ข่าว

ตลาดน้ำ ( ท่วม )

ตลาดน้ำ ( ท่วม )

22 พ.ย. 2554

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ตลาดน้ำ ( ท่วม ) โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

                 ประเทศไทยมีภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำท่วมเกิดขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง แต่มาระยะหลังๆ เริ่มไปเกิดที่ภาคใต้และภาคอีสานบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งน้ำท่วมแต่ละครั้งก็ส่งผลให้ผู้คนได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว ทั้งในแง่ของที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำมาหากิน ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงที่ต้องไปเรียนหนังสือก็เดือดร้อนไปด้วย

                 แต่ปีนี้เป็นปีที่ประเทศไทยถูกน้ำท่วมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มูลค่าความเสียหายสูงที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยพบ และที่สำคัญพื้นที่ในเขตเมืองหลวงและปริมณฑลก็มาถูกน้ำท่วมในปีนี้ด้วยและเป็นการท่วมชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว และกินพื้นที่ในเมืองหลวงกับปริมณฑลกว้างที่สุด ระดับน้ำท่วมสูงที่สุดและระยะเวลาการท่วมยาวนานที่สุด  

                 ปรกติไม่ว่าน้ำจะท่วมพื้นที่ใดๆ ในประเทศไทย คนที่ถูกน้ำท่วมมักจะได้รับความช่วยเหลือจากสองทางคือ ทางที่หนึ่งได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ทางที่สองได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชน เช่น องค์กรสาธารณกุศล หรือห้างร้านนิติบุคคลต่างๆ บริจาคสิ่งของเข้ามาช่วยเหลือ

                 แต่น้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครครั้งนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ ขึ้น จากเดิมๆ ที่คนในเขตน้ำท่วมต้องช่วยตนเองหรือรอคอยการช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ประชากรในกรุงเทพฯ ที่ถูกน้ำท่วมครั้งนี้มีเงื่อนไขที่ต่างออกไป เพราะคนเหล่านี้จำนวนมากที่ยังมีเงินทองพอที่จะจับจ่ายใช้สอย ทั้งเพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ส่วนตัวของตนเอง และเพื่อหาสิ่งของมาบรรเทาความเดือดร้อนและให้ยังชีวิตอยู่ได้

                 หลังจากที่ความสับสนอลหม่านเมื่อน้ำเหนือไหลหลากเข้ามาระยะแรกค่อยๆ จางไป คนในกรุงเทพฯ เริ่มทำการปรับตัว  มีการดิ้นรนไปหาซื้อสิ่งของเช่นกระสอบทราย, อิฐบล็อก, ปูนซีเมนต์, เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ เพื่อมาป้องกันบ้านเรือนของแต่ละคน รวมไปถึงสิ่งของที่จะทำให้ตนยังชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย เช่นรองเท้ายางกันน้ำ, เรือที่ทำจากวัสดุชนิดต่างๆ, อุปกรณ์ป้องกันและเคลื่อนย้ายรถยนต์ ฯลฯ

                 เมื่อมีความต้เองการของผู้บริโภคเกิดขึ้นจำนวนมาก ผู้คนที่มองเห็นช่องทางการค้าก็เริ่มหาทางสนองตอบ สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นกับน้ำท่วมจึงเริ่มเป็น “ตลาดน้ำท่วม” หมายถึงตลาดจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับน้ำท่วมทั้งหมด และเป็นตลาดเคลื่อนที่ในรูปแบบของตลาดนัดหรือตลาดเปิดท้ายขายของ

                 สิ่งที่น่าสนใจสำหรับตลาดเคลื่อนที่ในยุคน้ำท่วมกรุงก็คือ พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นสามารถกะเก็งสถานการณ์น้ำท่วมได้แม่นยำกว่าหน่วยงานของรัฐ     จนมีคำบอกกล่าวกันว่าหากเห็นว่าพื้นที่ใดมีรถกระบะไปจอดขายเรือ, รองเท้ากันน้ำ, เครื่องสูบน้ำ และของกินเช่นไข่ไก่ ให้ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ รับรู้ได้เลยว่า อีกไม่นานพื้นที่นั้นจะถูกน้ำท่วมแน่นอน

                 สถานการณ์น้ำท่วมกรุงในครั้งนี้ แม้จะทำให้หลายคนต้องสูญเสียทรัพย์สิน ต้องเสียโอกาสในการทำมาหากินตามปรกติ แต่สำหรับคนที่หูตาว่องไวต่อการประกอบอาชีพ และไม่ยอมแพ้งอมืองอเท้ารอรับชะตากรรม พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อช่วยเหลือตัวเองมากกว่าที่จะตีโพยตีพายรอคนอื่นมาช่วยเหลือ คนเหล่านั้นก็สามารถพลิกสถานการณ์ร้ายให้กลับมาเป็นโอกาสของตนเองได้

                 ในเมื่อมีโอกาสสำหรับคนที่ไม่ย่อท้อต่อวิกฤติ โอกาสของคนที่มองไปถึงอนาคตข้างหน้าก็ยังมีรออยู่อีกเช่นกัน เพราะน้ำท่วมแล้วก็ต้องลดลงไปตามปรากฏการณ์โลก สิ่งของหลายอย่างที่เป็นความจำเป็นต้องใช้ในภาวะน้ำท่วม ก็จะกลายเป็นของเหลือใช้ที่ไม่สามารถเก็บไว้ในยามปรกติ เช่น เรือขนาดต่างๆ ทรายจำนวนมากที่ต้องถูกกองทิ้งเอาไว้หรือปล่อยให้ปลิวฟุ้งไปกับสายลมหนาว

                 ธุรกิจที่มีอนาคตสดใสตามระดับการลดของน้ำก็คือ การไล่ล่าตามซื้อของที่หมดความจำเป็นเหล่านั้นในราคาถูกๆ เพราะเจ้าของไม่อยากเก็บหรือไม่มีที่เก็บและไม่สามารถทำลายได้ แล้วไปหาแหล่งจำหน่ายต่อไปในลักษณะ “ใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่” หรือรียูส (Reuse) หากพ่อค้าแม่ขายที่เห็นช่องทางจากการขายไปแล้ว จะเปิดช่องทางใหม่สำหรับการรับซื้อให้ครบวงจรด้วย ก็จะได้ประโยชน์จากวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเต็มรูปแบบครับ

------------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ตลาดน้ำ ( ท่วม ) โดย...พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ)