
ส.โลกร้อนแนะไม่พอใจห้าพันรับฟ้องรัฐให้
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน แนะฟ้องรัฐ หากไม่พอใจค่าชดเชยน้ำท่วม 5,000 บาท เสนอตัวฟ้องแทน ส.ว. หญิง เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกฯ จี้เร่งเยียวยาน้ำท่วม หลังจัดการแย่ส่งผลเกิดความขัดแย้ง กยน.ถกนัดแรกพรุ่งนี้ ย้ำยึดโมเดล"ไจก้า"เดินแผนระยะสั้น
21พ.ย.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งมีนายศรีสุวรรณ จรรยา เป็นนายกสมาคม ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 เรื่อง ประชาชนที่ได้รับค่าชดเชยค่าน้ำท่วมจากรัฐ 5,000 บาท หากไม่พอใจในค่าชดเชยดังกล่าว สามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้
โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติ ยินยอมจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้กับครัวเรือนที่ถูกน้ำท่วมเกินกว่า 7 วัน ครัวเรือนละ 5,000 บาท การชดเชย เยียวยาดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการชดเชย เยียวยาเบื้องต้นสำหรับครัวเรือนที่ต้องประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้เท่านั้น แต่หาได้ใช่การจ่ายค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดที่ประชาชนได้รับผลกระทบ อันเนื่องมาจากความผิดพลาด ล้มเหลว ชะล่าใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่
ความเดือดร้อนและเสียหายของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในครั้งนี้ มีความเสียหายมากกว่าจำนวนที่รัฐบาลชดเชยเยียวยาให้ข้างต้นมากมายหลายเท่าไม่ว่าจะเป็น 1)ความเสียหายทางด้านทรัพย์สิน บ้านเรือน ยานยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ในครัวเรือน ที่ต้องถูกน้ำท่วม รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการป้องกันน้ำท่วม และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ฟื้นฟู ตกแต่งทรัพย์สินต่าง ๆ ดังกล่าวด้วย2)ค่าเสียหายทางด้านสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจ ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าบริหารทางการแพทย์ ฯลฯ ทั้งต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งค่าปลงศพที่ต้องเสียชีวิตลงอันมีผลมาจากน้ำท่วมทั้งทางตรงและทางอ้อม3)ความเสียหายอื่น ๆ เช่น ค่าเสียโอกาสในการทำงาน การขาดรายได้จากการทำงาน การค้าขาย การประกอบอาชีพ ค่าเช่าห้องพัก โรงแรม ค่าน้ำมันรถ ที่ต้องหนีน้ำท่วมไปพักที่อื่น ๆ ฯลฯ
หากคิดคำนวณค่าเสียโอกาสจากรายได้จากการทำงานตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละจังหวัด คูณ จำนวนวันที่ถูกน้ำท่วมขังตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมจนถึงวันที่น้ำหายท่วม คูณ จำนวนสมาชิกในครอบครัวแต่ละครัวเรือน ก็จะมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 5,000 บาท ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้การชดเชยเยียวยาแล้ว (สมมุติ : ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 220 บาท x จำนวนวันที่ถูกน้ำท่วม 60 วัน x สมาชิกในครัวเรือนมี 5 คน = 66,000 บาท)
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียสิทธิและโอกาสของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการถูกน้ำท่วมในครั้งนี้ ท่านสามารถไปติดต่อขอรับเงินชดเชยเยียวยาจากสำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นในแต่ละท้องที่ได้เลย และหากท่านต้องการที่จะใช้สิทธิฟ้องร้องทางศาลเพิ่มเติมหลังจากรับเงินค่าชดเชยดังกล่าวมาแล้วก็สามารถทำได้ โดยใช้หลักคิดในเงิน 5.000 บาทที่ท่านรับมาไปหักลบกับค่าความเสียหายต่าง ๆ ทั้ง 3 ประเด็นข้างต้น เหลือสุทธิจำนวนเท่าใด ก็สามารถนำตัวเลขค่าความเสียหายสุทธิดังกล่าวไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมทางศาลได้ต่อไป
ทั้งนี้ผู้ที่ประสงค์จะให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเป็นผู้แทนในการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง โปรดเตรียมเอกสารส่งมอบให้สมาคมฯ ดังนี้1.แบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ 1 ฉบับต่อ 1 คน (ดาวน์โหลดได้ที่เวบไซต์ www.thaisgwa.com ) 2.บัญชีค่าเสียหายของผู้ฟ้องคดีแต่ละราย (ดาวน์โหลดได้ที่เวปป์ www.thaisgwa.com ) 3.สำเนาบัตรประชาชน (ต้องไม่หมดอายุ) พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วย 1 ฉบับ 4.สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วย 1 ฉบับ 5.รูปถ่ายบ้านหรือทรัพย์สินอื่นใดที่เสียหาย (ถ้ามี) ซึ่งสามารถนำมามอบให้สมาคมฯในวันที่สมาคมฯจัดเสวนาใหญ่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2554 เวลา 13.00-17.00 น. ณ ห้องเรนโบว์ ชั้น 5 โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค ถนนสุขุมวิท 22 หรือส่งเป็นจดหมายไปที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เลขที่ 51/119 หมู่ 9 หมู่บ้านพฤกษา 17 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150
ส.ว. หญิงเตรียมยื่นหนังสือถึง"ปู"จี้เร่งเยียวยา
นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วย ส.ว. สตรีร่วมแถลงข่าวถึงการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)ว่า ขณะนี้ส.ว.สตรี 20 คน มีความเห็นตรงกันว่า (ศปภ.) ไม่มีระบบในการบริหารจัดการภาวะน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของประเทศ อาทิ จ.นนทบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยาและหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ อันนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชน และระหว่างประชาชนกับประชาชนในหลายพื้นที่ ที่รู้สึกว่าการบริหารดังกล่าวเป็นไปอย่างขาดระบบ ขาดความเป็นธรรมและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรงต่อเนื่อง เป็นเวลานนา อันขัดต่อการบริหารบ้านเมืองที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 57 (วรรค แรก) ที่ระบุว่า ประชาชนย่อมมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่มีผลกับตนหรือชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน ของรัฐบาล
นางนฤมลกล่าวอีกว่า ทั้งนี้กลุ่มส.ว.สตรี 20 คนจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องขอความชัดเจนจากรัฐบาลใน 4 ข้อดังนี้ 1.มาตรการเยียวยาพิเศษในทุกด้านต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขับเกินกว่า 2 สัปดาห์ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 2.กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการระบายน้ำให้แล้วเสร็จทุกพื้นที่ 3.ประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ น้ำเน่า 4.ควรจัดให้มีศูนย์ติดตามประสานและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง เกินกว่า 2 สัปดาห์เป็นการเฉพาะทันทีเพื่อให้ข้อมูล ข่าวสาร และเจรจาอย่างเป็นระบบที่มีเอกภาพและมาตรฐานสากล ไม่ใช่ตามแก้ไขปัญหาเป็นวันๆ กลุ่มใดเสียงดังก็ได้รับการดูแลเป็นพิเศษทันที ถือว่าไม่ถูกต้อง
ด้านนางนิลวรรณ เพชระบูรณิน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลป้องกันปัญหาที่จะมีผู้สวมสิทธิไปรับเงินแทนผู้ได้รับความเดือดร้อน ขอให้รัฐบาลจับตาเรื่องนี้ รวมถึงกรณีปัญหาบิ๊กแบ๊คควรออกมาตรการเยียวยาให้ชัดเจนสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหนือน้ำที่ต้องรับน้ำแทนพื้นที่อื่น ควรได้เงินเยียวยาที่แตกต่างกัน รวมถึงกลุ่มลูกจ้างที่ถือว่าแย่ที่สุด มีความเสี่ยงสูงในการลุยน้ำเข้าไปทำงาน ตรงนี้ได้รับการชดเชยเป็นกรณีพิเศษจากนายจ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลมองปัญหาความสูญเสียให้ครอบคลุม และเยียวยาให้ทั่วถึงเพราะทันทีที่น้ำไหลลงทะเล ปลาก็ตายจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อชาวประมง ตรงนี้รัฐต้องเข้ามาดูแลเช่นเดียวกันด้วย
กยน.ถกนัดแรกย้ำยึดโมเดล"ไจก้า"เดินแผนระยะสั้น
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ (กยน.) เป็นนัดแรก ซึ่งจะดำเนินการวางแผนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
โดยในแผนระยะสั้น จะเร่งให้แล้วเสร็จก่อนหน้าฝนในปีหน้า ซึ่งส่วนตัวคาดว่า กยน.อาจจะใช้แผนของทางไจก้า เนื่องจากได้มีการศึกษามาเป็นระยะเวลานาน รวมถึงมีความสอดคล้องกับแผนของประเทศไทยในปี 2543 พร้อมยืนยันว่า การเสนอนำแผนไจก้ามาใช้นั้น ไม่ได้มุ่งหวังในการกู้เงิน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจีดีพี ปี 2554 โดยเฉพาะไตรมาสที่ 4 จะขยายตัวได้ต่ำที่สุดจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าในปี 2555 เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้ง จากการจ้างงานในการฟื้นฟูและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้จีดีพีขยายตัวได้ร้อยละ 7 ตามที่ภาคเอกชนเคยคาดการณ์
สภาอุตฯเผยน้ำท่วมทำไทยสูญรายได้3หมื่นล.
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบของภาคการท่องเที่ยวว่า คาดว่าประเทศไทยจะสูญเสียรายได้เข้าสู่ประเทศไทยและความเสียหายที่เกิดกับแหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ประมาณ 25,000 – 30,000 ล้านบาทส่วนเป็นเป็นการสูญเสียโอกาสที่นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญของประเทศไทย
เวียดนามเตรียมส่งจนท.ศึกษาน้ำท่วมในไทย
รัฐบาลเวียดนาม เตรียมส่งทีมเจ้าหน้าที่ นำโดย นายเล ฮว่าง ก๊วน (Le Hoang Quan) ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์เพื่อเดินทางเข้ามาศึกษา และเรียนรู้ประสบการณ์ การแก้ไขวิกฤติอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุด ในประวัติศาสตร์ของไทย โดยนอกเหนือจากการศึกษาการระบายน้ำ และ ระบบการพยากรณ์อากาศ ที่เป็นจุดสำคัญแล้ว ทีมเจ้าหน้าที่จะศึกษาในเรื่องของสาเหตุการเกิดน้ำท่วม และ มาตราการจากรัฐบาลไทย ในการรับมือ รวมถึง การทำงานเพื่อแก้ไขสถานการร์ของหน่วยงานท้องถิ่นอื่นๆ อีกด้วย



