ข่าว

พัทลุงท่วม8อำเภอกว่า5,000ครอบครัวเดือดร้อน

พัทลุงท่วม8อำเภอกว่า5,000ครอบครัวเดือดร้อน

22 พ.ย. 2554

8 อำเภอ จ.พัทลุงท่วมแล้ว เดือนร้อนกว่า 5,000 ครอบครัว สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มจำนวน 28 จุด ระบุในพื้นที่อำเภอริมเทือกเขาเสี่ยงสุด

              22 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาพฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่ จ.พัทลุง ส่งผลให้พื้นที่ 13 ตำบล ของ 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กงหรา อ.ควนขนุน อ.ศรีบรรพต อ.ตะโหมด อ.เขาชัยสน อ.ป่าบอน อ.บางแก้ว และ อ.เมือง ทำให้บ้านเรือนราษฎรในที่ลุ่มถูกน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อน กว่า 5,000 ครัวเรือน

              ขณะที่ บริเวณแหล่งน้ำ คูคลองต่าง ๆ น้ำมีสีแดงขุ่นและเริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมโดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ตะแพน อ.ศรีบรรพต และ ต.นาโหนด อ.เมือง กระแสน้ำเชี่ยวกราก ระดับน้ำที่ท่วมบ้านเฉลี่ยสูง 1 เมตร ถนนในหมู่บ้าน และถนนเชื่อมระหว่างอำเภอหลายสายมีน้ำไหลผ่าน ทำให้การสัญจรของรถเป็นไปด้วยความลำบาก สวนผลไม้ สวนยางพารา ถูกน้ำท่วมขังจำนวนมาก โดยเฉพาะสวนลองกองของนางน้อม จันทร์เพชรคง ชาวบ้านหมู่ 1 ต.ตะแพน ต้นลองกอง 300 ต้นที่กำลังให้ผลผลิตนอกฤดูกาล รอการเก็บเกี่ยวถูกน้ำท่วม

              นางน้อม กล่าวว่า ในพื้นที่มีเพียงสวนลองกองของตนเพียงรายเดียวที่กำลังให้ผลผลิตออกนอกฤดู คาดว่า จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายได้ในรอบนี้ ประมาณ 30,000 กก. แต่หากน้ำท่วมขังนานร่วมอาทิตย์ ผลลองกองก็จะร่วงเสียหายทั้งหมด ซึ่งก็น่าเป็นห่วงเนื่องจากในพื้นที่ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม

              ด้านนายธนกร ตะบันพฤกษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้ จ.พัทลุง มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้วใน 6 อำเภอ 16 ตำบล 53 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรไร่นา สวนยางพารา และสวนผลไม้ถูกน้ำท่วมกำลังรอการสำรวจ ในส่วนของพื้นที่ที่ต้องเฝ้าเป็นพิเศษ คือ พื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม จำนวน 28 จุด กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอริมเทือกเขา

              เนื่องจาก ที่ผ่านมาปริมาณน้ำฝนได้ตกลงบริเวณภูเขาเทือกในประมาณ 155 มม. กว่า 2 คืน 2 วัน ที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมเป็นจำนวนมาก หวั่นจะเกิดดินโคลนถล่ม

              เบื้องต้น แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณจุดเสี่ยงภัยเตรียมพร้อมอพยพออกจากพื้นที่ตลอด 24 ชม.

 

นครศรีธรรมราชฝนถล่มต่อเนื่องหลายชุมชนในที่ลุ่มน้ำเริ่มทะลักท่วมแล้ว

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาอย่างจ่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ส่งผลให้น้ำในลำคลองสายหลักหลายสายเริ่มล้นตลิ่ง และไหลบ่าเข้าท่วมหลายชุมชนในที่ลุ่ม โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยในลำคลองทุกสาย นายเชาวนวัศน์ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้ส่งการให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนธงสัญญาณปรับระดับการแจ้งเตือนจากธงสีเขียวเป็นธงสีเหลือง หมายความว่า ให้ประชาชนติดตามข่าวสารและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และหากเปลี่ยนเป็นธงสีแดง หมายความว่า ต้องรีบอพยพขึ้นที่สูงโดยเฉพาะในเขตชุมชนริมคลองทั้ง 5 สายหลัก คือ คูพาย,สวนหลวง,ป่าเหล้า,หน้าเมือง,ราเมศวร์ ที่รับน้ำมาจากเขตเทือกเขาหลวงที่พาดผ่านตอนกลาง จ.นครศรีธรรมราช ไหลพาดผ่านตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นลำคลองที่ส่งผลให้เกิดอุทกภัยทุกครั้ง

              ส่วนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซึ่งเป็นระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้เนื่องจากฝนยังคงตกอย่างหนัก เช่น ชุมชนหน้าสถานีรถไฟ ชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนท่าโพธิ์ ชุมชนมะม่วงสองต้น ชุมชนท่าช้าง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขต อ.เมืองนครศรีธรรมราช

              นายเอกรินทร์ รอดทอง สท.นครนครศรีธรรมราช เขต 3 กล่าวว่า ขณะนี้ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้เตรียมทรัพยากรทุกด้านที่ต้องใช้ในการช่วยเหลือประชาชนไว้พร้อมแล้วโดยก่อนหน้านี้ได้มีการขุดลอกคูคลองไว้รองรับการระบายน้ำ 

              ด้านพื้นที่ป่าเขาโดยเฉพาะในแนวเทือกเขาหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ขณะนี้ ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักหลายจุดเริ่มมีน้ำป่าที่ไหลลงมาจากภูเขาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง ซึ่งในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบก่อนหน้านี้เช่น อ.ขนอม อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.ลานสกา อ.พิปูน อ.ฉวาง อ.ช้างกลาง อ.พรหมคีรี และ อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเป็นพื้นที่รายรอบเทือกเขาหลวง ได้แจ้งเตือนประชาชนและในแต่ละชุมชนได้มีชุดเฝ้าระวังติดต่ามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะใน อ.นบพิตำ

              นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มีรายงานฝนตกและตกหนักในเกือบทุกอำเภอต่อเนื่องประมาณ 4 วัน แต่เป็นลักษณะของฝนตกแล้วทิ้งช่วง ทำให้การระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ ยังอยู่ในสภาพคล่องตัว ส่วนอ่างเก็บน้ำสำคัญทั้ง 4 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส อ.ชะอวด ,อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน และอ่างเก็บน้ำคลองดินแดง ในพื้นที่อ.พิปูน และอ่างเก็บน้ำเสม็ดจวน อ.ทุ่งใหญ่ ยังอยู่ในสภาพที่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้

 

2 ตำบลของเมืองตรังเจอฝนทำให้น้ำท่วมแล้ว

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก เป็นระยะเวลา 2 วันนั้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของ อ.เมืองตรัง แล้ว โดยในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านท่าปาบ ต.นาโยงใต้ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมขังซ้ำซาก ปรากฎว่า บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมคลองชลประทานได้ถูกน้ำท่วมแล้ว ประมาณ 15 หลังคาเรือน โดยมีความสูงของระดับน้ำ ประมาณ 60-70 ซม. และฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น จนต้องอพยพทั้งคนและข้าวของขึ้นมากางเต็นท์อยู่ริมถนน พร้อมกันนั้น โรงเรียนวัดโคกพิกุล ก็ได้สั่งหยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว

              นอกจากนั้น น้ำป่าที่ไหลทะลักลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ยังให้สะพานข้ามคลองในพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านด่าน ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง ถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากซัดจนเหลือแค่เพียงตอม่อเท่านั้น ส่งผลให้การสัญจรไปมาระหว่างทั้ง 2 หมู่บ้านต้องประสบปัญหา

              จากการสำรวจพบว่า คอสะพานในพื้นที่หมู่ที่ 12 บ้านเขาโหรง ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง ก็ยังทรุดตัวลงมาเนื่องจากถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากซัด เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)น้ำผุด จึงต้องติดตั้งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่รถเพื่อป้องกันการเกิดอันตราย



น้ำระบายไม่ทัน  ท่วมขังเขตเทศบาลหลายจุด

              ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่ จ.นราธิวาส ว่า ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักนานติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำระบายลงสู่ทะเลไม่ทัน ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส แล้ว หลายจุด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส มีน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร แล้วหลายจุด ตั้งแต่ถนนสานพิชิตบำรุง , ถ.สายธรรมวิธี จนถึงหน้าวัดประชาภิรมณ์ น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านชาวบ้านจำนวน 10 หลัง และที่บริเวณ 4 แยกทางไปหน้าโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ น้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านไป-มาได้ ร้านค้าถูกน้ำท่วมกว่า 10 แห่ง

              นอกจากนี้ น้ำยังท่วม ถ.สายเจริญพงศ์ ตลอดสายจนถึงโรงเรียนพิมานวิทย์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผนกั้นเหล็กมาปิดถนนแล้วเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าเด็กนักเรียนซึ่งกำลังเลิกเรียนจะได้รับอันตราย

              ล่าสุด เจ้าหน้าที่เทศบาลได้กระจายกำลังเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วย ฉก.นราธิวาสที่ 33 กองทัพเรือ นำกำลังเข้าสำรวจพื้นที่น้ำท่วม ในพื้นที่รอบนอก เพื่อเข้าช่วยเหลือหากพื้นที่ใดน้ำท่วมหนัก ก็พร้อมนำเรือและรถยนต์ขนาดใหญ่เข้าช่วยอพยพประชาชนออกมายังที่ปลอดภัยทันที             

              อย่างไรก็ดีจนถึงขณะนี้ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านต่างพากันขนกระสอบทรายเข้ามากั้นน้ำที่หน้าบ้านพักของตนเองแล้ว ซึ่งคืนนี้หากฝนไม่หยุดอาจมีน้ำท่วมสูง ทำให้ชาวบ้านต่างจัดเวรยามเฝ้าดูทุกจุดในพื้นที่เสี่ยงน้ำไหลแรง เพื่อช่วยเหลือกันได้ทันอีกทางหนึ่งด้วย

              นายวรเชษฐ์ พรมโอภาส นายอำเภอสุคิริน กล่าวว่า หลังฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าอาจจะส่งผลให้เกิดอุทกภัย และดินถล่มขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ในส่วนของพื้นที่ อ.สุคิรินซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดน้ำท่วมและดินถล่มเป็นประจำทุกปี ทำให้จนถึงขณะนี้ได้มีการเพิ่มความถี่ในการประชุมและซักซ้อมแผนการป้องกันและการแก้ปัญหา เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในพื้นที่ มั่นใจว่าการแก้ปัญหาทั้งระบบจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย             

              ทั้งการจัดตั้งศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย อาหาร น้ำดื่ม การดูแลสุขภาพ ยารักษาโรค และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย นอกจากนี้ได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดเตรียมเสบียง พร้อมยานพาหนะและเครื่องจักรสำหรับการลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุดินถล่ม ซึ่งได้เตรียมพร้อม24ชั่วโมง

              นอกจากนี้ ได้เดินหน้าในการดำเนินการแก้ปัญหาระยะยาว โดยการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในนที่ร่วมกันปลูกต้นไม้ และร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม่ให้ถูกทำลายจนส่งผลให้เกิดดินถล่มในพื้นที่ ซึ่งเป็นโครงการที่ส่วนราชการในพื้นที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังเน้นย้ำในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง โดยหากพบเห็นการกระทำความผิดจะมีการดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

ปัตตานีฝนตกต่อเนื่อง คลื่นลมแรงพัดถนนริมทะเลเสียหาย

              ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศทั่วไปใน จ.ปัตตานี มีเฆมฝนปกคลุมทั้งจังหวัด มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องบางพื้นที่ฝนตกหนักและมีฝนตกเล็กน้อย แม่น้ำลำคลองระดับน้ำยังไม่สูงสามารถระบายลงสู่ทะเลได้ปกติ และพื้นที่ทุ่งกว้างที่เป็นพื้นที่รับน้ำสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก สภาพท้องทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ซัดเข้าชายฝั่งโดยเฉพาะถนนเลียบชายฝั่งจากพื้นที่ อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ และอ.สายบุรี ถูกคลื่นซัดได้รับความเสียหายเป็นช่วงๆ การสัญจรไปต้องใช้ความระมัดระวัง

              โดยเฉพาะที่บริเวณหมู่ 1 ต.แหลมโพธิ์ และบางจุดถนนเลียบชายฝั่งทะเลระหว่างอำเภอยะหริ่ง ไปอำเภอปะนาเระ ถนนขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องอ้อมใช้เส้นทางในหมู่บ้านในการสัญจรไปมา ส่วนช่วงกลางคืนชาวบ้านไม่กล้าสัญจรไปมาเพราะคลื่นและลมแรงกว่ากลางวัน ซึ่งหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการทิ้งหินและแท่งคอนกรีตเพื่อกันคลื่นซัดถนนเสียหายแต่ไม่สามารถป้องกันได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ขณะรายงานข่าวฝนยังตกอยู่

              ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เรือประมงท้องถิ่น หรือเรือกอ และ มี 6 อำเภอ ที่อยู่ริมทะเลในจ.ปัตตานี กว่า พันลำ ต้องรีบเข้าฝั่งและจอดเป็นทิวแถว ไม่สามารถออกทำการประมงได้ เนื่องจากคลื่นลมแรง เกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะเป็นเรือขนาดเล็ก ทำให้ชาวประมงที่มีอาชีพหาเช้ากินค่ำได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกัน