
เตือนหญิงลุยน้ำท่วมเสี่ยงเชื้อรา
ปัญหาใหญ่ที่พบมากในช่วงน้ำท่วม คือ ความอับชื้นในร่มผ้า สำหรับคนที่ต้องลุยน้ำเป็นประจำ ความอับชื้นของเสื้อผ้า กางเกงยีน ทำให้เกิดเชื้อราในร่มผ้า มีอาการคัน และตกขาวมากตามมา
ถึงแม้ความรุนแรงของโรคติดเชื้อกับผู้หญิงอาจไม่มาก โอกาสลุกลามเข้าไปถึงมดลูก ปีกมดลูก ทำให้มีไข้สูงปวดท้องน้อยเป็นไปได้ยาก แต่การย่ำน้ำครำเป็นเวลานาน มีโอกาสเสี่ยงที่เชื้อโรคจะเข้าไปในช่องคลอดได้
ปัญหาของเชื้อราที่มากับน้ำท่วม
อาการตกขาวจากเชื้อรา จะมีอาการคันเป็นหลัก สังเกตได้ง่าย เช่น ตกขาวเริ่มมีสีเหลืองเหมือนนมบูด มีลักษณะเป็นก้อน เป็นแผ่น และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
วิธีป้องกันที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ หรือลุยเท่าที่จำเป็น ทันทีที่กลับถึงบ้านควรถอดกางเกงล้างทำความสะอาด และเช็ดให้แห้ง แม้จะเป็นกางเกงกันน้ำ ก็ทำให้อบเหงื่อ อับชื้นเป็นเชื้อราได้ง่ายขึ้น การสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ง่าย จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้ แต่หากพบอาการบ่งบอกว่าเป็นเชื้อราในช่องคลอด ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อราเหน็บในช่องคลอด หรือใช้ยาทาภายนอกระงับอาการคัน หรือใช้ยารับประทานฆ่าเชื้อรา หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์
ในคนที่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นประจำ คนไข้เบาหวาน คนไข้ที่ต้องรับประทานยากดภูมิต้านทาน มีความเสี่ยงติดเชื้อราได้มากกว่าคนทั่วไป การรับประทานยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ มีผลทำลายแบคทีเรียปกติที่เป็นมิตรกับช่องคลอดของผู้หญิง แบคทีเรียเหล่านี้ช่วยรักษาภาวะกรดในช่องคลอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อของแบคทีเรียก่อโรค จึงไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยโดยไม่จำเป็น
ปัญหาเรื่องตกขาว และอาการคัน
พบบ่อยขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการรักษาอนามัยของคนเปลี่ยนไป จากปกติช่องคลอดมีแบคทีเรียที่เป็นมิตรช่วยรักษาสภาพช่องคลอดให้เป็นกรด ป้องกันแบคทีเรียก่อโรค แต่พฤติกรรมของผู้หญิงรุ่นใหม่มักนิยมใส่แผ่นรองอนามัยทุกวัน ทำให้อบ และเกิดการหมักหมม เป็นเหตุให้มีเชื้อราง่ายขึ้น ผู้หญิงบางคนชอบสวนล้างช่องคลอด เพราะคิดว่าสะอาดกว่า แต่ความจริงการสวนล้างช่องคลอดเป็นการทำลายแบคทีเรียปกติในช่องคลอด ทำให้สมดุลของช่องคลอดเปลี่ยนไป ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียแปลกปลอมได้ ทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบตกขาวเป็นสีเหลือง มีกลิ่น หรือคันบ่อยๆ
นอกจากอาการคันจากเชื้อราในร่มผ้าแล้ว ในภาวะน้ำท่วม การเข้าห้องน้ำไม่สะดวก ทำให้คนดื่มน้ำน้อย และไม่ยอมปัสสาวะ ซึ่งเสี่ยงทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ จะมีอาการปัสสาวะแสบคัด ปัสสาวะบ่อยกระปริดกระปรอยได้ สถานการณ์แบบนี้ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ อย่ากลั้นปัสสาวะ อาจต้องยอมเข้าห้องน้ำที่ไม่สะอาด ดีกว่ากลั้นปัสสาวะ จนทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ การล้างทำความสะอาดอวัยวะในที่ร่มของผู้หญิงที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องใช้แอลกอฮอล์ หรือสบู่อนามัย เพียงแค่ทำความสะอาดภายนอกด้วยน้ำสะอาด แต่ไม่ต้องสวนล้างช่องคลอด และเช็ดให้แห้ง เท่านี้ก็เพียงพอ
สำหรับคนที่มีปัญหาช่องคลอดอักเสบง่าย มีตกขาวเป็นประจำ และมีอาการคันช่องคลอดอยู่เรื่อยๆ เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ รวมถึงสตรีในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งเชื้อโรคเข้าไปได้ง่ายขึ้น เพราะปากมดลูกเปิด อีกทั้งเลือดเป็นอาหารที่ดีของเชื้อโรค ดังนั้นสตรีที่มีประจำเดือนควรเลี่ยงที่จะเดินลุยน้ำ ถ้าจำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าที่กันน้ำได้ และหมั่นทำความสะอาด เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
คนที่มีแผล ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่แผลได้โดยตรง ผู้ป่วยเบาหวานมีแผลติดเชื้อง่าย คนไข้ภูมิต้านทานต่ำควรรักษาร่างกายให้แข็งแรง ดื่มน้ำมากๆ ไม่กลั้นปัสสาวะ และอย่าย่ำน้ำสกปรก เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคที่มากับน้ำ
เพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่มาจากการย่ำน้ำ กรณีที่เลี่ยงไม่ได้ ควรป้องกันให้น้ำโดนผิวหนังน้อยที่สุด
โดยสวมใส่รองเท้าบู๊ท กางเกงพลาสติกที่ยาวมาถึงเอว ถึงอก ในน้ำลึก เพื่อไม่ให้สัมผัสกับน้ำโดยตรง ซึ่งนอกจากจะป้องกันเชื้อราในร่มผ้าได้แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคอื่นๆ ที่มากับน้ำท่วม เช่น โรคฉี่หนู โรคเท้าเปื่อยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน โรคแผลพุพอง เป็นต้น
พญ.วนิชา ปัญญาคำเลิศ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719



