
'เอาอยู่' เหตุต้องฟ้อง 'รัฐ'
เริ่มมีการพูดกันอย่างหนาหูมากขึ้น ว่า สิ่งที่ประชาชนเสียหายจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ กับจำนวนเงินที่ภาครัฐอนุมัติ "เยียวยา" นั้น คุ้มกันหรือไม่
เริ่มมีการพูดกันอย่างหนาหูมากขึ้น ว่า สิ่งที่ประชาชนเสียหายจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ กับจำนวนเงินที่ภาครัฐอนุมัติ "เยียวยา" นั้น คุ้มกันหรือไม่
ไม่นับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาท ที่เริ่มจะพบเช่นเดียวกันว่า หยุมหยิม และยุ่งยากเกินความจำเป็น และอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นอีกมากมาย รวมถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น "กินหัวคิว" จากคนบางกลุ่ม ฯลฯ
จึงไม่แต่เพียงกลุ่มคนที่เชื่อว่า พวกตนไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควรจากการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล และการแก้ปัญหาของรัฐบาล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันท้าทายที่สุด นำมาสู่ความเสียหายที่มากมายมหาศาลกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งต้องการใช้กฎหมายและช่องทางที่มีอยู่ "ฟ้องรัฐ"
หากแต่จะรวมไปถึง กลุ่มประชาชนจำนวนมากอีกเช่นกัน ที่ไม่พอใจหลักเกณฑ์ที่รัฐวางเอาไว้ในการ "เยียวยา" ที่บางคนอาจถึงกับเสียโอกาสที่จะได้รับเงิน "เยียวยา" ด้วยซ้ำ ส่วนนี้ก็อาจเสนอตัว "ฟ้องรัฐ" ด้วย
ทั้งนี้ ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะแกนนำเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาล กล่าวว่า ความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมเป็นผลมาจากความบกพร่องและประมาทเลินเล่อของรัฐบาล ศปภ. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น เช่น การปกปิดข้อมูลที่ควรจะแจ้งให้ประชาชนทราบ ความไร้ประสิทธิภาพในการคาดการณ์มวลน้ำและปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ
"ผลกระทบของบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม บางส่วนไม่ได้ตั้งตัว เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้แจ้งเตือนล่วงหน้า ทั้งที่มีเวลาในการหาวิธีป้องกันแก้ไขปัญหามานานกว่า 3 เดือน นั่นจึงเป็นประเด็นที่รัฐบาลเตรียมที่จะรับผิดในส่วนนี้ เหตุละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามที่ มาตรา 9 ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
"ขณะที่รัฐบาลได้อ้างการใช้อำนาจสั่งการตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ในฐานะเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แต่หากในการสั่งการตามหน้าที่ดังกล่าวนั้น ขาดข้อมูลที่แท้จริง การเลือกปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ ได้สร้างความไม่เป็นธรรม ซึ่งส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายอย่างมาก"
นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวด้วยว่า การฟ้องร้องรัฐบาลนั้น จะมุ่งเน้นอำนาจของศาลปกครองแผนกคดีสิ่งแวดล้อม บนหลักการความเสียหายแต่ละบุคคลครอบคลุมใน 3 ด้าน คือ ด้านทรัพย์สิน ด้านสุขภาพร่างกาย และค่าเสียโอกาสการดำเนินชีวิต



