ข่าว

'คนนนท์'ส่อประท้วงยาว

'คนนนท์'ส่อประท้วงยาว

22 พ.ย. 2554

กลุ่มผู้ชุมนุมน้ำท่วมนนท์ ส่อประท้วงยืดยื้อหลังผู้ว่าฯและตัวแทน ศปภ.ไม่มาชี้แจง

              22 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรี ประมาณ 800 คน เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ที่ทางกลุ่มตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นให้ทางจังหวัดรับไปดำเนินการ ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานัดหมายตามเวลา ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ไม่ได้ลงมาพบกับชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด แต่เจ้าหน้าที่บางส่วนได้แจ้งกับชาวบ้านที่มาชุมนุมว่า ทางจังหวัดจะชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ห้องประชุมชั้น 2 ของตึก อบจ.นนทบุรี สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านที่มารอฟังคำตอบเป็นอย่างมาก ทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งส่งเสียงร้องขับไล่ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ลาออกจากตำแหน่งไป ถ้ายังไม่สามารถบริการจัดการระบายน้ำที่ท่วมขังในจังหวัดออกไปได้

              อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาวบ้านที่ชุมนุมบางส่วนได้เดินทางมารอฟังการชี้แจงของทางจังหวัดที่ห้องประชุม อบจ.นนทบุรี แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีตัวแทนของทางจังหวัดมาชี้แจงกับชาวบ้านตามที่ได้แจ้งไว้ ทำให้ชาวบ้านเริ่มไม่พอใจมากขึ้นและย้ายกลับไปรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดต่อ โดยชาวบ้านในส่วนที่เดินทางมารอประชุมยังห้องประชุม อบจ.นนทบุรี กล่าวว่า ในวันนี้ทางกลุ่มต้องได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งทางจังหวัดนนทบุรี ตัวแทน ศปภ.แหงชาติ และทางกรุงเทพ ไม่อย่างนั้นจะมีการรวมตัวเดินทางไปพังคั้นกันน้ำหลายจุด ทั้งที่คลองมหาสวัสดิ์และบิ๊กแบคที่ถนน 340 โดยให้เวลาถึง 12.30 น. หากทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังยื้อเวลาอีก ก็จะระดมคนกดดันทันที

              สำหรับบรรยากาศการชุมนุมค่อนข้างเป็นไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากชาวบ้านจากกลุ่มอำเภอต่าง ๆ มีท่าทีไม่พอใจที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่ยื้อเวลาในการลงมาชี้แจงกับชาวบ้าน ชาวบ้านบางรายถึงกับถือป้ายประท้วงว่า คนนนท์เป็นพลเมืองชั้น2

 

ชาวนนท์แห่ชุมนุมศาลากลางแน่น

             เวลา 11.00 น. น.ส.ศิริขวัญ นิลกรรณ์ แกนนำกลุ่มชุมชนคนรักเมืองนนท์ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันขึ้นมาจากความเดือดร้อนที่ได้รับในสถานการณ์น้ำท่วมของ จ.ดนนทบุรี ทุกอำเภอ เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางกลุ่มได้นัดหมายรวมตัวกันอีกครั้งที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ในเวลา 11.00 น. เพื่อติดตามข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ที่ทางกลุ่มได้ยื่นเรื่องให้ทางจังหวัดนำไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนใน จ.นนทบุรี ที่ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน โดยในวันนี้คาดว่า จะมีกลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อน ประมาณ 1 พันคน เดินทางมาติดตามและรับฟังคำชี้แจงของทางจังหวัดหลังจากที่ได้ยื่น 4 ข้อเรียกร้องไปเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา

              น.ส.ศิริขวัญ กล่าวต่อว่า จากการที่สมาชิกของกลุ่มได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำตามประตูระบายน้ำและคลองต่าง ๆ พบว่า ประตูระบายน้ำบางจุดยังเปิดเพียง 0.5 เมตรอยู่ ไม่ได้เปิด 1 เมตร ตามที่กลุ่มได้ยื่นข้อเสนอเรียกร้องไป นอกจากนี้ เรื่องการเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุดต่าง ๆ ที่สำคัญเพื่อเร่งระบายน้ำออกตามที่ทางจังหวัดได้รับปากไว้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทำให้การประชุมในวันนี้ทางกลุ่มต้องการให้มีตัวแทนจาก ศปภ.แห่งชาติ มาเข้าร่วมประชุมรับฟังปัญหาและชี้แจงกับกลุ่มชาวบ้านด้วยนอกเหนือจากทาง จ.นนทบุรี ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมประชุมแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มชาวบ้านว่า ข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ของกลุ่มชาวบ้านจะได้รับการพิจารณาและดำเนินการได้ทันที ซึ่งทางกลุ่มได้รับแจ้งจากทางจังหวัดว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเป็นโฆษก ศปภ. จะเดินทางมาร่วมประชุมกับทางกลุ่มชาวบ้านด้วย ซึ่งหากการประชุมชี้แจงเป็นที่น่าพอใจกับตัวแทนชาวบ้านในทุกอำเภอ ทุกกลุ่มก็จะแยกย้ายกลับกันอย่างสงบ แต่หากผลการการชี้แจงไม่เป็นที่น่าพอใจหรือไม่มีตัวแทนจาก ศปภ.ส่วนกลางมาเข้าร่วมประชุม อาจจะมีการปิดถนนรัตนาธิเบศร์อีกครั้งเพื่อกดดันให้ทางจังหวัดและ ศปภ.ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีจนกว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลาย

              สำหรับข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ที่กลุ่มชุมชนคนรักเมืองนนท์ได้ยื่นเสนอกับทางจังหวัดไปนั้น คือ ข้อที่ 1 ขอให้ทาง จ.นนทบุรี เจรจากับทางกรุงเทพฯ เปิดประตูระบายน้ำที่ติดต่อกับทาง จ.นนทบุรีเช่น คลองบางพลัด คลองบางอ้อ คลองบางบำหรุ คลองมหาสวัสดิ์ คลองทวีวัฒนา คลองภาษีเจริญ อย่างน้อย 1 เมตร ทุกประตู เพื่อแบ่งเบาน้ำท่วมขังจาก จ.นนทบุรี ที่ไม่มีทางระบายออกจนเริ่มเน่าเหม็น

              ข้อที่ 2 ขอให้ทาง จ.นนทบุรี เร่งกำจัดวัชพืชและขยะของเสีย ที่กีดขวางการไหลระบายของน้ำทุกคูคลองอย่างเร่งด่วน

              ข้อที่ 3 ให้ทางจังหวัดประสานกับทาง ศปภ.แห่งชาติ ประกาศให้พื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.นนทบุรี เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเขตพิเศษ ที่ทางรัฐบาลจะต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้ผลความเดือดร้อนตามความเป็นจริง นอกเหนือไปจากเงินช่วยเหลือจำนวน 5 พันบาท

              ข้อที่ 4 เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้นตามที่ได้รับปากเอาไว้ในทุกจุด และระดับน้ำที่ท่วมขังในแต่ละพื้นที่แต่ละอำเภอที่ได้รับผลกระทบจะต้องลดลงทุกวันจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน และในวันที่ 1 ธันวาคม ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทุกคนสามารถกลับเข้าบ้านพักที่อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง

              ขณะที่ ศาลากลาง ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น โดยมีการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสถานีตำรวจภูธร จ.นนทบุรี 63 นาย ลงพื้นที่เพื่อดูแลความเรียบร้อยและป้องกันการกระทบกัน ระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

              ด้าน พ.ต.ท.ณธีพัฒน์ จิรัฐวรโชติ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า สถานการณ์จะไม่รุนแรง ตนสั่งการให้ดูแลความปลอดภัยของผู้ว่าราชการ จ.นนทบุรี อย่างเข้มงวด ส่วนประชาชนที่จะเดินทางมาก็ขอให้พูดคุยด้วยเหตุผล และอย่าทำการปิดถนน เพราะจะทำให้การจราจรติดขัด