
ชงครม.เยียวยา'หลังบิ๊กแบ็ก-ท่วมนาน'
เตรียมชงครม.ถกเยียวยาพิเศษคนหลังบิ๊กแบ็ก-ท่วมนาน “ยงยุทธ” เผยใช้มาตรฐานเดียวกันทุกจังหวัด 4 กระทรวงสังคมขอ 100 ล้านช่วยเหลือเฉพาะหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ เวลา 15.00 น.วันที่ 21พ.ย.54 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ครั้งที่ 1/2554 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พลต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี นายกิติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และนางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย
ที่ประชุมกฟย.เห็นชอบเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการของแผนงาน/โครงการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัด (62 จังหวัด) และงบประมาณตามกรอบที่แต่ละจังหวัดเสนอมา โดยให้ส่งคณะกรรมการทั้ง 3 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) มีนายกิตติรัตน์ เป็นประธาน และคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต (กคช.) มีพล.ต.อ.โกวิท เป็นประธาน ไปพิจารณากลั่นกรองร่วมกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ด้านนายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า การเยียวยายังเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมเหมือนกันทุกจังหวัด ส่วนชุมชนที่อยู่เหนือคันกั้นน้ำจะมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือพิเศษที่จะนำเสนอ ครม.พิจารณาในวันที่ 22 พ.ย. แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตามยังเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทุกจังหวัด และในส่วนของกทม.นั้นในจุดเหนือคันกั้นน้ำที่จะให้เงินพิเศษ ก็คงต้องเป็นเงินของ กทม.เอง แต่งบประมาณที่รัฐบาลให้ยังคงเท่าเดิม ส่วนที่เกินจากนั้นหากเขาจะให้เพิ่มก็เป็นอิสระของเขา
เมื่อถามว่านโยบายนี้จะขัดกับคำพูดของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ที่ว่าจะให้เงินพิเศษเพิ่ม นายยงยุทธ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้รับปากว่าจะให้ นายกรัฐมนตรีบอกแต่ว่าจะพิจารณา ซึ่งตอนนี้ก็พิจารณาแล้วว่า ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน
“เหตุผลเพราะทุกคนน้ำท่วมเหมือนกัน ประชาชนคนไทยเหมือนกันจะเป็นคนภูมิภาคหรือ กทม.ก็เดือดร้อนเหมือนกัน หากถามว่าประชาชนจะเข้าใจหรือไม่ ผมก็ไม่ทราบ อย่างน้อยประชาชนก็เข้าใจว่ามันเป็นมาตรฐานเดียวกัน เขาก็คงจะรับได้” นายยงยุทธ กล่าว
ขณะที่นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่คณะกรรมการฟื้นฟู 3 ด้าน โดยที่ประชุมได้นำเสนอกรอบงบประมาณและโครงการ 62 จังหวัด ยกเว้นจ.หนองบัวลำภู ที่ไม่ได้นำเสนอโครงการและงบประมาณฟื้นฟู โดยที่ประชุมเห็นว่าควรนำเสนอครม.ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อให้เห็นชอบในหลักการ
อย่างไรก็ตามที่ประชุมให้นำโครงการที่นำเสนอทั้งหมด 8.1 หมื่นล้านบาทกลับไปทบทวนใหม่ และหารือกับสำนักงบประมาณ เนื่องจากบางจังหวัดมีจำนวนโครงการที่นำเสนอน้อยเกินไปแต่มีวงเงินมาก เช่น จ.สุพรรณบุรี รวมถึงบางโครงการเป็นโครงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า บางโครงการเป็นการฟื้นฟูหลังน้ำลด หรือบางโครงการสามารถดำเนินการได้ทันที
ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบกรอบงบประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เน้นการดูแลคุณภาพชีวิตมากกว่าการการนำเสนองบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ถูกตัดออกไป 3.6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นที่ประชุมกำชับให้แต่ละจังหวัดเน้นนำเสนอโครงการที่เน้นดูแลคุณภาพชีวิต
“ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ จะมีการหารือการเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำเน่า ท่วมขังยาวนานที่เป็นผลกระทบมาจากการวางกระสอบทรายยักษ์หรือบิ๊กแบ็ก แต่ยืนยันว่าในที่ประชุมไม่ได้หารือกรอบการให้ความช่วยเหลือเป็นตัวเงิน แต่จะพยายามหาแนวทางช่วยเหลือ”นางฐิติมา กล่าว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องของเงินพิเศษเป็นเรื่องที่ต้องรอบคอบ เพราะถ้าจ่ายเหมือนกันหมดก็ถูกวิจารณ์ ถ้าจ่ายต่างก็ถูกวิจารณ์ ดังนั้นต้องมีเหตุผลเพียงพออธิบายได้ ไม่ว่าพื้นที่ไหนท่วมก่อนท่วมนานต้องดูแลอย่างเป็นธรรม สำหรับงบประมาณที่กังวลว่าจะใช้จ่ายมากไปในการเยียวยา แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ลังเล ในการใช้งบประมาณหากงบประมาณนั้นถึงมือประชาชน เมื่อถามว่าการเยียวยาพิเศษที่ประชาชนเรียกร้องมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า “สำหรับผมให้ค่าขนมลูกก็ยังไม่เท่ากัน”
4กระทรวงสังคมขอ100ล้านช่วยเหลือเฉพาะหน้า
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 22 พฤศจิกายน จะพิจารณาอนุมัติงบฉุกเฉินในการใช้จ่ายเงินเฉพาะให้กับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้กระทรวงละ 100 ล้านบาท ซึ่งงบดังกล่าวสามารถเบิกจ่ายได้เลย เพื่อให้เกิดความคล่องตัว เนื่องจากกระทรวงดังกล่าวได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์น้ำท่วม



