
'พลังน้ำใจไทยมิติใหม่ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม'
เล่าสู่กันฟัง : 'พลังน้ำใจไทยมิติใหม่ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม' โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ เราได้เห็นภาพดีๆ ของความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างภาคประชาคม สื่อมวลชน ภาคธุรกิจ พรรคการเมือง และภาครัฐ ที่พร้อมใจกันวางเรื่องของตัวเอง แล้วหันมามองและยื่นมือช่วยเหลือคนที่ประสบกับความยากลำบากจากภัยธรรมชาติ และแม้ผ่านไปหลายเดือนสถานการณ์น้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลงให้เห็นแล้ว แต่ภาคส่วนต่างๆ ก็ยังคงจับมือกันให้ความช่วยเหลือด้านการฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เอกชนยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจที่มีชื่อเสียง 12 ราย เช่น บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ก็ได้จับมือกันภายใต้โครงการ "พลังน้ำใจไทย" หรือ Power of Thai มุ่งหวังที่จะระดมทุน 100 ล้านบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจะเริ่มฟื้นฟูด้านการศึกษาของเยาวชนก่อน เนื่องจากโรงเรียนเปรียบเหมือนศูนย์กลางของแต่ละชุมชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมพัฒนาให้เยาวชนมีสถานศึกษาที่มีคุณภาพ
ในขณะที่การฟื้นฟูเยียวยาภาคเศรษฐกิจนั้น ภาครัฐจะเร่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาในภาพรวมหลักๆ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การลงทุนเรื่องน้ำ 2.เรื่องระบบการกระจายสินค้าหรือโลจิสติกส์ และ 3.การพัฒนาเพื่อยกระดับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการจ้างงาน และเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้ว การมีโครงการจัดการระบบชลประทานของประเทศที่มีคุณภาพก็จะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไปอีกด้วย
ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยเชิงสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เรื่อง "การเมืองกับภัยพิบัติน้ำท่วมและทางออกในสายตาของสาธารณชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร แพร่ ลำปาง นครสวรรค์ เพชรบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี หนองคาย สกลนคร สุรินทร์ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ตรัง สงขลา และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,419 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5-12 พฤศจิกายน 2554 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.5 คิดว่าเป็น "หน้าที่" ของประชาชนทุกคนในชาติต้องช่วยกันในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้ ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 7.5 เท่านั้น ที่คิดว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลฝ่ายเดียว
สำหรับทางออกในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้คือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 100 หรือร้อยละ 97.8 ระบุว่า คนไทยช่วยไทย คนไทยไม่ทิ้งกันคือทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้ และร้อยละ 96.7 คิดว่า ความรักความสามัคคีของคนในชาติคือทางออก ในขณะที่ร้อยละ 92.5 ระบุรัฐบาลทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนแก้ปัญหาน้ำท่วมต่อไปคือทางออก และร้อยละ 91.0 ระบุรัฐบาลต้องทำงานใกล้ชิด เลิกขัดแย้งกับกรุงเทพมหานครคือทางออก
ถึงแม้ว่าปัญหาเรื่องน้ำกำลังสร้างความวุ่นวายและความยากลำบากให้แก่คนเป็นจำนวนไม่น้อยในขณะนี้ แต่เชื่อว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง และผู้ที่มีจิตอาสากำลังพยายามช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ประสบภัยทุกคน ขอให้ผู้ที่ช่วยเหลือและผู้ที่รับการช่วยเหลือทุกคนอดทน และอยู่อย่างมีความหวัง เป็นกำลังใจให้กันและกัน จับมือกัน และช่วยกันฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคในครั้งนี้ไปให้ได้
ภาพของการช่วยเหลือกันคนไทยด้วยกันในครั้งนี้จะได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตราตรึงไว้ในความทรงจำและความรู้สึกของพี่น้องทุกคนในประเทศตราบจนชั่วลูกชั่วหลาน และจะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนไทยรุ่นต่อๆ ไปได้รับรู้ว่า ครั้งหนึ่งน้ำเคยท่วมใหญ่เมืองไทย และคนไทยได้รวมพลังร้อยใจเป็นหนึ่งเดียวช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แม้จะมีกระทบกระทั่งกันบ้างก็ไม่ได้รุนแรงมากมายจนทำให้แตกแยก ไม่เหมือนเหตุการณ์ทางการเมืองในปีที่ผ่านมา ซึ่งประวัติศาสตร์ของชาติก็ได้บันทึกไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
-------------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : 'พลังน้ำใจไทยมิติใหม่ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม' โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



