
'ก่อแก้ว'จี้ป.ป.ง.-ป.ป.ช.ค้นบ้านอดีตรมต.คค.
'ก่อแก้ว' จี้ป.ป.ง.- ป.ป.ช. ค้นบ้านอดีตรมต.คมนาคม และลูกพี่ เชื่อเจอแจ๊กพ็อต ด้าน'วัชระ' ปูด อดีตรมต.คู่ใจ"ทักษิณ"เคยถูก คมช.ยึดเงินสดคาบ้านร่วม 80 ล้าน
เมื่อเวลา 12.30 น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจ ระบุว่า น่าจะมีเงินในบ้านของ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม มากกว่า 100 ล้านบาท ว่า เรื่องนี้สังคมตั้งข้อสังเกตว่า มีความผิดปกติอย่างมาก แต่ที่น่าสังเกต คือ หาก นายสุพจน์ มีเงินในบ้านนับ 100 ล้านบาทจริงแล้ว อดีตรัฐมนตรีคมนาคม จะมีเงินหลายพันล้านบาทในบ้านหรือไม่ และลูกพี่อดีตรัฐมนตรีคมนาคมจะมีเงินเป็นหมื่นล้านหรือไม่ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ตำรวจระบุว่า ในปี 2552 นายสุพจน์ มีการถอนเงินจากธนาคารทหารไทย ทำให้สังคมอดเชื่อมโยงไม่ได้ว่า ในช่วงนั้นมีโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีนักธุรกิจออกมา ระบุว่า มีการเรียกเงินใต้โต๊ะ 30 -50 % ของมูลค่าโครงการ ตรงนี้ทำให้สังคมปักใจเชื่อว่า เงินของ นายสุพจน์ มีความไม่ชอบมาพากล
ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ให้ไปค้นบ้าน อดีตรมต.คมนาคม บ้าง เพื่อเจอแจ๊คพ็อตว่า มีเงินมากมายอยู่ที่บ้านหรือไม่ ถ้ามีแล้วหาที่มาไม่ได้ จะได้ยึดเป็นทรัพย์ของแผ่นดินนำไปช่วยเหลือคนยากจนต่อไป
ด้านนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปถึง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ป.ป.ง. เข้าไปอายัดทรัพย์ของ นายสุพจน์ ทั้งหมด เพราะเชื่อว่า ได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่น แต่ทั้งนี้ยังเทียบไม่ได้กับรัฐมนตรีฝั่งธนฯ ที่มีเงินสดอยู่ในห้องใต้ดินในบ้าน 2 หลัง นับพันล้านบาท อีกทั้งการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 เคยยึดเงินสดในบ้านนักการเมืองคนหนึ่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีคู่ใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึง 80 ล้านบาท ซึ่งเรื่่องนี้เงียบไปโดยไม่มีการแจ้งความ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นตลอด และนำเงินสดไปเก็บไว้ในบ้านตัวเอง ดังนั้น ป.ป.ช. ควรทำหน้าที่ให้เด็ดขาดและรัดกุมมากกว่านี้
"ก่อแก้ว"ปูดพบ 4 พิรุธ จัดซื้อซีซีทีวี 5 จังหวัดใต้ สมัยรัฐบาล"อภิสิทธิ์"
นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาตรวจสอบซีซีทีวี ในภาคใต้ ว่า ข้อมูลที่ตนมีพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างกล้องซีซีทีวีของรัฐบาลชุดที่แล้ว พบว่ามีการทุจริตแน่นอนใน 4 ข้อ 1. งบจัดซื้อจัดจ้างที่เดิมตั้งไว้ 960 ล้านบาท ต่อมามีการเปลี่ยแปลงทีโออาร์ใหม่ โดยลดเนื้องานลง 400 ล้านบาท แต่ยังจ้างผู้รับเหมาในราคาเดิมคือ 960 ล้านบาท 2. การเชิญผู้รับเหมามาประมูลไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเอกสาร อุปกรณ์ ทดสอบระบบ ให้เวลาเพียงแค่ 7 วัน 3. ตนได้ให้พักพวกโทรไปหายังผู้รับเหมารายหนึ่งที่ไม่ส่งประกวดราคา พบว่าทางกระทรวงมหาดไทยได้ส่งทีโออาร์เดิมให้กับผู้รับเหมา ไม่ใช่ทีโออาร์ใหม่ที่มีการปรับลดเนื้องานลงแล้ว และ 4. ทีโออาร์ที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจริงนั้น ไม่ตรงกับทีโออาร์ที่ได้รับอนุมัติจากครม.
นายก่อแก้ว กล่าวว่า ตรงนี้ถือเป็นการที่อุกอาจไม่ถูกต้อง ซึ่งตนจะส่งเรื่องต่อไปยัง กมธ.วิสามัญฯเพื่อให้สอบในเชิงลึก และจะนำไปเปรียบเทียบ การซื้อกล้องใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปรียบเทียบกับการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของกทม.
"ก่อแก้ว"อ้างตั้งกมธ.ล้างมลทินรัฐประหารรับลูก"นิติราษฎร์"แค่ให้ความเป็นธรรม"ทักษิณ-ครอบครัว"
เมื่อเวลา 12.30น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาข้อเสนอลบล้างผลพวงของการทำรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 จากคณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภาจะพิจารณาญัตติดังกล่าวในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ซึ่งตนอยากจะเชิญฝ่ายค้านเข้ามาร่วมเป็น กมธ.เพื่อจะได้ร่วมแสดงความคิดเห็นว่าคิดอย่างไรต่อการยึดอำนาจ โดยสาเหตุที่ตนเองเสนอเพราะไม่ต้องการให้เกิดการยึดอำนาจขึ้นอีกในอนาคต และในอนาคตสภาจะได้มีการขับเคลื่อนหรือออกกฎหมายเพื่อป้องกันการยึดอำนาจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าญัตติดังกล่าวสอดคล้องกับพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ออกมาระบุถึงหรือไม่ นายก่อแก้ว กล่าวว่า เป้าหมายของตนนั้นต้องการปกป้องประชาธิปไตย แต่การดำเนินการจะมีผลพวงอะไรตามมานั้น ถือว่ายกประโยชน์ให้กับสังคมไป ตรงนี้อาจรวมถึงการนิรโทษกรรมของผู้ที่ถูกยึดอำนาจด้วย แต่ไม่ได้ หมายความว่าจะตัดโทษหรือสรุปว่าเขาไม่มีความผิด เพียงแต่ให้ดำเนินการตามกฎหมายปกติ ไม่่ใช่เป็นกฎหมายพิเศษ หรือกรรมการพิเศษซึ่งตั้งโดยผู้มีอำนาจ ส่วนตัวมองว่าควรเริ่มต้นใหม่ทุกคดี และไม่ได้ต้องการไปล้างคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกฯ ให้หายไป เพียงแต่เห็นว่าควรให้ความเป็นธรรมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว โดยมีกระบวนการที่น่าเชื่อถือ และเมื่อผลออกมาอย่างไรก็เชื่อว่าสังคมจะยอมรับได้
ด้านนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มนิติราษฎร์ทำงานให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะสส.พรรคเพื่อไทยก็เด้งรับลูกมาเสนอเป็นญัตติในสภา ซึ่งวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กลุ่มนิติราษฎร์เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่



