สงขลาอ่วม!ฝน-ลมแรงซัดต้นไม้ทับบ้านพัง5หลัง
ฝนและลมกระหน่ำต้นไม้โค่นล้มทับบ้านเรือนชาวบ้านในสองหมู่บ้านของ ต.ฉลุง ได้รับความเสียหาย 5 หลัง
23 พ.ย.54 จากสถานการณ์ฝนตกหนักและมีลมกรรโชกแรงใน จ.สงขลา ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านในสองหมู่บ้านของ ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประกอบด้วยพื้นที่หมู่ 1 บ้านห้วยหาด และหมู่ 7 บ้านฉลุง ถูกต้นไม้ล้มทับและลมพัดได้รับความเสียหายรวม 5 หลัง โดยต้นไม้หักโค่นทับบ้าน จำนวน 3 หลัง และลมพัดหลังคา จำนวน 2 หลัง ที่หนักสุด คือบ้านของ นายสุอีด หรีมเนตร ชาวบ้านบ้านห้วยหาด ต้นสะตอขนาดใหญ่สองต้นที่ปลูกอยู่บริเวณหน้าบ้านถูกลมและฝนพัดกระหน่ำล้มแบบถอนรากถอนโคนทับบ้านทั้งหลังได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เบื้องต้น นายสมโภชน์ วิเชียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง พร้อมเจ้าหน้าที่ อบต.ได้เข้าไปสำรวจความเสียหายเพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้ง 5 หลังคาเรือนแล้ว ขณะที่ ชาวบ้านยังอยู่ในอาการหวาดผวาจากสถานการณ์ฝนที่ยังคงตกหนักติดต่อกันและมีลมกรรโชกแรง
เร่งย้ายพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า100 ปี ออกจากพระอุโบสถหวั่นน้ำท่วมดินใต้ฐานทรุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ใน 11 อำเภอของจังหวัดพัทลุง โดยมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 50,000 ครอบครัว พื้นที่การเกษตรสวนยางพารา นาข้าว แปลงผัก และพืชไร่ ถูกน้ำท่วมหลายหมื่นไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลนาโหนด ต.พญาขัน ต.ปรางหมู่ อ.เมือง ระดับน้ำเชี่ยวกรากไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร เฉลี่ยสูง 1 เมตร
ขณะที่ ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.จองถนน อ.บางแก้ว ต้องนำไม้กระดานมาสร้างคอกเลี้ยงสัตว์ชั่วคราวเพื่อขนย้ายสุกร และโคพื้นเมือง หนีน้ำมาเลี้ยงบนถนน หลังคอกเลี้ยงสัตว์ถูกน้ำท่วมสูงจนสัตว์เลี้ยงไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ล่าสุดขณะนี้โรงเรียนทั้งระดับมัธยมและประถมประกาศปิดแล้ว จำนวน 25 โรง เนื่องจากโรงเรียนมีสภาพน้ำท่วม ไม่สามารถเปิดทำการสอนได้ ด้านทางจังหวัดได้ออกประกาศย้ำเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลาน อย่างใกล้ชิดกรณีลงเล่นน้ำท่วม เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งนี้ วันเดียวกัน ทางด้าน พ.ท.ชำนาญ กิจเวช ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 401 ค่ายอภัยบริรักษ์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 20 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลพนางตุง อ.ควนขนุน ได้ร่วมกันเร่งทำการขนย้ายพระพุทธรูปปางพระประทานพร จำนวน 3 องค์ ออกจากพระอุโบสถเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสวนธรรมเจดีย์ หมู่ที่ 3 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน เนื่องจากในพื้นที่มีสภาพฝนตกหนัก จึง หวั่นเกรงว่า ดินใต้ฐานพระอุโบสถจะทรุดตัวลงมาหลังจากที่เคยทรุดตัวลงมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อช่วงอุทกภัย เดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา สำหรับพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ถูกเคลื่อนย้ายนำมาประดิษฐานไว้ที่ศาลาเปรียญภายในวัดดังกล่าว เพื่อไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้ต่อไป
ปภ.ปัตตานีเฝ้าระวังน้ำจากยะลาไหลทะลักปัตตานีช่วงน้ำทะเลหนุนสูง
นายปัญญศักดิ์ โสภณวสุ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปัตตานี กล่าวว่า จากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องมานาน 4 วัน เฉลี่ยปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ประมาณ 100 มิลลิเมตร ทำให้เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและราบลุ่ม เช่น พื้นที่ชุมชนปะกาฮะรัง อ.เมืองที่ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร แต่เนื่องจากพื้นที่ท่วมซ้ำซากทุกปีสถานการณ์จึงยังไม่รุนแรงถึงขั้นเป็นปัญหาภัยพิบัติหรืออุทกภัยเหมื่อปีที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นในส่วนของพื้นที่ดังกล่าวได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่ประชาชนได้มีการเตรียมพร้อมยกสิ่งของขึ้นที่สูง
ส่วนสถานการณ์น้ำในภาพรวมนั้นเท่าที่ได้เข้าไปตรวจสอบเขื่อนบางลาง ซึ่งเป็นเขื่อนหลักในอยู่ตอนบนของพื้นที่ปัตตานีมีปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่ประมาณ 49 % เท่านั้นซึ่งยังสามารถรองรับปริมาณได้อีก 50% เช่นเดียวกับปริมาณน้ำในแม่น้ำสายสำคัญก็ยังเพิ่มในระดับปกติที่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก แต่เพื่อความไม่ประมาทต้องรอการประเมินและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปอีก 2-3 วัน เนื่องจากแม้ว่าฝนจะหยุดตกในพื้นที่ปัตตานีแต่หากไปตกในพื้นที่ยะลาก็จะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขึ้นมาทันทีเพราะปัตตานีเป็นทางผ่านของแม่น้ำสายบุรีที่ไหลลงสู่อ่าวปัตตานี
"ในช่วงนี้ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณฝนยังตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จ.ปัตตานีมีปัจจัยเรื่องของปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน หรือพื้นที่อ.รามัน จ.ยะลา รวมถึงตอนบนของเขื่อนบางลางเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ยิ่งทำให้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทั้ง 2 ทาง คือน้ำจากพื้นที่ปัตตานีและน้ำจากพื้นที่จ.ยะลา รวมถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง" นายปัญญศักดิ์ กล่าว



