเร็วกว่าภาคอื่นๆ



