ข่าว

เปิดใจแม่ "ทัพฟ้า" สู้ "ทัพน้ำ"

เปิดใจแม่ "ทัพฟ้า" สู้ "ทัพน้ำ"

23 พ.ย. 2554

'ทะเลสาบดอนเมือง' นับแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากมวลน้ำมหาศาลจู่โจมเข้าทางทิศเหนืออย่างต่อเนื่อง และล้นเข้าทางถนนวิภาวดี-รังสิต พร้อมทะลักเข้าสนามบินดอนเมือง หรือท่าอากาศยานดอนเมืองฝั่งตะวันตก และฐานทัพอากาศ หรือกองทัพอากาศฝั่งตะวันออก เต็มร้อยเป

 ปรากฏการณ์ 'ทะเลสาบดอนเมือง' นับแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากมวลน้ำมหาศาลจู่โจมเข้าทางทิศเหนืออย่างต่อเนื่อง และล้นเข้าทางถนนวิภาวดี-รังสิต พร้อมทะลักเข้าสนามบินดอนเมือง หรือท่าอากาศยานดอนเมืองฝั่งตะวันตก และฐานทัพอากาศ หรือกองทัพอากาศฝั่งตะวันออก เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด 4,000 ไร่

 กลายสภาพเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ หรือแก้มลิง นั่นเอง และต้องย้ายเครื่องบินไปไว้ที่สัตหีบ ส่วนกำลังพลทั้งหมด 13,000 คน อพยพไปบางส่วน เหลือเฉพาะกำลังพลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองทัพอากาศประมาณ 2,000 คน


 และนี่คือ บางส่วนบางตอนจากการเปิดใจ "แม่ทัพฟ้า" 'บิ๊กเฟื่อง' พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) คิดอย่างไรกับศึกมหายุทธนาวารี ครั้งนี้
 
0 กองทัพอากาศมีแผนการบริหารจัดการน้ำมวลนี้อย่างไร
 ผมเป็นทหาร ผมคงไม่มีความรู้เรื่องน้ำเท่าไหร่ มันมีหลายหน่วยงานที่มาร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะมวลน้ำก้อนนี้จะต้องบูรณาการว่า จะสามารถระบายไปทางไหนได้บ้าง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน เพราะทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เดือดร้อนทุกคน แม้กองทัพอากาศจะเป็นผู้ประสบภัย แต่ก็เรายังให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
 และขีดความสามารถในการสูบน้ำ เท่าที่ได้ตรวจสอบมีโรงสูบน้ำอยู่ประมาณ 15-16 โรงสูบ เป็นของบริษัทท่าอากาศยานดอนเมือง 12-13 โรงสูบ และของกองทัพอากาศ 2 โรงสูบ ซึ่งจากขีดความสามารถการสูบออกไม่มาก เมื่อเทียบกับน้ำที่อยู่ในสนามบิน จึงต้องบูรณาการกับกรมชลประทานในการขอเครื่องสูบน้ำ


0 คาดว่าจะใช้เวลานานมั้ย ในการระบายน้ำ
 ผมไม่แน่ใจว่า ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ คือนับตั้งแต่มีสถานการณ์เรื่องน้ำมา เราก็ได้มีการประเมินสถานการณ์ ได้มีการวางแผนในการที่จะทำแนวกั้นน้ำ คือทุกส่วนก็มีความพยายามที่จะป้องกัน จะเห็นได้ว่านิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่อยุธยาเป็นต้นมา ก็มีการป้องกันมาตลอด แต่ใครจะคิดว่า จำนวนน้ำมันจะมหาศาลขนาดนี้ ยิ่งกั้น มันยิ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น พลังน้ำก็มากขึ้น
 ถ้าเราพูดถึงอุทกภัยครั้งนี้ มันเป็นมหันตภัย มันเป็นมหาอุทกภัยของชาติ เพราะฉะนั้น หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถที่จะวางแผนป้องกันได้ มันต้องร่วมกันและต้องมีการวางแผนระยะยาวเป็นลำดับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ไม่มีหน่วยงานไหนที่จะสามารถป้องกันด้วยตนเองได้ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลขนาดนี้
 กองทัพอากาศคงไม่ไปวิจารณ์เรื่องการบริหารน้ำ เพราะว่า เราเป็นทหารอากาศ ซึ่งเราดูแลป้องกันภายในอากาศ เราไม่มีเครื่องมือหรือยุทโธปกรณ์อะไร ที่จะป้องกันหรือว่าจะต้องใช้ในการช่วยเหลือทางน้ำ เพราะฉะนั้นไม่ว่ายุทโธปกรณ์ ไม่ว่ารถหรืออะไรต่างๆ นั้น เราไม่มี แต่กองทัพอากาศเราจะมีกำลังอากาศโยธิน ซึ่งเป็นหน่วยที่ป้องกันสนามบิน