รบ.ญี่ปุ่นทวิตทำแผนช่วยไทยฟื้นฟู
กยน.นัดแรกตั้ง 2 อนุฯดูการป้องกันน้ำท่วมระยะสั้น-ระยะยาว ตั้งเป้าฝนหน้าไม่มีกระสอบทรายกั้นน้ำ พบผังเมืองเป็นปัญหาเล็งชงประกาศผังเมืองใหม่พร้อมศึกษา 25 ลุ่มน้ำทั่วปท. "สมิทธ" เสนอคำนวณปริมาณน้ำฝนให้แม่นยำ รัฐบาลญี่ปุ่นทวิตเตรียมจัดทำแผนฟื้นฟู กู้คืนโครงส
22 พ.ย.2554 ที่ห้องสีเขียว ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ(กยน.) โดยใช้เวลาประชุม 2 ชั่วโมง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิช ในฐานะผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบดูแล กยน. แถลงข่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะอนุกรรมการภารกิจพิจารณาเร่งด่วน มีนายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการวางระบบอย่างยั่งยืน มีนายกิจจา ผลภาษี เป็นประธาน โดยคณะกรรมการ กยน. เห็นตรงกันว่าจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ของประเทศญี่ปุ่น(ไจก้า) มาเป็นที่ปรึกษาด้วย รวมทั้งการช่วยเหลือจากองค์กรจากต่างประเทศที่จะเข้ามาช่วยเหลือจำนวนมาก โดยเฉพาะไจก้าที่ได้มีการศึกษาลุ่มน้ำในภาคกลางตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งจะสอดคล้องกับผลการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนการทำงานนั้น กยน.และคณะอนุกรรมการฯ จะเร่งทำงาน โดยเบื้องต้นจะหารือในหลักการการสร้างพนังกั้นน้ำถาวร การวางแผนระบบประตูระบายน้ำและการวางเครื่องสูบน้ำในจุดที่เหมาะสม
“กยน.ตั้งเป้าหมายว่าฤดูฝนปีหน้าจะไม่ให้มีกระสอบทรายเป็นพนังกั้นน้ำอีก แต่จะทำพนังกั้นน้ำแบบถาวร วางระบบป้องกันคู คลอง และ กนย.จะทำงานครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ รวมทั้งจะบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มั่นใจว่าสิ่งก่อสร้างที่อาจเป็นอุปสรรคกีดขวางทางน้ำ เชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนเรื่องผังเมืองได้หารือกันที่จะเสนอแนวทางให้ครม.พิจารณาอนุมัติผังเมืองให้สอดคล้องกับการทำงานของ กยน.โดยโครงสร้างใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหลังผังเมืองใหม่เสร็จแล้ว ส่วนการช่วยเหลือของไจก้าก็ไม่ได้หวังค่าธรรมเนียมหรือหวังผลใด แต่ได้ศึกษาการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคกลางมาแล้ว ทำให้เริ่มทำงานได้จากผลการศึกษาที่สอดรับกัน และบางอย่างปรับปรุงได้จากฐานรายงานได้” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ส่วนกรณีนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หรือสิ่งปลูกสร้างเดิม ที่พบว่าขวางทางไหลของน้ำนั้น นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่ได้เป็นอุปสรรค หรือขวางทางน้ำ แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นเพราะบริหารจัดการน้ำไม่ดีพอ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วก็คงไม่ต้องมีการเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมแต่อย่างใด ซึ่งมองว่าสิ่งที่สามรรถดำเนินการได้ทันทีคือการสำรวจความตื้นของคู คลองและระบบระบายน้ำที่ไม่ต้องรออะไร
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒนาสังคมและความมั่นคงแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่า กรอบการทำงานใน ระยะ 1-3 เดือนจากนี้ จะมีการศึกษาประเด็นของน้ำท่วมว่าจุดอ่อนและจุดแข็งอยู่ที่ใด เช่น ทำไมน้ำไหลไม่ออก เพื่อให้มั่นใจว่าฤดูฝนครั้งหน้าน้ำจะไม่ท่วม รวมทั้งระยะเร่งด่วนเมื่อระบุจุดอ่อนจุดแข็งได้แล้วก็ต้องเสนอให้ครม.และคณะกรรมการ กยน. วางแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำในปีหน้า เช่น การทำประตูระบายน้ำ การขุดลอกคู คลอง การวางเครื่องสูบน้ำ และการวางระบบในระยะยาว ที่จะมองถึงต้นทางน้ำ มาถึงในภาคกลาง ที่เป็นจุดกักเก็บน้ำและปลายทาง ทั้งนี้ยอมรับเรื่องผังเมืองที่อาจจะเป็นจุดอ่อน โดยอาจจะมีการประกาศเพื่อไม่ให้สิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ ขณะเดียวกันการพยากรณ์ที่มีการอ้างอิงข้อมูลจากหลายภาคส่วน ก็จะมีการมอบหมายให้คณะอนุกรรมการภารกิจพิจารณาเร่งด่วน ศึกษาดูข้อมูลที่ได้ เพื่อให้มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น รวมทั้งจะทำการพัฒนาและวิเคราะห์ได้แม่นยำ ซึ่งจะขอความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย
ขณะที่นายวิเชียร ชวลิต เลขานุการกยน. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำนอกจากวางระบบและการหนีภัยน้ำก็ต้องวางระบบให้ดี โดยคณะกรรมการกยน.เห็นควรดูให้ครอบคลุมทุกด้านทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะหลังจากที่มีปัญหาอุทกภัยแล้ว มักจะมีปัญหาภัยแล้งตามมา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ จะมีการศึกษาหาจุดอ่อน เพื่อที่จะได้ดำเนินการแก้ไข ซึ่งระหว่างการประชุมนายสุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษา กยน. แสดงความเป็นห่วงเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ ไม่ใช่การดูโปรเจ็ค แต่ต้องดูกิจกรรมที่จะดำเนินการด้วย ส่วนนายปราโมทย์ ไม้กลัด เป็นห่วงเรื่องการระบายน้ำในคู คลองที่จะต้องมีการบูรณะดูแล
"สมิทธ" เสนอคำนวณปริมาณน้ำฝนให้แม่นยำ
ทั้งนี้นายสมิทธ ธรรมสโรช กรรมการ กยน. กล่าวว่า การแก้ไขป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในระยะสั้นและระยะยาวนั้น ข้อมูลที่จะนำมาพยากรณ์ต้องมีความแม่นยำ เพื่อให้หน่วยงานอื่นนำไปวิเคราะห์ได้ถูกต้องโดยในระยะ 6 เดือน จะต้องไม่มีผลกระทบจากธรรมชาติเกิดขึ้น ขณะที่การประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ จะต้องมีการแสนอแนะให้มีความชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง ทั้งเรื่องฟลัดเวย์ตามโครงการพระราชดำริ และแม่น้ำเจ้าพระยา 2 อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งแรกวันนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มีความสนใจด้วย
นายสมิทธ กล่าวด้วยว่าได้เสนอที่ประชุมว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอีกรัฐบาลจะต้องมีข้อมูลที่แม่นยำในการพยากรณ์ มิฉะนั้นแล้วคนที่ไม่มีข้อมูลปริมาณฝนตกที่แน่นอนก็ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้ายังไม่มีข้อมูลปริมาณฝน ตั้งแต่เริ่มต้นนั้นก็จะบริหารน้ำไม่ได้จะไม่รู้ว่าจะปล่อยน้ำเท่าไหร่หรือเก็บน้ำเท่าไหร่ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
นายกฯจี้รมต.ลงพื้นที่น้ำท่วมหาข้อมูลทำแผนฟื้นฟู
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้นมาก ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานสื่อสารกับประชาชนโดยตรง จากนี้ไปจะมอบหมายให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ทำงานเชิงเจาะลึกว่าแต่ละจังหวัดต้องการที่จะฟื้นฟูอย่างไร
นอกจากนี้ จากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 19 ที่เมืองบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซียที่ผ่านมา มีหลายประเทศมาขอดูแผนฟื้นฟูวิกฤติน้ำท่วมของประเทศไทย ว่าทำไมประเทศไทยทำงานแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว อาทิ ประเทศจีนมีความสนใจในระบบขนส่ง(โลจิสติกส์)ของไทย และอยากจะมาลงทุนในเรื่องรถไฟความเร็วสูง ซึ่งถ้าประเทศไทยมีโครงการรถไฟความเร็วสูงและการขนส่งระบบราง จะเป็นการติดเขี้ยวเล็บในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยจะเป็นประตูสู่อาเซียน
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่าถ้าโครงการในหลายประเทศมาร่วมกันทำงานกับไทยอย่างกันใกล้ชิดจะเป็นการเชื่อมโยงภูมิภาคทั้งภูมิภาค อาทิ ประเทศจีน หรือญี่ปุ่นที่พร้อมจะสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเครื่องจักรต่างๆ ทุกประเทศตื่นตัวมากที่จะมาช่วยประเทศไทย อย่างประเทศจีน ที่ต้องการจะเพิ่มการสั่งซื้อสินค้าที่ขาดดุลกับเรานายกรัฐมนตรีจึงมอบภารกิจว่าต่อไปภาคธุรกิจไม่ใช่การขายของถูกแล้วแต่เป็นในเรื่องของอาหารสะอาด อุตสาหกรรมปลอดภัย และทุกประเทศได้มอบหมายให้ประเทศไทยเป็นฐานใหญ่ที่จะเป็นครัวของโลก ซึ่งรัฐบาลเตรียมการที่จะรื้อฟื้นการผลิตสินค้าเกษตรให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง พร้อมกันนี้จะพัฒนาระบบสินค้า การจัดซื้อสินค้าเกษตรล่วงหน้าด้วย โดยรัฐบาลได้ใช้โอกาสนี้ทำในเรื่องการป้องกันปัญหาโลกร้อน สิ่งแวดล้อมสีเขียว และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน โดยบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ไปทำเรื่องปลูกป่าเพิ่มเติม
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอความเห็นในที่ประชุมครม.ว่า เมื่อครั้งที่ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์สึนามิ ประเทศก็เริ่มต้นการฟื้นฟูจากการท่องเที่ยว ดังนั้น จากนี้ไปถ้านายกรัฐมนตรีจะไปประชุมที่ไหน ขอให้แจ้งกระทรวงท่องเที่ยวฯด้วย เพื่อจะจัดให้นายกฯได้พูดคุยพบปะผู้ประกอบการ
รัฐบาลญี่ปุ่นทวิตเตรียมทำแผนฟื้นฟูช่วยไทยหลังน้ำลด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.24 น. สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ภายใต้ชื่อ @JapanEmb_Thai โดยระบุว่า “รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจัดทำแผนแม่บทการการกู้คืนระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในการฟื้นฟูประเทศภายหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการช่วยเหลือครั้งนี้จะเป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่า”
"ทักษิณ"เยือนเกาหลีใต้ดูแนวทางแก้น้ำท่วม
สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เดินทางถึงกรุงโซลแล้ววันที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อเริ่มภารกิจเป็นเวลา 3 วัน พร้อมเดินทางเข้าชมกิจการเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของเกาหลีใต้ ก่อนจะเดินทางกลับในวันพฤหัสบดี ที่ 24 พ.ย.



