ข่าว

ผบ.สส.ลั่นทหารช่วยน้ำท่วมไม่ก่อ'ปฏิวัติ'

ผบ.สส.ลั่นทหารช่วยน้ำท่วมไม่ก่อ'ปฏิวัติ'

22 พ.ย. 2554

ผบ.สส.ลั่นทหารช่วยน้ำท่วมไม่หวังสร้างกระแสก่อ'ปฏิวัติ' สั่งเหล่าทัพเร่งฟื้นฟู เตรียมช่วยน้ำท่วมภาคใต้ - ภัยหนาว

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการประชุมผบ.เหล่าทัพ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขาดแต่เพียง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ติดภารกิจไปขยายผลคดียาเสพติด โดยส่ง พล.ต.อ.ภานุพงษ์ สีหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.มาประชุมแทน โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1.30 ชั่วโมง

            ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม  พล.อ.ธนะศักดิ์ เปิดเผยว่าทหารจะยังดำเนินการช่วยเหลือต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้ดูแลกำลังพลในทุกเหล่าทัพ  รวมถึงให้ผบ.เหล่าทัพชี้แจงถึงการเพิ่มคน หรือลดคนตามความเหมาะสมในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ส่วนตรงไหนที่พอจะฟื้นฟูได้ก็ให้เริ่ม ส่วนตรงไหนที่ยังไม่ได้แต่ใกล้แล้วก็ให้เตรียมแผนไว้ นอกจากนี้ยังให้เตรียมการช่วยเหลือภัยหนาว และดินโคลนถล่ม รวมถึงน้ำหลากในภาคใต้

            ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่พยายามดึงกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เรามีหลัก และจุดยืนอยู่แล้วว่า เราทำตามหลักรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ซึ่งมีกฎกติกาอยู่แล้ว เราทำตามระเบียบ ส่วนการเมืองเป็นการเมืองก็ว่ากันไปในระบบ แต่ถ้ามีงานอื่นๆ เช่นน้ำท่วม แทนที่เราจะรอการสั่งการเราก็สามารถดำเนินการได้ทันที โดยทางทหารเขาเรียกว่า สงครามที่ไม่ใช้กำลัง เมื่อเขาขอการสนับสนุน เราก็ทำเต็มที่ คือ ทำอัตโนมัติ ส่วนข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เรามี 8 กองกำลังของกองทัพบก และมี 1 กองเรือ ซึ่งเขายังคงปฏิบัภารกิจหลักอยู่ ซึ่งประสิทธิภาพในการปฏิบัติเป็นไปตามปกติ และพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และมีการเตรียมแผนเป็นลำดับขั้นในการดำเนินการต่างๆ ไม่ต้องกังวล เราสามารถแบ่งภารกิจทำได้หมด

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ทหารได้รับคะแนนนิยมจากการช่วยเหลือน้ำท่วม มีการจับตามองว่า สถานการณ์การเมืองที่อาจวุ่นวายหลังน้ำลด อาจจะมีกระแสเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติ โดยจะให้ท่านเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เราทำตามกติกา เพราะเราเป็นทหารของประชาชน ทำตามกติกา ดูแลชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นจุดของเรา เราช่วยเหลือประชาชนทำด้วยใจ หน้าที่ได้กำหนดไว้แล้ว ที่เราทำมากกว่าหน้าที่ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่า เราทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อเอาใจ ใครลำบากเราก็ช่วย ทุกคนได้บุญ การทำงานสำเร็จ ไม่ใช่เฉพาะทหารฝ่ายเดียว ต้องทุกฝ่ายร่วมกัน และทุกคนต้องเป็นหนึ่งเดียว ประเทศชาติและงานทุกอย่างจึงจะรอดไปได้

 


ผบ.สส. ชี้ไทยถอยเท่ากับเสียดินแดนโดยพฤตินัย

            พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึง การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี) เพื่อหาข้อยุติปัญหาชายแดนว่า การดำเนินการตามแนวชายแดน เรายังปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงเดิม คือ ยังไม่มีใครสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการใดๆ ปัญหาที่มีอยู่ คือ พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเราก็ยังอยู่ตรงนั้น รวมถึงพื้นที่เขตปลอดทหาร ซึ่งขณะนี้ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาถือว่า ยังดีอยู่ ไม่มีปัญหา เมื่อก่อนนี้เราใช้จีบีซี เป็นเครื่องมือและกลไกเอาไว้เจรจาเพื่อทำให้สนิทมากยิ่งขึ้น แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ความไม่เข้าใจกันทำให้เครื่องมือตรงนี้หยุดชะงักไป แต่ขณะนี้ความสัมพันธ์ได้กลับมาใหม่ ส่วนมาตรการคุ้มครองของศาลโลก เราก็รู้ เขาก็รู้ว่า ให้ทำอะไร แต่นายเรายังไม่ได้สั่ง นโยบายยังไม่ได้บอกว่า ให้เราทำอะไร เราจึงต้องทำแบบเดิมไปก่อน อยู่ดีๆมาตรการเขาออกมา แล้วจะให้ทหารออกมาเก็บของกลับบ้านเลย มันไม่ใช่ เราถือว่า เรายังรับผิดชอบในพื้นที่เดิม

            พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลจะมอบให้เราไปเจรจาจีบีซี เขาจะต้องให้แนวทาง ก่อนหน้านี้ สื่อบางฉบับเขียนว่า ผบ.สส.กลัวเสียเอกราชอธิปไตย เลยจึงต้องนำเรื่องเข้าสภาเพื่อไปพูดคุย ตนสมมุติว่า หากเราทำตามมาตรการของศาลโลก คือ ผบ.เหล่าทัพจะลงไปในพื้นที่แต่งเครื่องแบบลงไปไม่ได้ และไปเป็นทางการไม่ได้ ต้องไปขออนุญาติกรรมการหรือผู้สังเกตุการณ์ก่อนจึงจะสามารถเข้าไปได้ ถ้าเช่นนี้ภาษาของเราจะเรียกว่า เราเสียพื้นที่ทางพฤตินัย แต่ตามกฎหมายจะเสียหรือไม่เสียนั้นไม่รู้ ดังนั้นถ้าจะสั่งให้ทำเช่นนี้ก็ต้องบอกให้ชัดว่า ขณะนี้รับแล้วว่า 17.3 ตารางกิโลเมตรเป็นโซนปลอดทหาร แล้วเราจะทำตามตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามาบอกให้ชัด

            ผบ.สส. กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีการพยายามจะให้มีการประชุมทั้งจีบีซี และเจบีซี ซึ่งในส่วนของเจบีซีจะพูดถึงการแบ่งเขตอย่างเดียว ซึ่งเขาพยายามให้จีบีซีเป็นผู้รับ และเมื่อจีบีซีรับ จีบีซีก็จะได้รับขอบเขตใหม่ แต่ขอบเขตเดิมของจีบีซี ไม่มีการพูดถึงเรื่องการคุ้มครองเขตแดน หรือการถอนทหาร ดังนั้นถ้าจะให้จีบีซีไปพูด รัฐบาล โดยรัฐสภาต้องมอบอำนาจให้ว่า สามารถพูดเรื่องนี้ได้ และเมื่อตกลงเสร็จกลับมาก็นำข้อมูลกลับเข้ามายังรัฐบาล และสภาว่า ถ้าเป็นไปตามนี้จะดีหรือไม่ดีอย่างไรจึงจะเป็นข้อปฏิบัติได้ ขณะนี้ตามข่าวสื่อมวลชนบอกว่า เขากำหนดกรอบ 5 ข้อ โดยให้จีบีซีไปพูดได้ ถ้ากำหนดมาให้ชัดเจนก็จะเอาไปพูดได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ

            "อยากถามว่า ตอนนี้ทหารควรทำอย่างไร ควรถอนทหาร หรือควรทำตัวตามปกติ ส่วนกรอบ 5 ข้อที่จะต้องปฏิบัติตามมติศาลโลกนั้น เป็นเรื่องของข้างบนจะบอกมา ภาพตอนนี้ เราทำสิ่งที่รับผิดชอบอยู่ ซึ่งผบ.ทบ.และผบ.ทร.ที่มีส่วนตรงนี้ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูด เราไม่ได้ทำตามศาลโลก แต่เราทำตามที่เราได้รับคำสั่งครั้งสุดท้าย ไม่ได้หมายความว่า ชวนทะเลาะ เพราะในพื้นที่ทหารยังยิ้มแย้ม ทักทายคุยกัน”ผบ.สส.กล่าว

            เมื่อถามว่า หากถอนทหารจะทำให้ไทยเสียดินแดนหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เรายืนยันไปอย่างนี้ ขอบอกว่า อันนี้เป็นภารกิจของเรา ถ้าเราถอยออกมาก็รู้สึกว่า เราเสียเขต และจริงๆทางพฤตินัยมันเสียอยู่แล้ว ตราบใดที่ทหารแต่งเครื่องแบบไปยืนไม่ได้ คิดว่า เราเสียเขตตรงนั้น ถ้าเป็นเขตเรา เราจะไปตรงไหนก็ไม่ต้องไปขอใคร แต่เรายืนยันไปแล้วส่วนหนึ่ง นโยบายข้างบน และสภาต้องไปตัดสินกัน ถ้ามีมติให้ทำ เราดูแล้วว่า ไม่ใช่ก็ต้องยื่นวีโต้ก่อน แต่ถ้าดูแล้วทุกคนรับได้ เหมาะสม ทหารก็ต้องรับ เพราะเป็นนโยบายที่เขาคุย กัน ซึ่งเหล่านี้เป็นนโยบายตั้งแต่ผบ.สส.คนเดิม 
 
            ผู้สื่อข่าวถามว่า ทหารไม่จำเป็นต้องทำตามมติศาลโลกใช่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ตอนศาลโลกมีมติไม่มีการประท้วง เมื่อศาลสั่งมาก็อาจต้องปฏิบัติ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามศาลโลก แต่ปฏิบัติตามรัฐบาล ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาล เพราะ กองทัพเป็นเซลล์หนึ่งของประเทศและรัฐบาล ในระบอบประชาธิปไตย ถ้าเราสู้ในจุดที่เรายืนไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับเหตุผลผู้บังคับบัญชาเรา ยืนยันว่า ทหารไม่ได้ขึ้นกับศาล แต่เราทำตามคำสั่งรัฐบาล และทำตามครรลองตามกฎหมาย