
น้ำลด...ระวัง'ไฟช็อต-เชื้อโรค'
น้ำลด...ระวัง'ไฟช็อต-เชื้อโรค' : โต๊ะรายงานพิเศษ
กรมบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากมหาอุทกภัย 2554 ล่าสุดรวม 595 ศพ ในจำนวนนี้มีสาเหตุมาจาก "ไฟฟ้า" รวมอยู่ด้วยหลายราย เป็นที่น่าหวั่นเกรงว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อตอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีกหลังน้ำลด เมื่อผู้ประสบภัยทยอยกลับเข้าฟื้นฟูบ้านเรือนเพื่อใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง ฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยจากระบบไฟฟ้า ตลอดจนความเสียหายของระบบไฟฟ้าจากปัญหาน้ำท่วม จึงเป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่ต้องตรวจสอบก่อนกลับเข้าบ้าน!!
การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. รับผิดชอบการให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากจะจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังเปิดคอลเซ็นเตอร์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1130 โดยจะมี "วิศวกรจิตอาสา" ไว้คอยให้คำปรึกษาทุกๆ คำถาม พร้อมกันนี้ยังได้จัดทำคู่มือ "ข้อควรปฏิบัติการใช้ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม" เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ www.mea.or.th ไว้ให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปดาวน์โหลดฟรี เพื่อนำไปเป็นคู่มือในการตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านเรือนด้วยตัวเอง
ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. จัดทำโครงการ "ฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากใจ กฟภ." โดยได้นำนักศึกษาช่างไฟฟ้าจากสถาบันอาชีวศึกษาต่างๆ ออกตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านเรือนของผู้ประสบภัยก่อนจะจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ใช้ได้ตามปกติ และยังเปิดคอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 1129 ไว้ให้คำปรึกษากับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน
นายกมลชนก วิชัยสืบ ผอ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 แนะนำวิธีการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าในบ้านเรือน ซึ่งถูกน้ำท่วมง่ายๆ ไว้ดังนี้ คือ ลำดับแรกต้องปลดคัตเอาท์ หรืออุปกรณ์ป้องกันภายในบ้าน เพื่อตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าก่อนที่จะใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สวิตช์ และปลั๊กไฟที่ถูกน้ำท่วมอาจมีน้ำหรือดินโคลนสะสมอยู่ ให้ทำความสะอาด ทิ้งไว้ให้แห้งหรือทำให้แห้งโดยเครื่องเป่าลม เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม เช่น มอเตอร์ปั๊มน้ำ เครื่องซักผ้า แอร์ ตู้เย็น ตู้แช่ ต้องให้ช่างตรวจสอบก่อนการใช้งาน
"หากยกคัตเอาท์เพื่อใช้งานไฟฟ้าแล้ว หากยังมีจุดหนึ่งจุดใดในระบบชื้นหรือเปียก ฟิวส์จะขาด ให้ปล่อยทิ้งไว้ 1 วัน เพื่อให้ความชื้นระเหยออก หลังจากนั้นให้เปลี่ยนฟิวส์และทำตามขั้นตอนเดิมหากฟิวส์ยังขาดให้รีบแจ้งช่างมาตรวจสอบ ส่วนการตรวจไฟรั่วทำได้โดยยกคัตเอาท์ไว้แล้วดับไฟทุกดวง ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น แล้วไปตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าหากพบว่าจานมิเตอร์หมุนอยู่แสดงว่ามีไฟรั่วตามสายหรือท่อบางจุดภายในบ้านให้รีบตามช่างมาตรวจสอบอย่างละเอียด" นายกมลชนกขยายความ
นอกจากปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าแล้ว สิ่งที่อาจตามมาหลังน้ำลดคือ "โรคระบาด" เนื่องจากช่วงน้ำท่วมขังได้หมักหมมสิ่งสกปรกบ่มเพาะเชื้อโรคสารพัดชนิดเอาไว้ อาทิ โรคอุจจาระร่วง ฉี่หนู ตาแดง ไข้หวัดใหญ่ และบาดทะยัก เป็นต้น โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่น้ำท่วม เฝ้าระวังป้องกันโรคระบาดอย่างใกล้ชิด
"ที่น่าเป็นห่วงมากคือโรคบาดทะยัก เนื่องจากขณะน้ำท่วมจะมีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคบาดทะยัก การเข้าไปทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดอาจพลาดจนเกิดบาดแผล ควรป้องกันโดยสวมถึงมือยาง รองเท้าบู๊ทยาง หากไม่มีให้สวมถุงพลาสติกหุ้มปลายเท้าและสวมรองเท้าทั่วไปทับ หากมีบาดแผลให้รีบทำความสะอาดทันทีโดยฟอกสบู่และล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดด้วยยาฆ่าเชื้อโรค แล้วให้รีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักทันที เพราะโรคนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้" นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแนะนำ
นพ.ไพจิตร์ แนะนำอีกว่า พื้นที่ใดน้ำลดแล้วให้รีบทำความสะอาดบ้านให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดเชื้อรา อาจส่งผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยโรคภูมิแพ้ เชื้อราอาจทำให้เกิดอาการโพรงจมูกอักเสบ หรือเยื่อจมูกอักเสบระคายเคืองนัยน์ตา หายใจแรง และหอบหืด ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคโลหิตจาง จะเสี่ยงติดเชื้อและก่อโรคซ้ำซ้อน
"สิ่งของใดที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อราได้ให้ทิ้งเลย จานชามต้องล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาด เสื้อผ้าให้รีบซักแล้วต้มฆ่าเชื้อ เครื่องเรือน เครื่องไม้ เตาอบ พื้นบ้าน ผนังบ้าน ให้ใช้น้ำยาล้างครัวเรือนทำความสะอาด โดยระหว่างทำความสะอาดควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศระบาย เปิดพัดลมเป่าเพื่อให้แห้งเร็ว หากไม่สามารถขัดล้างออกได้ไม่ควรทาสีทับให้รีบเปลี่ยนใหม่ และหากห้องใดมีเครื่องปรับอากาศก็ต้องทำความสะอาดด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค" นพ.ไพจิตร์แนะนำ
สำหรับในเขต กทม.หลายพื้นที่ที่น้ำลด กทม.ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปจัดคลีนนิ่งเดย์ทำความสะอาดพื้นที่ไปบ้างแล้ว โดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่า มีถึง 318 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยในจำนวนนี้มี 60 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งกทม.ได้จัดเตรียมงบประมาณไว้เบื้องต้น 250 ล้านบาทสำหรับการฟื้นฟู
นายพุทธิพงษ์ บอกว่า แผนฟื้นฟูแบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะแรกจะเข้าไปซ่อมแซมถนน ทางเดิน ระบบไฟฟ้า ระบบประปา กำจัดน้ำเน่าเสียและขยะตกค้าง รวมถึงการช่วยประชาชนซ่อมแซมบ้านเรือน มีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาโรคที่มากับน้ำรวมถึงปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการฟื้นฟูอาชีพที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยเฉพาะอาชีพทางการเกษตร และกิจกรรมชุมชนที่ไม่สามารถทำได้ในขณะน้ำท่วม ส่วนระยะที่สอง จะพิจาณาให้ความช่วยเหลือในระยะยาวตามความเหมาะสม
.................
(หมายเหตุ- น้ำลด...ระวัง'ไฟช็อต-เชื้อโรค' : โต๊ะรายงานพิเศษ)



