
'กรีนเวฟ' VS 'อรหันต์ กสทช.'
หลัง กสทช. มีมติเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ระบุว่าจะ 'ไม่ต่อสัญญา' คลื่นวิทยุ 1 ปณ. รวม 9 คลื่น กลายเป็นประเด็นร้อนแวดวง 'คนทำสื่อวิทยุ' ทันที!
หลังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีมติเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ระบุว่าจะ 'ไม่ต่อสัญญา' คลื่นวิทยุ 1 ปณ. รวม 9 คลื่น กลายเป็นประเด็นร้อนแวดวง 'คนทำสื่อวิทยุ' ทันที!
ทำให้ผู้ได้รับสัมปทานบริหารคลื่นเอฟเอ็ม 106.5 อย่าง 'กรีนเวฟ' ค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออกมาโวยว่าไม่แจ้งล่วงหน้าให้ผู้ประกอบการคู่สัญญาได้ทราบก่อน และกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 เป็นธรรมหรือไม่
วันนั้น (9 พ.ย.) สุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งใน กสทช. เปิดเผยหลังจากการประชุมบอร์ด กสทช. มีมติไม่ต่อสัญญาสถานีวิทยุ 1 ปณ. (วิทยุกรมไปรษณีย์โทรเลขเดิม) รวม 9 สถานี เป็นวิทยุเอฟเอ็มในกรุงเทพฯ 2 สถานี คือ เอฟเอ็ม 106.5 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 'กรีนเวฟ' และเอฟเอ็ม 98.5 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 'กู๊ด เอฟเอ็ม' ที่เหลือเป็นคลื่นเอฟเอ็มและเอเอ็มในต่างจังหวัด ทั้ง 9 สถานีวิทยุจะสิ้นสุดสัญญาเช่าคลื่นในวันสิ้นปีนี้
"การไม่ต่อสัญญาคลื่นวิทยุ 1 ปณ. ทั้ง 9 คลื่น เนื่องจากเป็นคลื่นที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของ กสทช.ที่ได้รับโอนมาจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) หลังจากเกิด กสทช. ชุดปัจจุบัน ซึ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2554 จึงต้องดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ในฐานะที่ กสทช. เป็นองค์กรกำกับดูแล จึงไม่ควรเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ใดๆ แต่ระหว่างที่ยังไม่มีแผนแม่บทประมูลคลื่นความถี่ จึงไม่สามารถนำคลื่นวิทยุ 1 ปณ. มาจัดประมูลได้"
สุภิญญา ระบุอีกว่า กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานรัฐที่เป็นเจ้าของคลื่นวิทยุ จะต้องดำเนินการบริหารคลื่นวิทยุเองในรูปแบบบริการสาธารณะ จึงไม่สามารถปล่อยให้มีการเช่าคลื่นวิทยุเชิงธุรกิจได้อีก ดังนั้น หลังจาก กสทช. ได้รับคลื่นวิทยุ 1 ปณ. คืนแล้ว จะต้องนำมาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นต้น
แต่กระนั้น กรรมการ กสทช. ยังระบุอีกว่า หากคลื่นกรีนเวฟ และคลื่นวิทยุ 1 ปณ. อื่นๆ เห็นว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนและคืนคลื่นให้ กสทช.ได้ทันตามเวลาที่กำหนด ก็สามารถชี้แจงสาเหตุมายัง กสทช. ซึ่งเชื่อว่า กสทช.จะพิจารณายืดเวลาในการปรับเปลี่ยนให้ได้
ขณะเดียวกัน 'ฉอด' สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหารร่วม 'จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่' และกรรมการผู้จัดการบริษัท เอ-ไทม์ มีเดีย จำกัด ผู้บริหารคลื่นวิทยุ 'กรีนเวฟ 106.5' กล่าวว่า กสทช. ยังจัดทำแผนแม่บทคลื่นความถี่ไม่แล้วเสร็จ การไม่ต่อสัญญากับรายเดิม แต่จะจัดทำแผนเพื่อเปลี่ยนไปสู่คลื่นสาธารณะ โดยอาจให้หน่วยงานอื่นๆ เข้ามารับผิดชอบ กสทช. มีสิทธิตามกฎหมายจริงหรือ
สำหรับข้อตกลงที่ 'เอไทม์' ทำไว้กับสำนักงาน กทช.เดิม ช่วงเดือนตุลาคม 2553 ในการเช่าคลื่น 1 ปณ. เป็นสัญญาแบบเปิด ไม่กำหนดวันจบสัญญา เพราะอยู่ระหว่าง กสทช. จัดทำแผนแม่บทคลื่นความถี่ เพื่อนำไปสู่การประมูลคลื่นวิทยุ เป็นหนังสือข้อตกลงที่มีลายเซ็นของทั้งสองฝ่าย จะไม่เรียกว่าเป็นสัญญาได้อย่างไร
สิ่งที่ผู้บริหารเอไทม์ เรียกร้องคือ ควรมีการเรียกเข้าไปหารือร่วมกันก่อน ว่าจะทำอย่างไรที่ไม่ให้เสียผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
"ยืนยันว่า กรีนเวฟ จะสิ้นสุดสัญญา เมื่อ กสทช.จัดทำแผนแม่บทแล้วเสร็จ เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ ได้นำคลื่นมาคืน กสทช. และไปประมูลคลื่นเชิงธุรกิจต่อไป" ฉอด กล่าว
แน่นอนว่า หลังจาก กสทช. จับเรื่องนี้มาเป็นประเด็น! ทำให้นักจัดรายการ 'กรีนเวฟ' และคลื่นวิทยุอีกหลายสถานีของค่ายแกรมมี่ ก็ออกมาประโคมข่าวใหญ่ จึงให้ได้รับความสงสาร เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานรัฐ
โดยเฉพาะในโซเชียล มีเดีย อย่างเฟซบุ๊ค มีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นใจคลื่นวิทยุดังกล่าวอย่างล้นหลาม อย่างที่ 'ดีเจพี่ฉอด' บอกว่า "คนออกมาแสดงความรู้สึกที่มีต่อกรีนเวฟ อย่างน้อยมันทำให้เราได้รู้ว่าการทำความดี มันมีคนเห็น การทำความดี มันไม่ได้หมายความว่าเอกชนทำไม่ได้ คือถ้าจะมองว่าเราเป็นเอกชน เป็นภาคธุรกิจ กรีนเวฟคือความภาคภูมิใจของเจ๊ฉอด
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) หรือบอร์ดเล็กด้านกิจการวิทยุโทรทัศน์ใหม่ ด้วยการมีมติให้ยืดระยะเวลาการคืนคลื่น 1 ปณ. ทั้งหมด พร้อมกรีนเวฟ ออกไปอีก 6 เดือน
ดังนั้น ท้ายอุบัติการณ์นี้ ทำให้เห็นชัดว่า หาก 'กสทช.' ยังลำดับความสำคัญเรื่องที่ต้องทำก่อน-หลังไม่ได้ โดยหันไปหยิบ 'เรื่องรอง' มาทำก่อน 'เรื่องใหญ่' ผลที่ออกมาอาจตกเป็น 'ผู้ร้าย' ในสายตาประชาชนได้
โดยเฉพาะการต่อกรกับ 'ค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่' ที่มีสื่อในมือหลายแขนงและแฟนคลับด้วย จึงต้องระวังบทบาทและการทำหน้าที่อย่างยิ่ง!!



