
'ประกอบ สังข์โต'วันที่ต้องลี้ภัยน้ำท่วม
'ประกอบ สังข์โต'อดีตตำนานงูเห่าในวันที่ต้องลี้ภัยจากน้ำท่วม : จตุรพร สุขอินทร์ รายงาน
"เมื่อมาอยู่ที่นี่หลวงพ่อให้ถือศีล เลยบวชพราหมณ์ มาอยู่ที่วัดแล้วจิตใจสบายขึ้น" ประกอบ สังข์โต วัย 70 ปี อดีต ส.ส.นนทบุรี 4 สมัย และเคยมีบทบาททางการเมือง ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม อดีตเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" หลังจากที่ตัวเองอยู่ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และได้พาภรรยาจาก จ.นนทบุรี มาพำนักที่วัดพระธาตุโป่งนก หมู่ 4 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี
นี่คือภาพชีวิตด้านหนึ่งของอดีตนักการเมืองที่เคยโลดแล่น และเป็นผู้สร้างตำนานทางการเมืองให้เป็นที่จดจำ ผ่านบทบาทการเป็น "งูเห่า" ในพรรคประชากรไทย เมื่อประกอบร่วมกับเพื่อน ส.ส.อีก 3 คน คือ ฉลอง เรี่ยวแรง, สำเร็จ อัจฉริยะประสิทธิ์ และ สุชาติ บรรดาศักดิ์ พลิกลำกลับมาให้การสนับสนุน ชวน หลีกภัย จากพรรคประชาธิปัตย์ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2540
ประกอบ และภรรยา เดินทางออกจากบ้านพักที่หมู่บ้านชวนชื่นอเวนิว สี่แยกบางคูวัด ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี ในวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังพบว่าสถานการณ์โดยรอบนั้นอยู่ในภาวะเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง ช่วงที่ออกมาจากบ้านพัก ประกอบมีปัญหาในเรื่องสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว จุดหมายแรกของการออกมาจากบ้านพัก 2 ชั้น เนื้อที่มากกว่า 150 ตารางวา เป้าหมายจึงอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กระทั่งเมื่อสุขภาพดีขึ้น จึงหารือกับครอบครัวของฝ่ายภรรยา ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกันและเห็นว่าสถานการณ์ในพื้นที่ไม่น่าไว้วางใจ จึงพากันเดินทางมาพำนักที่วัดแห่งนี้
"กรณีที่เกิดขึ้นในเชิงภัยจากน้ำท่วม ผมว่ามันสะท้อนได้หลายอย่าง ทางหมู่บ้านก็ดี องค์กรท้องถิ่นก็ดี ต้องประสานงานกับจังหวัดเพื่อหาข้อมูล แล้วประกาศบอกกับประชาชนว่าจะมีน้ำมา ปัญหาของหมู่บ้านผมก็คือ ไม่มีการแจ้งเตือน เมื่อน้ำหลากมาใช้เวลา 2-3 วันเท่านั้น ทั้งหมู่บ้านก็โดนท่วมทั้งหมดท้องถิ่นเองก็พยายามที่จะกั้นน้ำแต่ก็กั้นไว้เตี้ยๆ กระสอบสูงแค่ 50 เซนติเมตร แต่น้ำมาสูงกว่า 2 เมตร ดังนั้นแนวกั้นจึงไม่ประสบความสำเร็จ รถยนต์ผมจมน้ำอยู่ 3 คัน"
อดีต ส.ส.นนทบุรี กล่าวว่า ประสบการณ์ด้านหนึ่งที่เห็นก็คือ ทั้งท้องถิ่นและจังหวัดให้ข้อมูลผิดพลาด รัฐบาลพูดอีกอย่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดก็พูดอีกอย่าง ขณะที่ประชาชนก็อยู่ในภาวะที่สำลักข้อมูลข่าวสาร เกิดความสับสน ในที่สุดน้ำก็ท่วมทั้งหมด เรื่องนี้ควรจะหาบทเรียนร่วมกันในการที่จะสรุปและหาทางออกเพื่อไม่ให้เกิดเหตุสุดวิสัยเช่นนี้ขึ้นอีก
"แม้ว่าผมจะเป็นอดีต ส.ส. แต่ยังมีบทบาทในฐานะประธานสภาผู้สูงอายุของ จ.นนทบุรี ซึ่งหลังจากสถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นแล้ว ก็จะเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้การช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ต่อไป น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายจริงต่อทุกมิติของสังคม ผมกำลังรอให้สถานการณ์คลี่คลาย จากนั้นก็จะเดินทางกลับไปที่นนทบุรี เพื่อทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อ ส่วนสิ่งที่ทำได้ในขณะนี้คือการรอให้น้ำลด ทำใจตัวเองให้ผ่อนคลาย มีสมาธิกับทุกสิ่งให้มากยิ่งขึ้น" ประกอบกล่าวเอาไว้



