
'กมธ.ปรองดอง'ถกเดือด
'กมธ. ปรองดอง' ถกเดือด หลังส.ส.เพื่อไทย เร่งผลักดันให้ช่วย 'เสื้อแดง' ที่ยังถูกขัง จี้ เชิญเลขาฯศาลเพื่อแจงแนวทางเป็นคดีการเมือง 'ปชป.' โวย อย่ากดดันดุลยพินิจศาล เตรียมเชิญ คอป. ให้ข้อมูล พร้อมขยายเวลาทำงานเป็น 120 วัน
22 พ.ย.54 คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เป็นประธาน ซึ่งได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. ว่าได้เป็นไปอย่างดุเดือดเมื่อกมธ.ในซีกของพรรคเพื่อไทยหลายคนต้องการผลักดันให้กมธ.เร่งพิจารณาหาแนวทางให้ความช่วยเหลือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ซึ่งถูกคุมขังในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 ขณะที่กมธ.ซีกพรรคประชาธิปัตย์แย้งว่าถ้าดำเนินการเฉพาะส่วนนี้จะเท่ากับว่าเป็นการละเลยส่วนอื่นที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันเช่นกัน
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การสร้างความปรองดองต้องดำเนินการให้ถูกจุดและเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายควรต้องเป็นอย่างยุติธรรม ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ขัดขวางในการดำเนินคดีกับบุคคลตามข้อหาที่ทางการได้ตั้งเอาไว้ แต่ควรจะให้ความเป็นธรรมแก่พวกเขาให้ได้รับสิทธิ์การประกันตัวเพื่อออกมาต่อสู้คดีในชั้นศาล โดยในขั้นตอนเห็นว่าต้องเชิญกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพมาชี้แจงถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ได้รับหมายตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว พร้อมด้วย กรมราชทัณฑ์ เนื่องจากคิดว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับทราบถึงพฤติกรรมและความประพฤติของผู้ถูกคุมขังได้ดีที่สุด ซึ่งถ้าเราได้ข้อมูลส่วนนี้มาจะช่วยเพิ่มน้ำหนักในการขอประกันตัวในชั้นศาลด้วย
ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกมธ. กล่าวว่า สนับสนุนแนวความคิดของนายณัฐวุฒิ แต่เห็นว่าควรประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการศาลยุติธรรมให้รับทราบถึงแนวทางนี้ด้วยเพื่อชี้ให้เห็นว่าคดีเหล่านี้เป็นลักษณะของคดีการเมืองไม่ใช่คดีอาญาปกติทั่วไป ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้บรรยากาศทางการเมืองผ่อนคลายลงไปได้
ปรากฎว่าภายหลังจากนายวัฒนาได้นำเสนอแนวคิดในการประสานงานกับสำนักงานเลขาธิการศาลยุติธรรม ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวแสดงไม่เห็นด้วย โดยนายสุทัศน์ เงินหมื่น สส.บัญชีรายชื่อ แย้งว่า ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับหน่วยงานยุติธรรม เพราะจะดูเหมือนกมธ.กำลังกดดันการใช้ดุลยพินิจของศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง โดยคิดว่าแค่เชิญกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพมาให้ข้อมูลก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ที่ประชุมกำหนดลำดับความสำคัญของประเด็นที่จะพิจารณาให้ดีว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับส่วนหนึ่งส่วนใดมากเกินไปหรือไม่ เช่น ถ้าจะพิจารณาเรื่องผู้ถูกคุมขังในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปี2553 ก็ต้องพิจารณาเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมด้วยหรือไม่ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจที่ถูกเผาอาคารสถานที่ เป็นต้น ที่สำคัญการจะพิจารณาว่าผู้ต้องหาจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดแต่อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้หมายความว่าศาลจะพิจารณาให้ประกันตัวตามความเห็นของคอป.ทุกกรณี
ทั้งนี้เมื่อการประชุมเริ่มมีการโต้เถียงกันระหว่างสองพรรคการเมืองมากขึ้นทำให้พล.อ.สนธิ ต้องตัดบทการประชุมหลายครั้งด้วยการกล่าวต่อที่ประชุมกมธ.จะต้องพิจารณาในภาพรวมและอุปสรรคของการสร้างความปรองดองทั้งหมดโดยจะเริ่มจากการเชิญคอป.มาร่วมประชุม ซึ่งทำให้กมธ.ของทั้งสองพรรคเกิดความพอใจ โดยความเห็นร่วมในที่ประชุม ให้เชิญตัวแทนจากคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มาชี้แจงถึงกรอบการทำงานที่ผ่านและแนวทางการสร้างความปรองดอง มาที่ประชุมกมธ.ในวันที่ 29 พ.ย.
หลังจากใช้เวลาการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ที่ประชุมกมธ.ต้องการเชิญคอป.มาให้ข้อมูลเป็นหน่วยงานแรกเพราะถือว่าเป็นภาคส่วนสำคัญที่สุดต่อการสร้างความปรองดองในฐานะที่เป็นภาคส่วนในการสนับสนุนเรื่องมาโดยตลอด ทำให้กมธ.เล็งเห็นว่าคอป.ควรจะมาให้ความรู้และปัญหาอุปสรรคของการทำงานที่ผ่านมา เพื่อที่ช่วยให้การทำงานของกมธ.มีแนวทางที่ชัดเจนต่อไปในการเดินหน้าสร้างความปรองดอง นอกจากนี้ กมธ.จะนำประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาพิจารณาด้วยโดยจะพิจารณาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เช่น พ.ร.ก.กำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548
ทั้งนี้ที่ประชุมมีความเห็นจะเสนอเรื่องให้สภาฯขยายเวลาการทำงานเพิ่มเติมออกไปอีก 90 วัน จากกำหนดเดิม 30 วัน เป็น120 วัน โดยจะหมดวาระในวันที่ 17 ธ.ค.



