ข่าว

น้ำท่วมอาเซียน สะเทือนอาหารโลก

น้ำท่วมอาเซียน สะเทือนอาหารโลก

22 พ.ย. 2554

ผู้นำอาเซียนเห็นพ้องกันว่า อุทกภัยครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรม ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก

 จึงร่วมรับรองแถลงการณ์ ว่าด้วยความร่วมมือในด้านการป้องกันอุทกภัย การลดผลกระทบ การบรรเทา การฟื้นฟู และการบูรณะ ซึ่งเสนอโดยไทย เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 19 ณ บาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
 ผู้นำอาเซียนร่วมรับรองแถลงการณ์ ซึ่งไทยเป็นผู้ริเริ่มเสนอแถลงการณ์ดังกล่าว ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ โดยทุกประเทศอาเซียนเห็นพ้องกันว่า ขณะนี้หลายประเทศในภูมิภาคต่างต้องเผชิญกับอุทกภัย ซึ่งนับวันได้ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้าง
 ดังนั้น ประเทศอาเซียนจึงต้องร่วมมือกัน เพราะอุทกภัยไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป และต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนของสังคม โดยแถลงการณ์ได้ย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างทหารกับพลเรือนในการรับมือกับอุทกภัย ดังเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในไทยซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีและเห็นได้ชัดในเรื่องนี้
 แถลงการณ์ฉบับนี้มีเนื้อหาสาระสำคัญ คือ
 1.ผู้นำอาเซียนร่วมแสดงความห่วงใยและเสียใจต่อประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในปีนี้ ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
 2.ผู้นำอาเซียนเห็นพ้องกันว่าอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรม ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก
 3.ผู้นำอาเซียนย้ำความสำคัญของความร่วมมือ ความตกลง รวมทั้งกลไกต่างๆ ที่อาเซียนได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของภูมิภาคในการบริหารจัดการภัยพิบัติ และการสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค ได้แก่ ความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ศูนย์ประสานงานอาเซียนสำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ และความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียน+3
 นอกจากนี้ ผู้นำอาเซียนยังได้มอบหมายให้เลขาธิการอาเซียน และคณะกรรมการอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ ร่วมกันศึกษาหาแนวทางที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันและรับมือกับอุทกภัย รวมทั้งขอรับการสนับสนุนทางเทคโนโลยีและวิชาการจากประเทศคู่เจรจาซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดการและแก้ไขปัญหานี้
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ