ข่าว

'มาร์ค'เผยช่วย'แม้ว'มีหลายทาง

'มาร์ค'เผยช่วย'แม้ว'มีหลายทาง

22 พ.ย. 2554

'อภิสิทธิ์' เผยทางเลือกช่วย 'ทักษิณ' มีหลายทาง ชี้ควรให้ผู้ไม่มีส่วนได้เสียเป็นผู้คิดเรื่องปรองดอง-เยียวยา ไม่หวั่นคดี 91ศพ มีกระบวนการบิดเบือน พบภาคท่องเที่ยว จี้ 'รัฐ' เร่งฟื้นฟู หวั่นวิกฤตการเมืองซ้อนอุทกภัย

          22 พ.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยกเลิกการออกพระราชกฤษฏีกาพระราชทานอภัยโทษ แต่จะมีผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นผิดแทนว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาเดินหน้าเรื่องนี้ทำให้ตนแปลกใจว่า ทำไมคนที่เป็นรองนายกฯกลับมาพูดเรื่องนี้เหมือนเรื่องสนุก ว่ามาหลอกกันจะทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นความเสียหายกับบ้านเมือง ซึ่งพรรคก็ทราบดีว่าความพยายามที่จะช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณถูกกำหนดไว้หลายทางเลือก และต้องพยายามต่อไป

          ส่วนที่อ้างว่าการช่วยเหลือไม่ได้ทำเพื่อคนคนเดียวนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าจะช่วยกี่คน แต่สังคมต้องชัดเจนว่าเราต้องรักษาระบบกฎหมาย ความถูกต้องของบ้านเมืองอย่างไร ความปรองดอง แนวคิดเรื่องความยุติธรรมเปลี่ยนผ่านหรือการยุติธรรมเยียวยา ก็ควรให้คนที่ไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียเป็นผู้คิดให้ครบถ้วน แต่ไม่ใช่ว่าคนมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง เข้าไปดำเนินการเอง เพราะจะกลายเป็นเรื่องของพวกพ้องมากกว่าส่วนรวม

          “การที่รัฐบาลยังนำเอาปัญหาของพ.ต.ท.ทักษิณ มาผูกเป็นปัญหาของประเทศ จะทำให้บ้านเมืองเสียโอกาสไปเรื่อยๆ บรรยากาศของสังคมจะเกิดความตรึงเครียดและขัดแย้งเป็นระยะ ทั้งที่เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชนโดยเฉพาะวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้มีงานใหญ่รออยู่อีกมากที่ต้องการการมีส่วนร่วมของทุกส่วน จึงต้องพักเรื่องความขัดแย้งเอาไว้ก่อน ทั้งนี้จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่าหากมีการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภา พรรคจะไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่าการออกกฏหมายจะไม่รวมเกี่ยวกับกรณี 91 ศพ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าแนวคิดเป็นอย่างไร แต่ขอย้ำว่าควรช่วยรักษาระบบของบ้านเมือง และอะไรที่จะทำให้ความขัดแย้งลดลง ก็มาช่วยกันดู แต่ต้องไม่กระทบกับหลักใหญ่ของบ้านเมือง

          ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ร.ต.อ. เฉลิมระบุว่าหากนายอภิสิทธ์ ได้เห็นโครงสร้างสำนวนเกี่ยวกับคดี 91 ศพแล้ว ทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณจะขาสั่น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนก็เห็น ร.ต.อ.เฉลิม ก็พูดอะไรไปเรื่อย ตนทราบมาว่ามีข้อสังเกตุเกี่ยวกับคณะกรรมการฯ เช่น 1.กรณีคณะกรรมการสิทธิ์ฯก็ถูกกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะต้องให้คณะกรรมการมีความอิสระค้นหาความจริง ไม่ใช่มีการตั้งธงและนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง 2. ที่ผ่านมามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสำนวน หรือการให้ข่าวที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเช่น มีการหยิบยกการให้ข้อมูลของ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อดีตโฆษก ศอฉ. ทั้งที่เป็นการพูดถึงตัวระบบว่า เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน โครงสร้างการบริหารงานเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ก็มีกลุ่มคนไปสร้างกระแสให้เป็นเรื่องอื่น ตนไม่คิดอะไรแต่อยากให้ทำงานตรงไปตรงมา
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เฉลิม พูดในที่ประชุมสภาฯ ว่าจะไม่มีการออก พ.ร. บ.นิรโทษกรรม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมพูดอะไรก็ได้ และพูดมาหลายเรื่อง แม้แต่ตอนหาเสียงก็บอกว่าหากลูกไม่ได้ รับเลือกตั้ง ก็จะไม่รับตำแหน่งแต่ก็ยังเห็นท่านรับตำแหน่งอยู่ สังคมก็คงจะรู้จักรองนายกฯท่านนี้ดีอยู่แล้ว

 

'มาร์ค'พบภาคท่องเที่ยวจี้'รัฐ'เร่งฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

 

          วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมคณะ ได้เข้าหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยภายหลังการหารือ นายอภิสิทธิ์เปิดเผยว่าต้องการให้รัฐบาลใส่ใจฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยวด้วย แม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาคการท่องเที่ยวจะไม่ชัดแต่ก็มีความสูญเสียทางด้านธุรกิจอย่างมาก ขณะที่การลงทุนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นไม่ต้องใช้เงินมาก แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการและส่งสัญญาณ ก็จะทำให้ประเทศมีรายได้กลับเข้ามามากและรวดเร็ว ทั้งนี้เดิมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จำนวนตัวเลขทั้งปีประมาณ 19.6 ล้านคน ตอนนี้คงต้องปรับลดไปประมาณ 1 ล้านคน

          นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการเมืองที่อาจมาเป็นปัญหาซ้อน กับปัญหาอุทกภัย โดยผู้ประกอบการหลายรายเห็นว่าภัยธรรมชาติยังเป็นเรื่องที่รับได้ เพราะมาแล้วก็ไป แต่วิกฤตการเมืองยังเป็นปัญหาที่เรื้อรังของสังคมไทย 
 
          นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 23 พ.ย. ผู้บริหารพรรคจะพบกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และจะสรุปข้อเสนอทั้งหมด หลังจากที่เดินสายพบกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อสรุปเป็นข้อเสนอต่อรัฐบาลและจะทำงานผ่านกรรมาธิการงบประมาณด้วย