
ยอมเปิดคลองมหาสวัสดิ์1ม.ทุกประตู
กทม.ยอมเปิดประตูน้ำคลองมหาสวัสดิ์เพิ่มเป็น 1 เมตรทุกประตู หลังร่วมถก "ศปภ. - ผู้ว่าฯนนท์" พร้อมลดระดับคันกั้นน้ำ ยันไม่กระทบบางพลัด ปธ.บริหารน้ำแจงปริมาณน้ำจากทุ่งตะวันตก
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 21 พ.ย.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าฯนนทบุรี นายจุมพล สำเภาพล รองปลัดกทม.และนายวีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่วิกฤติร้ายแรง ของ ศปภ. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังที่ได้มีการร่วมประชุมถึงแนวทางการระบายน้ำตามที่ประชาชนในพื้นที่เสนอข้อเรียกร้องผ่านทางผู้ว่าฯนนทบุรี ซึ่งที่ประชุมร่วมได้ข้อยุติว่า กทม.จะดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำทุกประตูบริเวณคลองมหาสวัสดิ์เพิ่มจากเดิม 50 ซม.เป็น 1 เมตร หรือ อาจจะเกินกว่า 1 เมตร ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
นายวิเชียร กล่าวว่า ตามที่ประชาชนชนได้มีข้อเรียกร้องขอให้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มจาก 50 ซม.เป็น 1 เมตร นั้น กทม.ก็จะพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำในช่วงของคลองต่างๆ โดยจะปรับความเหมาะสมเพิ่มเรื่อยๆทุกวันโดยบางคลองจะเปิดขึ้น 70-80 ซม. โดยบางประตูอาจจะเปิด ได้กว่า 100 ซม. หรือมากกว่า แต่ทั้ง นี้การเปิดระบายน้ำดังกล่าว ก็จะไม่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ กทม.ได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้จะมีการดำเนินการลดระดับความสูงของคันกั้นน้ำคลองบางพลัด บางอ้อ บางบำหรุ ในพื้นที่อำเภอบางกรวย จะลดแนวคันกั้นน้ำลงเพื่อให้น้ำไหลลงสู่ประตูน้ำ ซึ่งกทม.จะพิจารณา ลดระดับเหมือนกับการเปิดประตูระบาย ตั้งแต่ 50 ซม. ถึง 100 ซม.เพื่อเร่งระบายน้ำก่อนที่น้ำทะเลจะหนุนขึ้นในวันที่ 25 พ.ย.
ขณะที่นายจุมพล รอง ปลัดกทม. กล่าวว่าการพิจารณา เพิ่มระดับการเปิด ประตูระบายน้ำและกาคลดระดับคันกันน้ำก็จะไม่ส่งผลกระทบ ให้ กทม.โดยเฉพาะพื้นที่บางพลัด เพราะการเปิดประตูระบายน้ำก็จะพิจารณาถึงความสัมพันธ์กัน
ขณะที่นายวีระระบุว่าที่ผ่านมาในการระบายน้ำนั้น กรมชลประทานได้เร่งดำเนินการระบายน้ำ คลองโยง คลองมหาสวัสดิ์ คลองพระพิมล และยังต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอีก โดยคณะจัดการน้ำฯ ให้กรมชลประทานติดตั้งเครื่องสูบน้ำในคลองหลัก คือ คลองพระอุดม คลองบางบัวทอง และคลองบางกรวย เพิ่มและประสานให้กองทัพเรือเร่งจัดหาเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ อย่างไรก็ดีในการเปิดประตูระบายน้ำและลดคันกั้นน้ำในพื้นที่เขตบางกรวยคาดว่าหาก ได้ดำเนินการก็จะทำให้น้ำลดภายใน 4-5 วัน
ทั้งนี้นายวีระ ยังได้กล่าวถึง มวลน้ำที่ยังมีอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี ว่ามวลน้ำในพื้นที่จ.นนทบุรีและจ.นนทบุรีจะเป็นน้ำในทุ่งพระพิมนต์ ที่ค้างอยู่ 500 ล้าน ลบ.ม. โดยสามารถที่จะระบายออกสู่แม่น้ำท่าจีน และเจ้าพระยาได้ 18 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งขณะนี้สามารถระบายมวลน้ำ 119 ล้าน ลบ.ม. แต่ก็ยังมีน้ำที่ไหลเข้ามาในทุ่ง 228 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน
ขณะที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี กล่าวว่า ในการระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ก็จะเร่งหาเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำภายในพื้นที่ ที่ประชาชนที่เดือดร้อนนั้นส่วนใหญ่เป็นบ้านจัดสรร ที่สร้างอยู่ในพื้นที่ทุ่งนา
ด้านพล.ต.อ. ประชา ได้ กล่าวเสริมว่า ส่วนตนที่ได้เดินทางไปตรวจการระบายน้ำที่คลองรังสิต กับประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเดิมมีเครื่องสูบน้ำติดตั้ง 11 เครื่องได้ น้ำมาติดตั้งเพิ่ม อีก 15 เครื่อง รวมเป็น 26 เครื่องแต่ขณะนี้พบว่า เครื่องสูบน้ำเสีย 3 เครื่อง เพราะมีปริมาณ ขยะเป็นจำนวนมากไหลเข้าติด ดังนั้นต้องเร่งกำจัดขยะพร้อมทั้งต้องเร่งให้การระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่โดยจะเร่งผลักดันน้ำให้เคลื่อนตัวลงสู่คลองหลักหก ให้ ออกแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจาก น้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น
พล.ต.อ. ประชา ยังกล่าวถึงการหารือกับผู้บริหารทางด่วนโทลล์เวย์ ว่าจะขอความอนุเคราะห์ขยายเวลาเก็บค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นหรือไม่ว่า เรื่องยังไม่มีการดำเนินการใดนอกเหนือจากที่ได้มีการโทรศัพท์สอบถามเบื้องต้นตอนติดอยู่บนโทลเวย์นานถึง 2 ชั่วโมง แต่จะต้องหารือกับหลายฝ่ายโดยเรื่องนี้จะยังไม่นำเข้า ครม.ในอังคารนี้ เนื่องจาก ศปภ. ยังต้องมีหลายเรื่องที่จะต้องดำเนินการ



