
'ปปช.'ตั้งกก.สอบเงินอดีตปลัดคค.3ประเด็น
'ป.ป.ช.' มีมติตั้งกรรมการสอบเงินอดีตปลัดคมนาคม 3 ประเด็น ยื่นเท็จ ร่ำรวยผิดปกติ และทุจริตต่อหน้าที่ราชการ สั่งอายัดเงินของกลาง พร้อมสอบเส้นทางการเงิน เล็งกันคนร้ายเป็นพยาน
22 พ.ย.54 นายอภินันท์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า ป.ป.ช.มีมติรับคดีและตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนกรณีเงินสดในบ้านของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม โดยมีนายใจเด็ด พรไชยา และนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป.ป.ช. ร่วมเป็นประธานคณะอนุกรรมการ เนื่องจากเห็นว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่า ข้อมูลเงินที่ถูกโจรกรรมจำนวน 15 ล้านบาท มีที่มาที่ไปผิดปกติ ป.ป.ช.จึงรับคดีไว้ตรวจสอบใน 3 ประเด็น ได้แก่ ยื่นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ร่ำรวยผิดปกติ และการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
“ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า นายสุพจน์ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินไว้อย่างไร เพราะกฎหมายไม่ให้อำนาจป.ป.ช.เปิดเผย บอกได้เพียงว่าไม่พบว่านายสุพจน์ได้รายงานว่ามีทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 15 ล้านบาท”นายอภินันท์กล่าว
นายอภินันท์ กล่าวอีกว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสุพจน์นั้น ป.ป.ช.จะตรวจสอบเองโดยไม่จำเป็นต้องประสานหรืออาศัยอำนาจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ซึ่งจะตรวจสอบลงลึกถึงที่มาของเงินสดทั้งหมดว่ามาจากที่ใด พร้อมกันนี้จะยึดอายัดเงินของกลางที่ตำรวจยึดได้จากผู้ต้องหาไว้สอบสวน โดยคณะอนุกรรมการจะเป็นผู้พิจารณา เบื้องต้นจากการเปรียบเทียบจำนวนทรัพย์สินที่มีอยู่กับทรัพย์สินที่ยื่นแสดงต่อป.ป.ช.ไม่พบว่ามีการยื่นแสดงเงินสดจำนวน 15 ล้านบาท จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดซึ่งจะต้องเรียกนายสุพจน์มาให้ปากคำถึงที่มาของเงินดังกล่าว การรับฟังข้อเท็จจริงจะขึ้นอยู่กับนายสุพจน์จะสามารถชี้แจงที่มาของเงินได้หรือไม่ และชี้แจงอย่างไร นอกจากนี้ ป.ป.ช.ได้มีมติให้คณะอนุกรรมการวางแผนการสืบสวนสอบสวน โดยขอให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน
ตามกฎหมายใหม่ ป.ป.ช.สามารถกันคนร้ายไว้เป็นพยานตามโครงการคุ้มครองพยานขณะนี้เริ่มมีผู้แจ้งเบาะแสและร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ส่อเค้าไปในทางทุจริต รวมทั้งที่มาที่ไปของเงินจำนวนดังกล่าว แต่เชื่อว่าเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อถุงบิ๊กแบ็กหรือโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยข้อมูลเบื้องต้นส่วนใหญ่ของป.ป.ช.ได้จากพนักงานสอบสวนของตำรวจท้องที่และพนักงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนของป.ป.ช.เป็นผู้รวบรวม
ทั้งนี้นายอภินันท์ ยังกล่าวถึง การตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบคดีทุจริตถุงยังชีพ ซึ่งมีนายประสาท พงศ์ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช.เป็นประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบว่า จะมีการแยกการตรวจสอบเป็นรายกรณี ตั้งแต่เรื่องการบริหารจัดการน้ำซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เรื่องการจัดซื้อ และกรณีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยข้อมูลในส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป.ป.ช.จะเป็นผู้รับผิดชอบ



