ข่าว

ภาษาภาวะผู้นำนายกฯ(หญิง)ยิ่งลักษณ์

ภาษาภาวะผู้นำนายกฯ(หญิง)ยิ่งลักษณ์

22 พ.ย. 2554

คมชัดลึกจัดถก "ภาษาภาวะผู้นำ...นายกฯ(หญิง)ยิ่งลักษณ์" ดร.สมเกียรติมองใช้ภาษาอังกฤษยังไม่ฉะฉานเหมือน "ทักษิณ" ภาษาไทยควบกล้ำตะกุกตะกัก ผิดแล้วไม่แก้ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.เดอะเนชั่นควรใช้ล่าม

      22พ.ย.2554  ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อดีตวุฒิสมาชิก และนักวิชาการสื่อสารมวลชน กล่าวในรายการคมชัดลึกทางเนชั่นทีวีว่า ภาษาอังกฤษของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีใช้การไม่ได้อย่างฉะฉาน เหมือนกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมสนตรี ส่วนการใช้ภาษาไทยควบกล้ำ ตะกุกตะกัก ผิดแล้วไม่แก้ บางอย่างไม่ควรผิด

    "ภาษาไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะเป็นผู้นำต้องเป็นแบบอย่าง หากเป็นภาษาอังกฤษใช้การไม่ได้ไม่ว่ากัน แต่อย่าใช้เมื่อไม่พร้อม ควรใช้ภาษาไทยและใช้ล่ามแปลเอาจะเป็นการดีทั้งยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรม" ดร.สมเกียรติ กล่าวและว่า

    ปัญหาคือ เมื่อใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกต้อง โครงสร้างผิด ในทางนโยบายต่างประเทศจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ ตนเห็นว่าในการกล่าวสุนทรพจน์ควรจะกล่าวเป็นภาษาไทย เมื่อเป็นนักการเมือง นักสื่อสารการเมือง ต้องสื่อสารให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ให้ความรู้ ให้สังคมได้รับข้อมูลข่าวสารเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง

    ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ภาษาอังกฤษในขณะนี้ เพราะการสื่อสารเป็นการแสดงออกซึ่งภาษาในการพูด อาเซียนด้วยกันประกาศให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทำงานของอาเซียน ดังนั้น ในอาเซียน ผู้นำต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ผู้เป็นนายกฯควรจะคัดเลือกคนที่ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ ทุกพรรคการเมืองถ้ามีโอกาสให้เลือกใหม่ เพราะภาษาทำให้เข้าถึงความรู้ วัฒนธรรมใหม่

    "การที่นายกฯไม่ปรากฏตัวทางโทรทัศน์เป็นสิ่งดี อยากให้คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯของผมด้วย การร้องไห้ของคุณยิ่งลักษณ์ผมชอบมาก หัวใจจะร้องไห้ก็ร้อง จะสงสารประชาชนก็ร้อง จะร้องกี่ครั้งก็ไม่ว่า และไม่ถือเป็นการแสดงความอ่อนแอ แต่อย่าร้องที่เวทีอาเซียน เวลาที่คุณทักษิณทวิตมาผมรู้สึกหงุดหงิด จะไปทำบุญวัดไหนก็ไปไม่ต้องมาทวิตบอก เพราะอยากให้คุณยิ่งลักษณ์ทำหน้าที่ของตัวเอง ผมอยากเห็นคุณยิ่งลักษณ์ทำงานด้วยหัวใจ เป็นตัวของตัวเองให้เต็มที่" ดร.สมเกียรติ กล่าวและว่า ส่วนเรื่องการเมือง เรื่องน้ำ ตนคงเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ยกเว้นเรื่องที่ติดขัดเช่นภาษาไทย

    นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.เดอะเนชั่น กล่าวว่า การอ่านภาษาอังกฤษของน.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในลักษณะที่คาบเกี่ยว จะเห็นได้จากการอ่านสุนทรพจน์ต่อนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ จะเห็นได้ว่ากระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้โน็ตคำมา 12 คำที่ไม่ค่อยได้ยิน ไม่สามารถถอดความได้ ทั้งที่นายกฯอ่านจากสคริป

    ตนเห็นว่ากระทรวงต่างประเทศไทยควรจะให้คำแนะนำว่าตัวนายกฯเหมาะหรือไม่ที่จะอ่านเป็นภาษาอังกฤษ หากใช้ได้ไม่ดีพอก็ควรใช้ล่าม และในต่างประเทศก็มีการใช้ล่ามเช่นกัน ถ้าพูดไม่ดีผิดเยอะๆ แทนที่จะเป็นการอวด อาจจะกลายเป็นการประจานตัวเอง แต่เห็นด้วยว่าหน้าที่ของนายกฯคือ การสื่อสารกับสาธาณะให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความผิดพลาดของกระทรวงต่างประเทศ และนายกฯ ที่จะต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ว่าในการกล่าวสุนทรพจน์ควรกล่าวเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

    อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเมืองไทยมีการทุ่มทรัพยากรมหาศาลในการเรียนภาษาอังกฤษ จึงต้องกลับมาดูว่าสถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไป ต้องการคนที่มีทักษะภาษาอื่นๆมากกว่า อย่างไรก็ตาม อยากให้เวลานายกฯอีก 3-4 เดือน ไม่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์มีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่านายกฯคนอื่นๆ แต่ยอมรับว่าประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงาน

    นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เป็นปัญหาของพวกชนชั้นนำกรุงเทพฯ ที่เราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นจนวุ่ยวายกับภาษาอังกฤษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เหมือนคนทั่วไปที่จบ ป.ตรี ที่เมืองไทย จบ ป.โท ปีครึ่ง ภาษาอังกฤษจึงงูๆ ปลาๆ ตนจึงมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นสาระสำคัญ ตนไม่ได้ยินคำบ่นหรือหนักอกหนักใจเป็นทุกข์เป็นร้อนมาก มองว่าเป็นปัญหาชาวกรุงมากกว่า

    "คุณยิ่งลักษณ์น่าจะอู้คำเมืองไปเลยให้สิ้นเรื่อง ไม่ต้องมาพูดภาษาไทยแบบกรุงรัตนโกสินทร์ คุณยิ่งลักษณ์เป็นคนหน้าตาดีผิดพี่ผิดน้อง ความเป็นผู้หญิงอาจจะช่วยได้เยอะในการแก้ปัญหาประเทศชาติ และผู้หญิงในอุศาคเนย์ ทั้งนางเมกาวตี อาคีโน ต่างก็อยู่ครบเทอม เวลาคุณยิ่งลักษณ์ปรากฏตัวในงานน้ำท่วม ถามว่าระหว่างคุณยิ่งลักษณ์ กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริบัตร ผู้ว่าฯกทม.ใครดูดีกว่ากัน ดังนั้นจะดูโดดๆ ไม่ได้ ต้องดูเปรียบเทียบ ไม่เช่นนั้นเราก็จะอยู่ในวังวน" นายชาญวิทย์ กล่าวและว่า

    ส่วนตัวตนให้น.ส.ยิ่งลักษณ์สอบผ่านเกินครึ่ง ส่วนม.ร.ว.สุขุมพันธุ์น่าเสียดายน่าจะโชว์ฟอร์มได้มากกว่านี้ เพราะตนคาดหวังในตัวม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่า  ส่วนการเสียน้ำตาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นการแสดงความอ่อนแอหรือไม่นั้น ไม่ว่าจะร้องไห้ น้ำตาไหล เป็นเรื่องปกติมนุษย์ ผู้นำก็เป็นเหมือนประชาชน การเข้มแข็งไม่ได้แปลว่าน้ำตาไหลไม่ได้ และในวงการสื่อต่างประเทศก็ไม่ได้สนใจ