
เมื่อแม่ท้องต้องฝ่าวิกฤติน้ำท่วม
ปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ นอกจากจะเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก คือ คุณแม่ตั้งครรภ์ ทั้งที่ต้องอพยพหนีน้ำ และที่ติดอยู่ในบ้าน ควรระวังปัญหาเหล่านี้
ปัญหาจากการลุยน้ำ ที่สำคัญคือ ปัญหาของจุดซ่อนเร้น กรณีที่ต้องแช่อยู่ในน้ำนานๆ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดเชื้อรา คือความอับชื้น
ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำนานๆ หรือถ้าจำเป็น หลังจากลุยน้ำแล้ว ควรอาบน้ำทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง หลีกเลี่ยงการใส่ชุดรัด ฟิตเกินไป กางเกงในที่สวมใส่ควรตากให้แห้งเสมอ
นอกจากช่องคลอดอักเสบจากเชื้อราแล้ว อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือพยาธิโปรโตซัว ซึ่งจะเป็นตกขาวสีเหลือง หรือเขียว มีกลิ่นเหม็น ตกขาวชนิดนี้ สามารถทำให้เกิดการแตกของถุงน้ำคร่ำและคลอดก่อนกำหนดได้ ดังนั้น ถ้ามีความผิดปกติเช่นนี้ ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์
ถ้ามีความจำเป็นต้องลงลุยน้ำ ควรเลือกชุดกันน้ำชนิดที่สวมได้สูง เช่น รองเท้าบู๊ทที่เป็นชุดคล้ายเอี๊ยม จะได้ป้องกันการสัมผัสน้ำ เนื่องจากน้ำเหล่านี้มักมีสิ่งสกปก จุลินทรีย์ปนเปื้อน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและช่องคลอดอักเสบตามมาได้
ภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ เนื่องจากภาวะเครียดจากสถานการณ์น้ำท่วม ภาวะโภชนาการที่ไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้การไหลเวียนเลือด หรือสารอาหารไปยังลูกในครรภ์ลดลงด้วย
ขอแนะนำให้คุณแม่นึกถึงลูกในท้องให้มากๆ เมื่อรู้สึกเครียด หรือท้อแท้ ต้องนึกไว้ว่า จะส่งผลต่อลูกด้วย ดังนั้น ต้องพยายามไม่เครียด นึกถึงแต่สิ่งที่สดใส อาจพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อน เพื่อให้ได้ระบายความเครียด อ่านหนังสือหรือฟังเพลง และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 8-10 ชม.ต่อวัน
การเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากความเครียดจากภาวะน้ำท่วม ภาระในการขนย้ายของ ช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัว สามารถกระตุ้นให้เกิดการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดได้ โดยคุณแม่จะมีอาการปวดถ่วง ปวดลักษณะคล้ายปวดถ่ายอุจจาระ หรือคล้ายเวลาปวดประจำเดือน และสังเกตเห็นการหดรัดตัวของมดลูก ปั้นขึ้นมาเป็นก้อน บริเวณเหนือสะดือ ยิ่งถ้ามีมูกเลือดออกทางช่องคลอด จะต้องรีบไปพบสูติแพทย์
ถ้ายังไม่มีมูกเลือดออก แนะนำให้คุณแม่รีบนอนพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนอนตะแคงซ้าย เพื่อให้มีเลือดไปเลี้ยงมดลูกมากขึ้น และจะช่วยให้มดลูกคลายตัวลงได้ และอาการปวดจะลดลง หากพบว่าไม่ดีขึ้น มีการหดรัดตัวของมดลูกถี่ขึ้นเป็นทุก 8-10 นาที ควรต้องไปพบสูติแพทย์
ขาบวม เนื่องจากมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น จะมีการเอียงไปทางขวา และกดหลอดเลือดดำใหญ่ที่อยู่ทางขวาของร่างกาย ทำให้การไหลกลับของเลือดดำจากส่วนล่าง เช่น บริเวณขา กลับสู่หัวใจน้อยลง จึงมักเกิดปัญหาขาบวม เมื่อถึงคราวต้องลุยน้ำ วุ่นวายย้ายของ เดินทั้งวัน จะยิ่งทำให้ขาบวมได้มากขึ้น แนะนำให้คุณแม่นอนพักยกขาสูงในแต่ละวันทุกเย็น เพื่อให้ยุบบวมได้ทุกวัน และป้องกันการปวดบวมของขาด้วย
ผื่นคันที่ผิวหนัง โดยมากจะเป็นผื่นแพ้ เพราะการแช่อยู่ในน้ำสกปรกเป็นเวลานานๆ มีโอกาสจะเกิดผื่นแพ้ได้ คุณแม่สามารถใช้ยาทา (ซึ่งโดยมากจะเป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์) และถ้าคันมากสามารถรับประทานยาแก้คันได้ ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยค่ะ
พญ.ธิศรา วีรสมัย
โรงพยาบาลพญาไท 1 โทร.1772



