
'ปู'ห้าม'รมต.-จนท.'แถลงมติลับครม.
"ยิ่งลักษณ์" สั่ง "รมต.-จนท." รูดซิปปากห้ามแถลงมติลับ "ฐิติมา" เผยรอแค่นายกฯลงนามก่อนนำทูลเกล้าฯ โฆษกรบ.-เลขากฤษฎีกา ตอบเสียงเดียวกัน พรฎ.อภัยโทษ ไม่เอื้อ "ทักษิณ" แจงไม่ตัดความผิดในบางฐานออกตามที่เป็นข่าว ย้ำทำตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 พ.ย.2554 นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกับครม. ในเรื่องที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมในการประชุมครม.ครั้งก่อน เนื่องจากติดภารกิจที่จ.สิงห์บุรี ซึ่งขณะเดียวกันที่ประชุมครม.ได้มีประเด็นเรื่องของการประชุมลับ ซึ่งได้ขอกำชับกับทางรัฐมนตรี (รมต.) และให้รมต.กำชับทางเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในที่ประชุมว่าหากยังไม่มีมติครม.ก็อย่าเพิ่งออกมาแถลงการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้สอบถามในที่ประชุมถึงเรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นการประชุมลับในการประชุมครม.ครั้งที่แล้ว โดยได้ส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ซึ่งได้พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเนื้อหาสาระต่าง ๆ เป็นไปตามข้อกฎหมาย และตามแนวทางปฏิบัติที่เคยกระทำกันมาโดยตลอด เพียงแต่เนื้อหาสาระยังคงเป็นความลับ ไม่สามารถจะเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลไม่อาจไปก้าวล่วงหรือผู้ใดก็ไม่ควรที่จะไปละเมิดทางสถาบัน อันเป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทย
“มติครม.ในเรื่องพ.ร.ฎ.อภัยโทษจึงจบลงที่การสรุปว่าเป็นการทำงานที่ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเป็นไปตามหลักขั้นตอน โดยขั้นตอนต่อไปจะส่งให้นายกรัฐมนตรีลงนาม ก่อนจะกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป”นางฐิติมา กล่าว
ขณะที่นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ว่าเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา โดยการพิจารณายึดตามหลักกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำบ้าง อย่างไรก็ตามสาระสำคัญยังคงเหมือนพระราชกฤษฎีกาฉบับปีก่อน ๆ และไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ และไม่มีถ้อยคำที่สามารถตีความเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ รวมทั้งไม่มีการตัดความผิดในบางฐานออกตามข่าว โดยขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อรอนำขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป
"ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษมีประมาณ 20,000 กว่าคน แต่ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมยังไม่มีการยื่นเข้ามาให้สำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกาตีความ"



