ข่าว

ประสานลาวล่าหัวโจกปล้นบ้านปลัดคค.

ประสานลาวล่าหัวโจกปล้นบ้านปลัดคค.

22 พ.ย. 2554

"นครบาล" ประสานเจ้าหน้าที่ลาว ไล่ล่าตัว "โก้" หัวหน้าแก๊งปล้นเงินบ้านปลัดคมนาคม ส่วนอีกรายเบี้ยวนัดขอมอบตัว ยังไร้เงาการติดต่อกลับ เตรียมสอบสวนปลัดคมนาคมเผยยอดเงิน ญาติโจรคืนเงินฝากให้ตร.อีกล้านบาท

          วันที่ 22 พฤศจิกายน  พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมว่า ขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7คน เหลืออีก 4 คนที่ยังหลบหนี ส่วนนายวีระศักดิ์ หรือ โก้ เชื่อลี อายุ 36 ปีหัวหน้าแก๊ง ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ชักชวนผู้ต้องหาเข้าปล้นยังหลบหนีในประเทศลาวอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ลาวในการติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

   
          " คนร้าย 3 คนเข้าปล้นบ้านปลัดคมนาคม โดยคนหนึ่งได้รับฝากเงินที่ปล้นเอาไว้ จากการสอบถามนายชยธัชหรือเอก จันนะชัย อายุ 34 ปี ลูกชายของอดีตเลขานุการส่วนตัวนายสุพจน์ให้การว่า เป็นผู้ที่มาพูดเรื่องเงินจำนวนมากในบ้านหลังดังกล่าวให้กลุ่มคนร้ายฟังจริง แต่ไม่ได้เข้าปล้นแต่อย่างใด กุญแจสำคัญคือนายโก้ที่เป็นคนชักชวนแก๊งนี้เข้าปล้นคาดว่าหลบหนีอยู่ประเทศลาวกำลังประสานกับเจ้าหน้าที่ฝั่งลาวในการติดตามตัว" พล.ต.ท.วินัย กล่าวและว่า

   
          จากคำให้การของผู้ต้องหาที่เชื่อว่าน่าจะได้เงิน 200 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อทั้งหมด สรุปเงินของกลางที่ยึดมาได้ทั้งหมด 16 ล้านบาท และอีกส่วนที่อยู่กับนายประพันธ์ เรืองเครือ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีกประมาณ 9 - 10 ล้านบาท รวมเงินที่ปล้นทั้งหมด 25-26 กว่าล้านบาท ดังนั้น คงต้องมีการการสอบสวนปลัดกระทรวงคมนาคมเพิ่มเติมว่าในข้อเท็จจริงแล้วเงินที่หายไปมีจำนวนเท่าใดกันแน่

   
          ผบช.น. กล่าวต่อว่า ได้รับรายงานจากศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า นายประพันธ์ เรืองเครือ อายุ 42 ปี 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่หลบหนี ได้ติดต่อขอเข้ามามอบตัวแล้วและยอมรับว่ามีเงินที่ได้จากการปล้นบ้านนายสุพจน์ไปจำนวน 9 ล้านบาทตอนนี้กำลังรอว่า จะเข้ามามอบตัวจริงหรือไม่ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คนรวมทั้งนายโก้ หัวหน้าทีมยังไม่ติดต่อเข้ามาเพื่อขอมอบตัว

   
          ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. กล่าวว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากผู้ต้องหาจะขอมอบตัว อยู่ระหว่างรวบรวมเงินของกลางที่ได้จากการปล้นก่อนเพราะได้นำไปปล่อยกู้แล้ว กระทั่งวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตำรวจได้ติดต่อผู้ต้องหากลับไปอีกครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้อีกคงต้องรอดูท่าทีไปก่อน

 

ญาติโจรคืนเงินฝากให้ตร.อีกล้านบาท


          เมื่อเวลา 19.00 น.พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า มีญาติของนายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชื่นชม อายุ 44 ปีผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ได้ติดต่อประสานนำเงินสดจำนวน 1 ล้านบาทที่นายไก่ฝากไว้มาส่งมอบคืนให้กับเจ้าหน้าที่ตร. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตร.ได้นำตัวญาตินายไก่ไปสอบสวนและจะทำการกันตัวไว้เป็นพยานส่วนเงินดังกล่าวนั้น ทางญาติของนายไก่ได้ให้การว่า หลังจากเกิดเหตุนายไก่ได้นำเงินมาฝากไว้ แต่เนื่องจากเกรงว่าจะมีความผิดจึงได้นำเงินมาส่งคืนเจ้าหน้าที่


          ขณะนี้ได้ติดต่อให้ทางพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลางมารับไปรวมกับเงินก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตามตนอยากจะขอฝากข่าวไปยังผู้ที่รับฝากเงินผ่านสื่อมวลชน ว่าหากใครที่รับฝากเงินของผู้ต้องหากลุ่มนี้ให้รีบนำเงินมาคืนเจ้าหน้าที่และจะไม่มีความผิด แต่ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตร.ติดตามตรวจค้นเจอจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย


ฝากขังครั้งแรก"เอก-ชยธัช" แก๊งปล้น


          เมื่อเวลา 11.00 น.  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ร.ต.ท.ชาติชาย เขจรชัย พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง คุมตัว นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/10 หมู่ 1 ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมือง จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันปล้นทรัพย์บ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.- 3 ธ.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งยังต้องสอบสวนพยานอีก 5 ปาก และรอผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษ

   
          โดยคำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.54 เวลาประมาณ 19.30 น. นายชยธัช ร่วมกับพวกใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ บุกเข้าไปภายในบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม  เลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. ขณะเกิดเหตุนายสุพจน์ ไปร่วมงานแต่งงานของบุตรสาว นายชยธัช กับพวกใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้บังคับ นางจันทรา สังข์เกิด และ น.ส.สาวิตตรี บุญอุ้ม มัดมือไพล่หลังด้วยเทปกาว ให้พาขึ้นไปเอาเงินจำนวน 5 ล้านบาทจากกระเป๋าที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าชั้นที่ 2 ก่อนจะหลบหนีไป

   
          ต่อมาวันที่ 20 พ.ย.54 เวลา 16.00 น. นายชยธัช ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปด้วย ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อพ้นการจับกุม หรือรับของโจร ชั้นสอบสวนนายชยธัช ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง  ซึ่งการฝากขังนายชยธัช ครั้งนี้ พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว ขณะที่ญาติของนายชยธัช ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อยื่นขอประกันตัวนายชยธัช ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล