ข่าว

'ก่อแก้ว'จี้ป.ป.ง.-ป.ป.ช.ค้นบ้านอดีตรมต.คค.

'ก่อแก้ว'จี้ป.ป.ง.-ป.ป.ช.ค้นบ้านอดีตรมต.คค.

23 พ.ย. 2554

'ก่อแก้ว' จี้ป.ป.ง.- ป.ป.ช. ค้นบ้านอดีตรมต.คมนาคม และลูกพี่ เชื่อเจอแจ๊กพ็อต ด้าน'วัชระ' ปูด อดีตรมต.คู่ใจ​"ทักษิณ"เคยถูก คมช.ยึดเงินสดคาบ้านร่วม 80 ล้าน

                 เมื่อเวลา 12.30 น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจ ระบุว่า น่าจะมีเงินในบ้านของ นายสุพจน์​ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม มากกว่า 100 ล้านบาท ว่า เรื่องนี้สังคมตั้งข้อสังเกตว่า มีความผิดปกติอย่างมาก แต่ที่น่าสังเกต คือ หาก นายสุพจน์ ​มีเงินในบ้านนับ 100 ล้านบาทจริงแล้ว อดีตรัฐมนตรีคมนาคม จะมีเงินหลายพันล้านบาทในบ้านหรือไม่ และ​ลูกพี่อดีตรัฐมนตรีคมนาคมจะมีเงินเป็นหมื่นล้านหรือไม่ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ตำรวจระบุว่า ในปี 2552  นายสุพจน์ มีการถอนเงินจากธนาคารทหารไทย ทำให้สังคมอดเชื่อมโยงไม่ได้ว่า ในช่วงนั้นมีโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีนักธุรกิจออกมา ระบุว่า มีการเรียกเงินใต้โต๊ะ 30 -50 % ของมูลค่าโครงการ ตรงนี้ทำให้สังคมปักใจเชื่อว่า เงินของ นายสุพจน์ มีความไม่ชอบมาพากล 
 
                 ​ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ​ให้ไปค้นบ้าน อดีตรมต.คมนาคม บ้าง เพื่อเจอแจ๊คพ็อตว่า มีเงินมากมายอยู่ที่บ้านหรือไม่ ถ้ามีแล้วหาที่มาไม่ได้ จะได้ยึดเป็นทรัพย์ของแผ่นดินนำไปช่วยเหลือคนยากจนต่อไป

                 ด้านนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปถึง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ​เลขาธิการ ป.ป.ง. เข้าไปอายัดทรัพย์ของ นายสุพจน์ ทั้งหมด เพราะเชื่อว่า ได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่น แต่ทั้งนี้ยังเทียบไม่ได้กับรัฐมนตรีฝั่งธนฯ ที่มีเงินสดอยู่ในห้องใต้ดินในบ้าน 2 หลัง นับพันล้านบาท อีกทั้งการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549  เคยยึดเงินสดในบ้านนักการเมืองคนหนึ่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีคู่ใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึง 80 ล้านบาท ซึ่งเรื่่องนี้เงียบไปโดยไม่มีการแจ้งความ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นตลอด และนำเงินสดไปเก็บไว้ในบ้านตัวเอง ดังนั้น ป.ป.ช. ควรทำหน้าที่ให้เด็ดขาดและรัดกุมมากกว่านี้

 

"ก่อแก้ว"ปูดพบ 4 พิรุธ จัดซื้อซีซีทีวี 5 จังหวัดใต้ สมัยรัฐบาล"อภิสิทธิ์"

                 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาตรวจสอบซีซีทีวี ในภาคใต้ ว่า ข้อมูลที่ตนมีพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างกล้องซีซีทีวีของรัฐบาลชุดที่แล้ว พบว่ามีการทุจริตแน่นอนใน 4  ข้อ 1. งบจัดซื้อจัดจ้างที่เดิมตั้งไว้ 960 ล้านบาท ต่อมามีการเปลี่ยแปลงทีโออาร์ใหม่ โดยลดเนื้องานลง 400 ล้านบาท แต่ยังจ้างผู้รับเหมาในราคาเดิมคือ 960 ล้านบาท 2. การเชิญผู้รับเหมามาประมูลไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเอกสาร อุปกรณ์​ ทดสอบระบบ ให้เวลาเพียงแค่ 7 วัน  3. ตนได้ให้พักพวกโทรไปหายังผู้รับเหมารายหนึ่งที่ไม่ส่งประกวดราคา พบว่าทางกระทรวงมหาดไทยได้ส่งทีโออาร์เดิมให้กับผู้รับเหมา ไม่ใช่ทีโออาร์ใหม่ที่มีการปรับลดเนื้องานลงแล้ว และ 4.  ทีโออาร์ที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างจริงนั้น ไม่ตรงกับทีโออาร์ที่ได้รับอนุมัติจากครม.

                 นายก่อแก้ว กล่าวว่า ตรงนี้ถือเป็นการที่อุกอาจไม่ถูกต้อง ซึ่งตนจะส่งเรื่องต่อไปยัง กมธ.วิสามัญฯ​เพื่อให้สอบในเชิงลึก และจะนำไปเปรียบเทียบ การซื้อกล้องใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปรียบเทียบกับการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของกทม.​

 

 "ก่อแก้ว"อ้างตั้งกมธ.ล้างมลทินรัฐประหารรับลูก"นิติราษฎร์"แค่ให้ความเป็นธรรม"ทักษิณ-ครอบครัว"

                 เมื่อเวลา 12.30น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาข้อเสนอลบล้างผลพวงของการทำรัฐประหาร 19 ก.ย.​ 2549 จากคณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภาจะพิจารณาญัตติดังกล่าวในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ซึ่งตนอยากจะเชิญฝ่ายค้านเข้ามาร่วมเป็น กมธ.เพื่อจะได้ร่วมแสดงความคิดเห็นว่าคิดอย่างไรต่อการยึดอำนาจ โดยสาเหตุที่ตนเองเสนอเพราะไม่ต้องการให้เกิดการยึดอำนาจขึ้นอีกในอนาคต และในอนาคตสภาจะได้มีการขับเคลื่อนหรือออกกฎหมายเพื่อป้องกันการยึดอำนาจ

                 ผู้สื่อข่าวถามว่าญัตติดังกล่าวสอดคล้องกับพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ​ ออกมาระบุถึงหรือไม่ นายก่อแก้ว กล่าวว่า เป้าหมายของตนนั้นต้องการปกป้องประชาธิปไตย แต่การดำเนินการจะมีผลพวงอะไรตามมานั้น ถือว่ายกประโยชน์ให้กับสังคมไป ตรงนี้อาจรวมถึงการนิรโทษกรรมของผู้ที่ถูกยึดอำนาจด้วย แต่ไม่ได้ หมายความว่าจะตัดโทษหรือสรุปว่าเขาไม่มีความผิด เพียงแต่ให้ดำเนินการตามกฎหมายปกติ ไม่่ใช่เป็นกฎหมายพิเศษ หรือกรรมการพิเศษซึ่งตั้งโดยผู้มีอำนาจ ส่วนตัวมองว่าควรเริ่มต้นใหม่ทุกคดี และไม่ได้ต้องการไปล้างคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ​ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้หายไป เพียงแต่เห็นว่าควรให้ความเป็นธรรมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว โดยมีกระบวนการที่น่าเชื่อถือ และเมื่อผลออกมาอย่างไรก็เชื่อว่าสังคมจะยอมรับได้ ​

                 ด้านนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มนิติราษฎร์ทำงานให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะสส.พรรคเพื่อไทยก็เด้งรับลูกมาเสนอเป็นญัตติในสภา ซึ่งวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กลุ่มนิติราษฎร์เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่