
สว.จี้'ปู'แจงความชัดเจนไม่ออกพรฎ.เอื้อพี่ชาย
สว.จี้ 'ยิ่งลักษณ์' แจงความชัดเจน ไม่ออก พรฎ.เอื้อพี่ชาย เพื่อยุติขัดแย้งของสังคม อัด 'ศปภ.' ไร้ทิศทางการแก้ไขน้ำท่วม ส่อขัดรัฐธรรมนูญ จี้ให้ทบทวน
21 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา ก่อนเข้าวาระประชุม สมาชิกวุฒิสภา ได้หารือถึงประเด็นที่รัฐบาล เตรียมออก พระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกับเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสาธารณะว่า จะไม่มีการออกพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อเอื้อประโยชน์กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ตนทราบว่าขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เขียนจดหมายถึงคนไทย แสดงเจตจำนงค์ชัดเจนว่า จะไม่ขอรับพระราชทานอภัยโทษ เพื่อลดปัญหาที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ดังนั้น ตนขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ออกมาแถลงถึงความชัดเจนต่อเรื่องดังกล่าว เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจไม่ขัดแย้ง
เช่นเดียวกับ นางนรีวรรณ จินตกานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลทบทวนการออก พรฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ ในประเด็นการเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคล หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เสนอในราชการไม่ว่าการตั้งบุคลากร หรือจัดซื้อจัดจ้างต้องมีระบุเงื่อนไข ที่จะให้ปฏิบัติงานได้ หรือสเปค เป็นสิทธิ หรือทุจริตตอรัปชั่น จึงขอไปยัง ครม. กรุณาพิจารณาให้รอบคอบ อย่าล็อค และขอให้แถลงประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจนตามที่ พล.ต.อ.ประชา แถลงไปแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ไม่เกิดความแตกแยกต่อไป
พญ.พรพันธุ์ บุญยรัตพันธุ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ตนขอขอขอบคุณรัฐบาลที่ไม่ดำเนินการชั่วร้าย ทางที่ดีที่สุด ขอให้นายกรัฐมนตรีแถลงย้ำเพื่อให้ประชาชนได้เกิดความสบายใจ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในฐานะเป็นผู้ถวายคำแนะนำ และรับสนองพระบรมราชโองการของ พรฎ.พระราชทานอภัยโทษ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นที่รัฐบาลกำหนดเงื่อนไข ที่ดูเหมือนว่าให้นักโทษ จำนวน 2.6 หมื่นคนเป็นตัวประกัน ซึ่งเท่ากับเป็นการกดดันองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างชัดเจน และคนไทยที่จงรักภักดีที่มีมากกว่า 50 ล้านคนทั่วประเทศ คงไม่ยอมอย่างแน่นอน
สว. อัด “ศปภ.” ไร้ทิศทางการแก้ไขน้ำท่วม ส่อขัดรัฐธรรมนูญ จี้ให้ทบทวน
พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ฐานะประธานที่ประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกวุฒิสภาหารือถึงปัญหาต่างๆ โดยสมาชิกส่วนใหญ่ ได้อภิปรายสะท้อนถึงความล้มเหลวการแก้ไขปัญหาน้ำทวมของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) โดย พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า จากการติดตามการทำงานของ ศปภ. ทำให้พบว่า ขณะนี้ ศปภ. ยังไม่มีแผนงานที่เป็นระบบต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเลขานุการผู้อำนวยการ ศปภ. กล่าวยอมรับกับสื่อมวลชน ต่อการบริหารงานที่ผ่านมาของ ศปภ.ไม่มีแผนงาน การดำเนินการต่างๆ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
พล.อ.อ.วีรวิท กล่าวต่อว่า ดังนั้นการดำเนินงานของศปภ. ถือว่า เป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี และ ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ควรต้องมีแผนการทำงาน ทั้งนี้ ล่าสุดนั้น โฆษก ศปภ.ได้แถลงข่าวว่ากรณีที่เกิดปัญหาประชาชนประท้วงให้เปิดคันกั้นน้ำ ศปภ.ไม่สามารถปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีการใช้บิ๊กแบ๊กได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการสะท้อนภาพการบริหารราชการแผ่นดินที่ขาดธรรมาภิบาล
“คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการปฏิรูประบบงานความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ให้นำนโยบายการเตรียมพร้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2548 มาใช้ เพื่อให้มีการบริหารจัดการและการบริหารวิกฤตของชาติเป็นไปอย่างถูกต้องเป็นระบบ และมีธรรมาภิบาล เป็นไปตามหลักวิชาการไม่ใช่ทำอย่างลองผิดลองถูกอย่างปัจจุบัน และอย่าให้การบริหารของศปภ.ทำให้ประชาชนมีความเดือดร้อนมากกว่าที่ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ” พล.อ.อ.วีรวิท กล่าว
ด้าน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา กล่าวว่า จากปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่และบางพื้นที่ยังพบว่ามีความขัดแย้งของประชาชน ที่ถกเถียงเรื่องพื้นที่น้ำลด และน้ำไม่ลดนั้น ขอให้รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อระงับความขัดแย้ง เบื้องต้น รัฐบาลต้องสื่อสารกับประชาชนที่พื้นที่ที่น้ำไม่ลดให้ชัดเจนว่าจะบริหารจัดการน้ำท่วมขังให้แล้วเสร็จเมื่อใด และมีความชัดเจนในการเยียวเป็นกรณีพิเศษอย่างไร รัฐบาลอย่าบอกว่าไม่มีงบประมาณ เพราะตนมองว่ารัฐบาลสามารถชะลอโครงการประชานิยมที่ไม่เป็นประโยชน์บางโครงการออกไปได้ เพื่อนำงบประมาณไปเยียวยาปัญหาของประชาชน
ด้านนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขณะนี้ รัฐบาลพยายามเสนอภาพสถานการณ์น้ำท่วมว่าน้ำลดแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ยังประสบภัยอยู่ โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารจัดการน้ำของรัฐด้วยการกักเก็บน้ำไว้เพื่อผลักดันน้ำตามช่องทาง ทำให้เกิดผู้ประสบอุทกภัยเหนือคันกั้นน้ำ จึงขอฝากไปยังรัฐบาลให้ชดเชยผู้ประสบภัยจากการจัดการน้ำของรัฐได้รับการชดเชยมากกว่าที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เพราะการบริหารจัดการที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประสบภัยเดือดร้อนมากขึ้น
ส่วนนายชรินทร์ หาญสืบสาย ส.ว.ตาก กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงมีปัญหาการบริหารจัดการน้ำจากการรื้อคันกั้นน้ำระหว่าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กับ อ.บางพลัด จ.กรุงเทพ เนื่องจาก อ.บางกรวย ยังคงมีน้ำท่วมต่อเนื่อง จึงไปรื้อคันกันน้ำบริเวณ อ.บางบำหรุ ทำให้ปริมาณน้ำในเขตบางพลัดกลับเพิ่มขึ้นอีก จึงขอฝากรัฐบาลเจรจากับชาวบ้านให้เจรจากกับชาวบางกรวย โดยให้ความช่วยเหลือเยียวยาชาวบางกรวยมากกว่าที่กำหนดไว้และขอให้ชาวบางกรวยอดทนสักระยะ ทั้งนี้เพื่อให้น้ำในเขตบางพลัดลดลงเร็วขึ้น



