ข่าว

'ชาวนนท์'โห่ไล่ผู้ว่าฯแก้น้ำท่วมเหลว

'ชาวนนท์'โห่ไล่ผู้ว่าฯแก้น้ำท่วมเหลว

22 พ.ย. 2554

ประชุมล้มเหลว จังหวัดแจ้งกลุ่มชาวบ้าน กทม.ยอมเปิดประตูน้ำได้ 70 เซนติเมตร ชาวบ้านไม่พอใจอยากได้ 1 เมตรตามข้อเรียกร้อง เตรียมประท้วงยื้ดเยื้อ

                 22 พ.ย.54 เมื่อเวลา 13.00 น.ผลการประชุมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กับ กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.นนทบุรี ล้มเหลวไม่เป็นผล หลังจากนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ชี้แจงผ่านโทรโข่งกับกลุ่มชาวบ้านกว่า 800 คน ที่มารวมตัวกันหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มชาวบ้านที่ต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำของกรุงเทพที่เชื่อมต่อกับ  จ.นนทบุรี จุดละ 1 เมตรนั้น ทาง กทม.เกรงว่า จะได้รับผลกระทบจากมวลน้ำ จึงจะขยับเปิดขึ้นได้เพียง 0.70 เมตร จากเดิม 0.50 เมตร สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มชาวบ้านที่มาชุมนุมเป็นอย่างมาก จนมีการโห่ตะโกนขับไล่ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเป็นระยะ ทำให้นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี ต้องประกาศผ่านทางโทรโข่งว่า กำลังส่งคนไปดูที่ประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ว่า ทาง กทม.เปิดประตูระบายน้ำ 0.70 เมตร ตามที่ได้แจ้งกับผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีหรือไม่ ทำให้ชาวบ้านตะโกนย้อนกลับไปว่า กทม.ชอบลักไก่บอกเปิดประตูระบายน้ำเท่านั้นเท่านี้ แต่พอชาวบ้านคล้อยหลัง มันก็ปิดลงมาเหลือ 0.50 เมตรเท่าเดิม แล้วเมื่อไรน้ำมันจะหมดไปจาก  จ.นนทบุรี

              ทั้งนี้ ทำให้ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ต้องประกาศกับชาวบ้านว่า หากขอเสนอที่กรุงเทพเปิดประตูรพบายน้ำได้เพิ่มเป็น 0.70 เมตร ยังไม่เป็นที่พอใจกับชาวบ้าน ก็ขอเวลาสักพัก เพื่อติดต่อกับทางกรุงเทพแจ้งข้อมูลให้ทางกรุงเทพพิจารณามาตราการความช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านใน จ.นนทบุรี ต่อไป

              ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และโฆษก ศปภ.แห่งชาติ ได้เดินทางมาพบกับกลุ่มชาวบ้านที่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี โดยกล่าวว่า ต้องขอโทษที่เดินทางมาช้า เนื่องจากติดประชุมกับทางผู้นำเหล่าทัพอยู่ แต่ต้องขอเวลาพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและทางกรุงเทพก่อน แล้วจะลงมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป 


กลุ่มชาวบ้านนนท์ฯเสียงแตกประท้วงศาลากลาง-ประตูระบายน้ำ

                 บรรยากาศการรวมตัวของกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายอำเภอของจังหวัดนนทบุรี ที่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี หลังจากที่ทางจังหวัดนนทบุรีชี้แจงกับชาวบ้านว่า ทางกรุงเทพสามารถเปิดประตูระบายน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์ได้เพียง 0.70 เมตรเท่านั้น สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านที่มารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้องการให้ทาง กทม. เปิดประตูระบายน้ำทุกบานที่มีแนวคลองเชื่อมต่อกับจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้แบ่งเบาน้ำที่ท่วมขังมาเดือนกว่าออกไป

                 หลังจากที่นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ชี้แจงเสร็จ ทำให้กลุ่มชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่ทางกรุงเทพไม่ยอมแบ่งเบามวลน้ำจากจังหวัดนนทบุรี จนทำให้ชาวบ้านเริ่มระดมคนเพื่อเดินทางไปประท้วงกดดันผู้ว่าราชการกรุงเทพที่ศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนเสาชิงช้า ในขณะที่ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งก็จะรวมตัวกันไปชุมนุมกดดันทางกรุงเทพที่ประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ด้วยเช่นกัน

                 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในช่วงนี้ยังเป็นไปด้วยความตึงเครียดระหว่างกลุ่มชาวบ้านกับทางจังหวัด แม้ว่าในเวลาต่อมา พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษก ศปภ. จะเดินทางมาถึงและพยายามเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้านพร้อมด้วยนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี ก็ตาม

 

 

"พงศพัศ"แจงกทม.ยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์

                 เมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และโฆษก ศปภ.แห่งชาติ กล่าวกับกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันประท้วงอยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ว่า หลังจากได้หารือโทรศัพท์กับทางกรุงเทพมหาครแล้ว ทั้งนี้ กทม.ยอมเปิดประตูระบายน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์ได้เพียง 0.70 เมตร แต่ยังไม่เป็นที่พอใจของกลุ่มชาวบ้านที่ต้องการให้เปิดประตูระบายเป็น 1 เมตรนั้น ได้ข้อสรุปแล้วว่า ทางกรุงเทพจะยินยอมเปิดประตูระบายน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์ เป็น 1 เมตร ตามที่ข้อเรียกร้องของประชาชนใน จ.นนทบุรี ในเวลา 24.00 น.ของคืนนี้แล้วตามข้อเสนอที่ 1

                 ขณะที่ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ในส่วนข้อที่ 2 ที่ให้ทางจังหวัดเร่งจัดการขุดลอดคูคลองและกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางระบายน้ำนั้น ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ ทางจังหวัดจะระดมกำลังเข้าทำการซ่อมแนวคันกั้นน้ำในจุดที่ชำรุดและได้รับความเสียหาย รวมทั้งขุดลอกคูคลองต่าง ๆ เพื่อช่วยเร่งให้การระบายน้ำให้ดีขึ้น ซึ่งจะเริ่มต้นจากคลองบางบัวทองก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเตรียมขุดลอกคลองพระพิมลเป็นลำดับถัดไป

                 ส่วนเรื่องการติดตั้งเครื่องสูบน้ำนั้น ในวันนี้ทางอธิบดีกรมชลประทานเตรียมนำเครื่องสูบน้ำมาสนับสนุนอีก จำนวน 200 ตัว ทางจังหวัดก็จะเร่งติดตั้งในวันพรุ่งนี้ทันที เพื่อเร่งระบายน้ำออกให้ได้ก่อนวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ตามที่ได้รับปากกับกลุ่มชาวบ้านเอาไว้

                 นอกจากนี้ เรื่องที่กลุ่มชาวบ้านต้องการให้ทาง ศปภ.แห่งชาติ ประกาศให้ จ.นนทบุรี เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมเป็นเขตพิเศษ ซึ่งจะต้องได้รับเงินชดเชยเป็นพิเศษหรือจ่ายค่าความเสียหายให้ตามความเป็นจริงกับผู้ประสบภัยนั้น ทางจังหวัดได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมของ ศปภ.แห่งชาติไปแล้วเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา และทาง ศปภ.ก็รับปากว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาตามที่กลุ่มชาวบ้านใน จ.นนทบุรี เรียกร้อง แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาให้กับจังหวัดอื่น ๆ ที่ยังได้รับผลกระทบอยู่ในเวลานี้ด้วย


ศปภ.เชื่อกลางธ.ค.กลับคืนสู่สภาพปกติ


          ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) กระทรวงพลังงาน นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง กล่าวว่า คาดการณ์ว่าน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่น่าจะลดลง และกลับคืนสู่สภาวะปกติประมาณกลางเดือนธ.ค. เมื่อถามว่าในปีหน้าจะเกิดสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เช่นนี้อีกหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณใดที่บอกว่าน้ำจะมากเหมือนปีนี้ อย่างไรก็ตามปัญหาน้ำท่วมขังในขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากการก่อสร้างถนน สิ่งปลูกสร้าง บ้านจัดสรร สนามบิน ที่ขวางทางน้ำ ซึ่งในอนาคตจะต้องมีการแก้ไข
         
          ด้านนายธงทอง จันทรางศุ โฆษกศปภ. กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านในจ.นนทบุรี เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ว่าเป็นหน้าที่ของพล.ต.อ.พงศพัศ จะต้องทำงานร่วมกัน โดยพล.ต.อ.พงศพัศ จะทำหน้าที่เจรจากับชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนนายอานนท์ ทำหน้าที่ประเมินสถานการณ์น้ำเพื่อหาทางออกให้กับประชาชน

          เมื่อถามว่าศปภ.จะบริหารจิตใจคนที่ออกมาประท้วงอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในหลายพื้นที่ นายธงทอง กล่าวว่า ต้องพูดคุยทำความเข้าใจกันแม้จะมีผู้ได้รับผลกระทบมากก็ตาม แต่ก็ขอให้หารือร่วมกันก่อนเพื่อหาทางออก