
สักการะ "พระนอน" บน "เขาหลักจันทร์" สถานปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ที่เมืองตรัง
แม้จะเป็นเพียงตำบลเล็กๆ ใน จ.ตรัง แต่ ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง ซึ่งมีเนื้อที่ 100,381.25 ไร่ หรือประมาณ 160.61 ตารางกิโลเมตร กลับเป็นที่ตั้งของวัดวาอารามและสำนักสงฆ์สำคัญๆ หลายแห่ง เช่น วัดภูเขาทอง วัดทุ่งนา วัดไร่พรุ วัดน้ำผุด สำนักสงฆ์บ้านห้วยเร็จ
ส่วนสำนักสงฆ์แห่งใหม่ที่น่าสนใจอย่างมาก คือ "สำนักสงฆ์เขาหลักจันทร์" ซึ่ง อบต.น้ำผุด กำลังหาทางพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต่อไป
วิศาสตร แสงศรี นายก อบต.น้ำผุด ระบุว่า สำนักสงฆ์เขาหลักจันทร์ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 12 (บ้านเขาโหรง) ล่าสุด ได้มีการก่อสร้างองค์พระนอน ซึ่งเป็นพระประธานขนาดใหญ่เพื่อประดิษฐานไว้บนสำนักสงฆ์ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน และนักท่องเที่ยว
สำหรับการก่อสร้างพระนอนขนาดใหญ่ ความยาว 5 เมตร เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้มีจิตศรัทธา และประชาชนในพื้นที่
ตามตำนานเล่าขานกันว่า พื้นที่ของสำนักสงฆ์เขาหลักจันทร์ เดิมเคยเป็น "เหมืองแร่" มาก่อน ซึ่งนอกจากคนงานเหมืองแร่แล้วก็ยังมีชาวบ้านที่เข้าไปหามูลค้างคาว และของมีค่าในถ้ำ ซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีคนโบราณเอาทรัพย์สินมีค่าไปฝังเอาไว้
นอกจากนี้ ในถ้ำยังเคยเป็นที่ประดิษฐาน "พระนอน" องค์ใหญ่มาก่อน แต่ถูกคนใจบาปทุบทำลายเพื่อค้นหาของมีค่า จนทำให้พระนอนพังเสียหายจนไม่เหลือร่องรอยใดๆ อีกเลย ซึ่งเรื่องนี้ผู้สูงอายุในชุมชนยืนยันว่าเคยมีพระนอนอยู่ในถ้ำจริง
ต่อมาจึงมีผู้มีจิตศรัทธาที่ทราบเรื่องจึงเดินทางมายังอบต.น้ำผุด พร้อมทั้งแจ้งความประสงค์ว่า จะขอสร้างพระนอนขึ้นมาทดแทนองค์เก่า อบต.จึงนำเรื่องไปประชุมหารือกับชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ ซึ่งต่างก็ยินดีจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
จากนั้นผู้มีจิตศรัทธาดังกล่าวได้บริจาคทุนทรัพย์ก้อนหนึ่ง ส่วน อบต.น้ำผุด และคนในพื้นที่ก็ได้ช่วยกันก่อสร้างองค์พระนอนในทุกขั้นตอน
กว่าจะสร้างองค์พระนอนเสร็จก็ต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งแรงกาย และแรงใจอย่างแสนสาหัส เพราะการเดินทางขึ้นสู่สำนักสงฆ์ที่อยู่บนเขาสูงจะต้องเดินขึ้นบันไดถึง 99 ขั้น จึงมีความยากลำบากอย่างมากในขนย้ายวัสดุก่อสร้าง
นายก อบต.น้ำผุด บอกว่า ถึงวันนี้การก่อสร้างองค์พระนอนได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างพระพุทธรูปองค์เล็กเพื่อนำมาประดิษฐานในระดับที่ต่ำลงมาอีก 3 องค์ ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางสมาธิ พร้อมพระอัครสาวกเบื้องซ้ายขวาอย่างละองค์
ทั้งนี้ หากดำเนินการก่อสร้างพระพุทธรูปครบทั้งหมด พร้อมทั้งจัดสร้างถนนเพื่อขึ้นไปยังสำนักสงฆ์ได้อย่างสะดวกสบายกว่านี้ ในอนาคตสถานที่แห่งนี้ก็จะกลายเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.ตรัง อย่างแน่นอน
"เมธี เมืองแก้ว"



