ข่าว

'วรวัจน์'ชี้'ไทย'ไม่พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

'วรวัจน์'ชี้'ไทย'ไม่พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

21 พ.ย. 2554

'วรวัจน์' รับกลางที่ประชุมวุฒิสภา ชี้ 'ประเทศไทย' ไม่พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หวั่น หน่วยราชการขาดองค์ความรู้ ทำให้เป็นวิกฤตรุนแรงของประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้า เล็ง เสนอปรับรายการสินค้าที่ปลอดภาษีในประชาคมอาเซียน

          21 พ.ย.54 ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระกระทู้ถามรัฐบาลต่อนโยบายการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมเข้าสู่พลเมืองประชาคมอาเซียน ในการประชุมวุฒิสภาว่า สำหรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งนายตวง ได้ตั้งคำถามว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะนโยบายที่เตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่เป็นระบบ นอกจากนั้นแล้วในส่วนของดำเนินการเตรียมนักเรียนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปัจจุบันไมมีงบประมาณดำเนินการ ทำให้หลายโรงเรียนต้องทำกิจกรรมหาเงิน ด้วยการทอดผ้าป่า เพื่อหาทุนในการดำเนินการ และที่สำคัญแล้วภาครัฐ เอกชน และผู้ที่รับผิดชอบไม่มีความรู้และความเข้าใจกับการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้ที่ริเริ่มก่อตั้งประชาคมอาเซียนก็ตาม รัฐบาลได้มีการเตรียมพร้อมนโยบายและงบประมาณ ที่สนับสนุนงานด้านเศรษฐกิจ การศึกษา เพื่อพัฒนาไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างไรบ้าง

          โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่า ตนยอมรับว่าประเทศไทยไม่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะหน่วยงานของรัฐ ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนั้น ตนกังวลว่าจะทำให้กลายเป็นวิกฤตที่รุนแรงของประเทศ โดยเฉพาะรายการสินค้าและผลิตภัณฑ์ กว่า 8,000 รายการ ที่ประเทศไทยได้ตกลง ให้เป็นสินค้าที่ปลอดภาษี และหากอนาคตประเทศเพื่อนบ้านสามารผลิตพืชเกษตรได้โดยใช้ต้นทุนต่ำ และนำส่งเข้ามาขายในประเทศไทยอาจกระทบต่อการค้าขายในประเทศไทยได้ ซึ่งราการสินค้าดังกล่าวตนเสนอให้มีการทบทวน

          “ เราอยู่ในสังคมที่ไม่รู้ตัวเราเลย ว่าตัวเรา บ้านเรา ดิน ภูมิอากาศ ดิน บ้านเราเป็นอย่างไร ไม่มีการวิเคราะห์ จึงเห็นแต่ไม่รู้  แล้วรู้ของต่างประเทศไทยหรือไม่ ผมขอตอบว่าไม่รู้ นั่นเป็นเพราะประเทศไทยสนใจแต่ตัวเองไม่เคยสนใจต่างประเทศ ไม่รู้ทั้งเขา ไม่รู้ทั้งเรา แล้วจะแข่งขันได้อย่างไร ในระบบของการศึกษาได้กำหนดใหม่ ว่าเราเรียนเพื่อเรียนรู้ และวางเป้าหมายที่ชัดเจน คือ ให้การศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศ และก้าวไปสู่การมีงานทำ วันนี้ผมท้าทายระบบการศึกษา คือ คนที่จบออกมาแล้วต้องมีงานทำ บนศักยภาพของประเทศ ภายใต้การแข่งขันกับทั่วโลก” นายวรวัจน์ ชี้แจง

          นายตวง ถามต่อว่า สำหรับการพัฒนาประเทศเพื่อก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากต้องปรับปรุงหลักสูตรการสอนด้านภาษาอังกฤษแล้ว ตนขอเสนอให้มีการตั้งผู้เชี่ยวชาญประจำประเทศในอาเซียน แต่ละประเทศเพื่อให้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในประเทศต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการทำข้อตกลงทางการค้า และด้านที่เกี่ยวข้อง

          จากนั้นนายวรวัจน์ ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ ทำให้ภายใต้การทำงานของกระทรวงศึกษาธิการต้องมีการปรับระบบใหม่ โดยในมหาวิทยาลัยต้องทำนานาชาติศึกษา ซึ่งตนได้มอบนโนบาย 1 มหาวิทยาลัย ประกบ 1 ประเทศ และเรียนรู้อย่างเป็นระบบเพื่อนำเนื้อหามาทำเป็นหลักสูตรด้วย