
"มินิคาร์พ"ปลาเลี้ยงพันธุ์ใหม่ ฝีมือคนไทย-เลี้ยงง่าย-ทนโรค
น้อยคนนักจะประสบความสำเร็จได้ จากคำว่า "บังเอิญ" หรืออาจกล่าวได้ว่า แทบไม่มีเลย
แต่สำหรับ ภาสกร กานต์ปริยสุนทร ชายหนุ่มวัย 41 ปี เจ้าของธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งเลี้ยงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกมากว่า 30 ปี พบกับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เมื่อปลาคาร์พที่เลี้ยงร่วมกับเหล่าปลาสวยงามให้ผลิตผลเป็น "มินิคาร์พ" สายพันธุ์ใหม่ที่มีจุดเด่น ตัวเล็กกว่า 3 เท่า เลี้ยงง่าย โตเร็ว แข็งแรง ทนโรค ที่สำคัญยังไม่มีผู้ใดเพาะพันธุ์มาก่อน
ด้วยครอบครัวมีบ่อเลี้ยงปลาเล็กๆ ในบริเวณบ้าน เพื่อให้สมาชิกมีกิจกรรมทำร่วมกันมานานกว่า 30 ปี เหตุผลนี้ ภาสกรบอกทำให้เขารอบรู้เรื่องพันธุ์ปลาพอสมควร ต่อเมื่อจบการศึกษาปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) กระทั่งเปิด Jerry kid สตูดิโอถ่ายภาพ ย่านแจ้งวัฒนะ เขายังคงศึกษาเรียนรู้เรื่องปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกควบคู่ พร้อมสร้างบ่อเลี้ยงปลาเล็กๆ ที่บ้านของตัวเอง ในซอยวิภาวดีฯ 44 เมื่อราวปี 2548
"ต้องการให้มีปลาสวยงามสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเท่านั้นครับ ไม่ได้คิดทำเพื่อเป็นธุรกิจ ดังนั้น เรื่องการทำบ่อจึงไม่มีหลักเกณฑ์ และเป็นความบังเอิญ เพราะในบ่อผมเลี้ยงปลาคาร์พไว้ 5-6 ตัวเป็นตัวผู้ทั้งหมด รวมกับปลาทองหลายสายพันธุ์ ในช่วงที่เปลี่ยนน้ำ สังเกตเห็นมีลูกปลาตัวเล็กๆ เกิดขึ้น จึงย้ายปลาทั้งหมดออกให้เหลือเเต่ลูกปลา" ภาสกรเล่าถึงที่มาของลูกปลาสายพันธุ์ใหม่
พร้อมระบุว่า จากนั้นจึงพยายามเลี้ยงลูกปลาครอกใหม่ ซึ่งมีราวกว่า 100 ตัว ต่อเมื่อ 3-4 สัปดาห์ถัดจากนั้นก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ผสานความแปลกใจ เมื่อพบว่าลูกปลาส่วนหนึ่งมีลักษณะเหมือนปลาคาร์พ เลยคัดเเยกเฉพาะตัวที่มีลักษณะเหมือนมาใส่ตู้ปลา เพื่อให้เห็นการเจริญเติบโต
"เหมือนเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป ทั้งเรื่องอาหาร การดูแล ที่น่าสนใจคือ หลังเลี้ยงแยกราว 2-3 เดือน พบว่าปลากลุ่มนี้มีลักษณะเหมือนปลาคาร์พทุกประการ ซึ่งผมคาดว่าเกิดจากปลาคาร์พผสมกับปลาทอง แต่ไม่เเน่ใจเป็นปลาทองพันธุ์ใด เพราะเลี้ยงรวมกันหลายพันธุ์"
จากความบังเอิญนี้ ภาสกรยอมรับว่าเป็นแรงผลักให้เขาคิดพัฒนาปลาสายพันธุ์นี้อย่างจริงจัง เริ่มจากตั้งชื่อปลากลุ่มนี้ว่า Miniature Koi พร้อมให้คำจำกัดความชื่อภาษาไทยว่า "มินิคาร์พ" และใช้เวลาราว 3 ปีเศษพัฒนาสายพันธุ์
ภาสกรได้นำลูกปลาเหล่านั้นมาเลี้ยงจนโต เเละนำไปผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์ปลาคาร์พที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งช่วงแรกของการเพาะก็จะได้ลูกปลาที่มีสีสัน รูปร่างไม่สวยนัก ต่อเมื่อเปลี่ยนเป็นแม่พันธุ์ตัวใหม่ๆ ทดลองอยู่หลายครั้ง ลูกออกมาจึงให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะนอกจากมีสีดำขาวที่โดดเด่นตามลักษณะปลาคาร์พทั่วไปแล้ว ลวดลายบนตัวก็สวยงามไม่มีที่ติ
"ที่พิเศษสุด ปลากลุ่มนี้ยังมีขนาดของลำตัวที่เล็กกว่าถึง 3 เท่า เพราะตัวเขาจะโตเต็มที่ยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร ขณะที่ปลาคาร์พที่เพาะเลี้ยงทั่วๆ ไปมีขนาดโตเฉลี่ย 80-90 เซนติเมตร อีกอย่างที่แตกต่างคือ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ไม่เป็นโรคง่าย แถมแข็งแรงมากๆ"
ความที่อยากให้ปลาชนิดนี้ เป็นผลิตผลของคนไทยอย่างแท้จริง หลังได้สืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตของต่างประเทศไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดเคยเพาะพันธุ์เเละได้ปลาที่เหมือนปลาคาร์พเเบบที่ทำได้มาก่อน ทำให้ภาสกรอยากจะถ่ายทอดสิ่งที่เขาได้รับแก่ผู้ที่สนใจ โดยรับว่า หากมีการนำ "มินิคาร์พ" ไปต่อยอดในทางธุรกิจ ไม่ว่าในระดับใด เชื่อว่าจะมีประโยชน์มากกว่าการที่เลี้ยงไว้ดูเล่นธรรมดา
"เหมาะสำหรับผู้อยากเลี้ยงปลาคาร์พเเต่ไม่มีพื้นที่มากพอ ประหยัดเงินในการทำบ่อด้วย แถมเป็นปลาที่เเข็งเเรง สวยงาม ทนต่อโรค ตัวผู้ก็มีขนาดใหญ่ไม่เเพ้ตัวเมีย ต่างจากปลาคาร์พปกติตัวผู้จะผอมเเละไม่เป็นที่ต้องการของตลาด"
ปัจจุบันภาสกรมี "มินิคาร์พ" พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ราว 50 ตัว มีลูกปลาที่อยู่ระหว่างการฟูมฟักอีกหลายร้อยตัว ทั้งหมดกำลังพัฒนาให้มีลวดลายมากขึ้น อย่างยิ่งพัฒนาให้มี 3 สี คือ ขาว ดำ แดงอยู่ในตัวเดียวกัน สนใจทราบรายละเอียด ข้อมูลการเลี้ยง โทร.08-1697-9114 ภาสกรยินดีถ่ายทอดเป็นวิทยาทาน
"ธานี กุลแพทย์"



