
อียิปต์ปะทะกัน3วันตาย33เจ็บ1,500
ยอดผู้เสียชีวิตจากการปะทะกันที่จตุรัสทาฮีร์ของอิยิปต์ พุ่งเป็น 33 คน เจ็บ 1,500 คนจี้กลาโหมตั้งรัฐบาลใหม่คืนอำนาจพลเรือน
มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 33 คน หลังการปะทะกันระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงที่จตุรัสทาฮีร์ในกรุงไคโร ของอิยิปต์ เป็นเวลา 3 วันแล้ว ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของกลุ่มต่อต้านจำนวน 38 กลุ่มที่ต้องการให้คนนับล้านออกไปเดินขบวน แสดงพลังกดดันให้ทหารที่บริหารประเทศอยู่ในปัจจุบัน คืนอำนาจให้พลเรือน
สถานีโทรทัศน์ อัล อาราบิยา ที่มีสำนักงานอยู่ที่นครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รายงานอ้างแหล่งข่าวจากสถานที่เก็บศพในกรุงไคโรว่า มีศพถูกนำไปเก็บ 33 ศพ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มีรอยบาดแผลจากกระสุนปืน ขณะที่รัฐบาลพลเรือนได้ลาออกแล้ว ทำให้อำนาจตกอยู่ในมือของสภากลาโหม
การเรียกร้องให้จัดการประท้วงของมวลชนจำนวนนับล้านนี้ ก็เพื่อต้องการให้ปลดรัฐบาลชุดปัจจุบัน และจัดตั้ง " รัฐบาลเพื่อความอยู่รอดแห่งชาติ " เพื่อรับช่วงอำนาจในการบริหารประเทศจากสภากลาโหมของกองทัพ ที่ทำหน้าที่รักษาการณ์ดูแลความสงบเรียบร้อยมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ผู้ประท้วงยังได้เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในเดือนเมษายนปี 2555 , ปรับโครงสร้างกระทรวงมหาดไทย และดำเนินคดีผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าสังหารผู้ประท้วง
การประท้วง ซึ่งมีชื่อว่า " เดอะ มิลเลียน แมน โพรเทสต์ ฟอร์ เนชั่นแนล ซัวเวชั่น " หรือ การประท้วงของคนหนึ่งล้านเพื่อความอยู่รอดแห่งชาติ ได้กำหนดไว้ในเวลา 04.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือราว 09.00 น. ตามเวลาในไทย ของวันนี้
เมื่อวันจันทร์ ผู้ประท้วงหลายพันคน ต้องเผชิญกับการถูกกวาดล้างโดยกองกำลังรักษาความมั่นคง ที่สนับสนุนโดยสารวัตรทหาร แต่พวกเขาก็ยังปักหลักกันอยู่ที่จตุรัสทาฮีร์ ที่ยังคงปิดการจราจร ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า มีประชาชนจำนวนมาก มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากถูกแก๊สน้ำตา แพทย์ต้องใช้รถพยาบาลในการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ หลังจากกองกำลังรักษาความมั่นคง รื้อทำลายโรงพยาบาลสนาม ที่ผู้ประท้วงตั้งขึ้นใกล้กับ
จตุรัสทาฮีร์ ซึ่งแพทย์หลายคน ที่พยายามจะตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมาใหม่ ระบุว่า พวกเขาต้องรักษาผู้บาดเจ็บชั่วโมงละหลายสิบคน
ตลอดทั้งวัน ผู้ประท้วงได้ขว้างปาก้อนหินเข้าใส่กองกำลังรักษาความมั่นคง และถูกตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา ส่วนการปะทะกันได้มีมาตั้งแต่วันเสาร์ และจำนวนผู้บาดเจ็บได้พุ่งขึ้นไปกว่า1,500 คนแล้ว แต่ที่จตุรัสทาฮีร์ ก็ยังคงมีป้ายผ้าขนาดใหญ่เขียนข้อความว่า " ประชาชนต้องการประธานาธิบดีพลเรือน "
พลตรีซาอิด อับบาส รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ทหาร ได้แจ้งต่อผู้ประท้วงและผู้สื่อข่าว บริเวณใกล้กับจตุรัสทาฮีร์ว่า ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะประท้วง แต่ก็ต้องไม่เป็นภัยต่อผลประโยชน์ของชาติด้วย ส่วนการปะทะกัน ได้มีขึ้นตอนที่ผู้ประท้วงเข้าใกล้กระทรวงมหาดไทย และกองกำลังรักษาความมั่นคงที่ปราศจากอาวุธ ได้เตรียมที่จะเข้าไปยังจตุรัสทาฮีร์ และให้ความคุ้มครองผู้ประท้วง ถ้าได้รับการร้องขอ
องค์การนิรโทษกรรมสากลชี้การละเมิดสิทธิมนุษยชนในอิยิปต์เลวร้ายกว่ายุคมูบารัค
องค์การนิรโทษกรรมสากล ซึ่งมีสำนักงานที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เตือนว่า กองทัพของอิยิปต์ ได้บดขยี้ความหวังของผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ในขณะกำลังมีบทบาทเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนนับไม่ถ้วน ซึ่งในบางกรณีถึงขั้นเกินเลยกว่าสมัยที่ปกครองโดยอดีตประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค เสียอีก
ฟิลิป ลูเธอร์ รักษาการณ์ผู้อำนวยการประจำภาคพื้นตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือขององค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุในแถลงการณ์ที่ออกในวันนี้ว่า สภาสูงสุดของกองทัพ หรือ SCAF หรือ สภากลาโหม ได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในการรักษาสัญญาที่ว่าจะปกป้องสิทธิมนุษยชน จากการใช้ศาลทหารในการตัดสินคดีพลเรือนหลายพันคน , ใช้กำลังสลายการประท้วงโดยสันติ และขยายเวลาการใช้กฎหมายฉุกเฉินของอดีตประธานาธิบดีมูบารัค รวมถึงยังใช้กฎแห่งความอดกลั้นที่ทำให้ผู้ประท้วงเผชิญความยากลำบากในการต่อสู้
ผู้ประท้วง , ผู้สื่อข่าว , บล็อกเกอร์ หรือ คนงานที่ผละงานประท้วงที่ท้าทาย หรือวิพากษ์วิจารณ์สภากลาโหม ต่างถูกปราบปรามอย่างเหี้ยมโหด ทำให้ภายนอกไม่ได้ยินเสียงของพวกเขา หลังจากถูกปกครองโดยทหารมานาน 9 เดือน ความปรารถนาและเป้าหมายของการปฏิวัติอิยิปต์ ถูกบดขยี้ การตอบโต้ผู้ประท้วงอย่างหนักมือและโหดร้ายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ล้วนเป็นมาตรฐานเดียวกับยุคของมูบารัค
เมื่อเดือนสิงหาคม สภากลาโหม ได้ยอมรับว่า มีพลเรือน 12,000 คน ทั่วประเทศ ถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีอย่างน้อย 13 คน ถูกตัดสินประหารชีวิต องค์การนิรโทษกรรมสากล ยังระบุถึงกรณีที่มีบล็อกเกอร์ชื่อ ไมเคล นาบิล ซานัด ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี เมื่อเดือนเมษายน ฐานวิพากษ์วิจารณ์ทหารและคัดค้านการเข้ารับราชการทหาร โดยระบุว่า เป็น " สัญลักษณ์ "
ยังมีผู้สื่อข่าวและนักจัดการวิทยุ-โทรทัศน์ ที่ถูกเรียกตัวไปพบอัยการทหาร ฐานพยายามยัดเยียดการเสนอข่าวที่เป็นลบต่อกองทัพ เชื่อว่า มีผู้เสียชีวิตไป 28 คน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม
หลังจากกองกำลังรักษาความมั่นคงเข้าสลายการประท้วงของชาว คอปติค คริสเตียน จากรายงานทางการแพทย์ พบว่า ผู้เสียชีวิตนอกจากจะมีรอยกระสุนปืนแล้ว ตามร่างกายยังแหลกเหลวเพราะถูกยานยนต์หุ้มเกราะแล่นทับ
องค์การนิรโทษกรรมสากล ยังได้รับรายงานด้วยว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงได้ว่าจ้างพวกอันธพาลติดอาวุธ เข้าทำร้ายผู้ประท้วง ซึ่งเป็นพฤติกรรมเดียวกับที่เคยใช้ในยุคของ มูบารัค ส่วนการทรมานในที่คุมขังยังคงมีอยู่ ส่วนคำสัญญาที่ว่าจะมีการสอบสวนก็ไม่เคยเกิดขึ้น ไม่มีผู้ล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนคนใดที่ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม



