ข่าว

นักลงทุนเล็งย้ายฐานอุตฯลงแปดริ้ว

นักลงทุนเล็งย้ายฐานอุตฯลงแปดริ้ว

22 พ.ย. 2554

แปดริ้วเนื้อหอมหลังน้ำไม่ท่วม ทำนักลงทุนเล็งแห่ย้ายฐานการที่มั่นการผลิตในภาคอุตฯ เข้าพื้นที่ ชี้ความเสี่ยงน้อย พร้อมแนะให้ภาครัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการพื้นที่น้ำท่วม เผยต่างชาติยังไม่ถอย คาดภาคอุตฯ ในพื้นที่ โตต่อเนื่องไม่สะดุด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 พ.ย.54  น.ส.อรพินท์ เสริมประภาศิลป์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวถึงกรณีโรงงานอุตสาหกรรมในย่านลุ่มน้ำภาคกลางส่วนใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศไทย อยู่ในขณะนี้ ว่า สำหรับภาคอุตสาหกรรมในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ไม่ได้รับผลกระทบ หรือกระทบน้อยมาก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัด ที่เป็นพื้นที่ของการประกอบกิจการด้านโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ไม่ถูกน้ำท่วม จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่จะมีปัญหาในด้านการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกันของบางอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนในการผลิตบางอย่าง จากโรงงานที่อยู่ในพื้นที่ถูกน้ำท่วม บ้างเท่านั้น

          ขณะนี้จึงมั่นใจว่าภาคอุตสาหกรรม และโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ ส่วนด้านการลงทุนนั้น จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นกลับส่งผลดีต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นอย่างมาก หลังจากโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ถูกน้ำท่วมในภาคกลาง ได้มีการเตรียมแผนระยะยาวที่จะย้ายฐานการผลิต หรือที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ไม่ถูกน้ำท่วม รวมทั้งกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกอีกหลายจังหวัดมากขึ้นด้วย

          นอกจากนี้ นักลงทุนจากต่างชาติรายใหม่ๆ ที่กำลังตัดสินใจลงทุน ก็สามารถตัดสินใจในการเลือกที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น และได้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนยังในเขต จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งไม่ถูกน้ำท่วมเป็นพิเศษ จึงส่งผลทำให้ภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดมีแนวในการโน้มเติบโตสูงขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 

          ปกติแล้ว ที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้นภาคอุตสาหกรรมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องมากอยู่แล้ว ถึงปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ และจากผลกระทบเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง จะยิ่งทำให้การเจริญเติบโตในภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดฉะเชิงเทรา จะยิ่งเติบโตมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวด้วย

          สำหรับพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้น ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในพื้นที่แล้วกว่า 2,100 โรงงาน ในอนาคตอันใกล้นี้ จึงคาดว่าจะมีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันนั้น

          "อยากจะฝากไปถึงทางรัฐบาลว่า ขอให้เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติที่ขณะนี้ยังไม่ถอย มองเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น รัฐบาลสามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากประเทศไทยนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นจุดแข็งช่วยยึดเหนี่ยวนักลงทุนไว้ได้ คือ อัธยาศัย ไมตรีของคนไทย ที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ ที่อาจหาที่อื่นได้ยาก แต่ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลยังไม่เร่งกอบกู้สร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาโดยเร็ว ก็อาจจะเสียเปรียบต่อประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง อินโดนีเซีย ที่การเมืองนิ่งกว่าเรามาก มาอย่างยาวนานแล้วถึงกว่า 7-8 ปี ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะดูดนักลงทุนไปจากประเทศไทยได้" น.ส.อรพินท์ กล่าว