
'นายกฯ'วอน'กทม.'ช่วยระบายน้ำ
'นายกฯ' วอน 'กทม.' ช่วยหาทางระบายน้ำ อ้างไม่รู้ข้อมูลการระบายน้ำกทม. เหน็บขอให้มองความลำบากของประเทศเป็นหลัก
23 พ.ย.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการระบายน้ำในฝั่งตะวันตกช่วงคลองมหาสวัสดิ์และคลองทวีวัฒนาที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.)ยังขัดแย้งกับกทม.ว่า ในส่วนของกทม.คงต้องป้องกันในส่วนกทม.จึงมีความเป็นห่วงเรื่องการระบายน้ำ แต่ในส่วนของศปภ.ดูภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งได้ย้ำให้หาทางออกให้เร็วที่สุด ซึ่งจะเร่งปรับวิธีการระบายน้ำเพราะสถานการณ์ก่อนหน้านั้นในช่วงที่มีน้ำอยู่ในกทม.เป็นช่วงที่หนัก เราจึงต้องมีความพยายามให้น้ำระบายออกทางด้านตะวันออกและตะวันตก แต่ขณะนี้น้ำในบางพื้นที่ของกทม.ลดลงแล้วก็ต้องมาตกลงวิธีการในการระบายน้ำใหม่ ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทีมคณะกรรมการระบายน้ำไปดูแนวทางเร่งระบายน้ำสำหรับประชาชนโดยเฉพาะจ.ปทุมธานี และนนทบุรี พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการระดมเครื่องสูบน้ำทั้งหมดมาติดตั้งซึ่งวันนี้นายปรีชา อยู่ที่จ.สมุทรปราการ และกำลังไปติดตั้งในพื้นที่อื่นๆเพิ่มเติมอีกเพื่อเป็นการเร่งระบายน้ำโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการมองว่าคนกทม.เห็นแก่ตัวเกินไปหรือไม่ที่ให้จ.นนทบุรีเป็นพื้นที่รับน้ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากพูดแบบนั้น แต่อยากขอความกรุณาประชาชนว่าวันนี้ทุกคนที่รับน้ำก็เป็นผู้ที่มีความลำบากในการสัญจรต่าง ๆ ขอความเห็นใจร่วมมือว่าพื้นที่ไหนที่จะช่วยเปิดระบายทุเลาความเดือดร้อนก็ขอความกรุณาเพราะว่าธรรมชาติของน้ำต้องมีทางไปถ้าเรากั้นไว้เลยก็จะไม่สามารถทำให้น้ำระบายได้ การกั้นทั้งหมดเป็นเพียงแค่การชะลอน้ำเพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้าสู่เมืองหลวง แต่วันนี้ถ้าในส่วนของพื้นที่ที่แห้งแล้วก็ควรจะต้องเปิดทางให้น้ำไหลไปยังทางด้านประตูระบายน้ำหรือออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
ต่อข้อถามที่ว่าได้หารือแก้ปัญหากรณีที่ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้เปิดประตูน้ำต่าง ๆ ในการระบายน้ำ ศปภ.ควรจะคุยกับมวลชนให้มากกว่านี้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราคุย แต่บางครั้งถ้าทุกคนมองในมุมตัวเองต่างคนต่างมองก็ไม่มีทางที่จะหาทางลงตัว ก็เป็นความยากลำบากของทีมงานที่ไปคุยไปหารือ อย่างพื้นที่ที่แห้งเขาก็ไม่อยากให้น้ำท่วมเข้าไปอีกแต่พื้นที่ที่มีน้ำท่วมก็ทรมานอยากจะให้ระบายออก หากเรามองในภาพรวมทั้งประเทศแล้วกลับมายึดหลักธรรมชาติของน้ำต้องมีทางออก อันนั้นจะเป็นทางแก้ที่ดีที่สุด เพราะกักอย่างไรก็ไม่ใช่วิธีทางออก สุดท้ายน้ำก็จะไม่ระบาย ดังนั้นต้องมีบางพื้นที่ที่ต้องตัดใจให้เปิดระบายน้ำ จะเห็นว่าบางที่นั้นเมื่อน้ำทุเลาแล้วเราเปิดระบายน้ำสุดท้ายน้ำก็ลดลง ซึ่งได้สั่งการให้ลงไปคุยในรายละเอียดและทำการชี้แจงหาทางออกร่วมกับมวลชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อศปภ.ไปคุยกับกทม.ตกลงกันแล้วแต่ปฏิบัติจริง ๆ เป็นอย่างที่ตกลง และหลายพื้นที่ประชาชนได้นัดรวมตัวกันที่จะไปรื้อบิ๊กแบ็ก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วต้องนำข้อหารือนั้นมาสรุปในคณะกรรมการ ถ้าคนไปคุยเรื่องพื้นที่จ.นนทบุรีรับผิดชอบจ.นนทบุรีแล้วกทม.ไม่ยอมก็มีปัญหา ต้องขอเรียนชี้แจงว่าการไปรับข้อเสนอจากพี่น้องประชาชนแล้วก็ต้องมาสรุปในคณะกรรมการและหาทางออกร่วมกัน หรือจะให้ดีทั้งกทม.และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปคุยกับพี่น้องประชาชนพร้อมกันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ตนจะเร่งรัดในส่วนของศปภ.กับกทม.ในการที่จะสรุปหารือร่วมกัน ตอนนี้ได้สั่งการเน้นย้ำในเรื่องของการเร่งหาทางระบายน้ำแล้ว
เมื่อถามว่า แต่ที่ผ่านมากทม.ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศปภ.ในการเปิดประตูระบายน้ำหรือไม่ถึงได้มีปัญหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชะงักไปครู่ก่อนกล่าวว่า " ก็ขอให้เจ้าหน้าที่บอก วันนี้กทม.เองก็อยากให้มองในส่วนของภาพรวม ในส่วนของกทม.เองก็คงต้องดูในมุมว่าทำอย่างไรให้เร่งระบายน้ำเนื่องจากระบบการระบายน้ำในกทม.นั้นเราไม่มีข้อมูล เราไม่รู้กำลังความสามารถในส่วนของพื้นที่ระบายน้ำ ดังนั้นคงต้องเป็นทางกทม.ในการช่วยกันคิดตัดสินใจและมองความลำบากของคนทั้งประเทศรวมกัน และอยากขอให้ทุกคนทำงานให้เต็มที่"
"ยิ่งลักษณ์" หารือ “บิ๊กอ๊อด-บิ๊กตู่” เตรียมสู้คดีเขาพระวิหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผู้บัญชาการทหาร และนายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมรับประทานอาหารกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเดินทางเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา
จากนั้นเวลา 15.20 น. ที่อาคารรัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ และพล.อ.ประยุทธ์ เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ว่า ไม่มีอะไร เป็นการคุยกันตามปกติ เพื่อที่จะเตรียมทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคณะทำงานในการเตรียมงานกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 21 พ.ย. 54 ที่ผ่านมา เป็นวันครบกำหนดที่จะส่งร่างคำชี้แจงต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก เพื่อต่อสู้คดีที่ฝ่ายกัมพูชาร้องให้ตีความพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. จากคำตัดสินคดีเมื่อปี 2505 ไทยได้ทำหนังสือเพื่อต่อสู้คดีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นการส่งเอกสารเท่านั้น ต้องเรียนว่าการทำงานในเรื่องของกรอบการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา (จีบีซี) ที่จะต้องเจรจานั้น เราได้ขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาแล้ว เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งไม่เกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลโลกแต่อย่างใด ส่วนการดำเนินคดีนั้นเราก็ต้องทำเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า สำหรับการถอนทหารไทยตามคำสั่งของศาลโลกนั้น ไทยจะมีการถอนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ต้องเรียนว่าไม่ใช่เป็นการถอนกำลังแต่อย่างใด ต้องเรียกว่าเป็นการปรับกำลัง ซึ่งไม่เกี่ยวกับผลของคดี วันนี้เป็นส่วนของการที่ศาลโลกมีมาตรการชั่วคราวให้กับประเทศไทย ในการทำงานภายใต้กรอบจีบีซี ยืนยันว่าจะไม่มีการถอนทหารใดๆทั้ งสิ้น เป็นเพียงการให้ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชามาหารือกันในกรอบของจีบีซีก่อน ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปอย่างไรนั้นต้องกลับมาหารือในที่ประชุมก่อน คงจะไม่มีการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น”
เมื่อถามว่ากรอบจีบีซี จะเริ่มขึ้นเมื่อใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องอยู่ที่ทางทีมทั้งสองฝ่ายนับกัน ซึ่งตนยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีใดๆทั้งสิ้น เราต้องยืนยันในอธิปไตยของเรา
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้รัฐบาลพร้อมรับมือการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 พ.ย.นี้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด พร้อมทั้งเดินเข้าห้องประชุมสภาฯทันที



