ข่าว

ปะทะ'มอดไม้'สนั่น'แรมโบ้'หายลึกลับ

ปะทะ'มอดไม้'สนั่น'แรมโบ้'หายลึกลับ

21 พ.ย. 2554

ปะทะ'มอดไม้'สนั่นป่า'แรมโบ้'เตลิดหายลึกลับ : ตะลุยข่าว โดย มนูญ มุ่งชู

            ขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงส่งขายต่างประเทศที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งให้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง หรือ "ชุดแรมโบ้" ขึ้น โดยคำสั่งล่าสุดได้ให้เข้าปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
   
            “ชุดแรมโบ้” ได้สนธิกำลังกับทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ และทหารหน่วยอื่นในสังกัดกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง
   
            จนกระทั่งวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ฉก.ชุดที่ 1 ในความควบคุมของนายประทีป เล็กรุ่งเรืองกิจ นักวิชาการป่าชำนาญการ มีนายปรเมษฐ์ ศรีนามะ พนักงานพิทักษ์ป่า เป็นหัวหน้าชุด ออกตรวจลาดตระเวนการลักลอบทำไม้พะยูง ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก มาถึงบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้หน่วยพิทักษ์ป่าวังใหญ่ บริเวณห้วยตะไคร้ ท้องที่ ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และได้ตั้งแคมป์พักค้างแรมในบริเวณนั้น 1 คืน
   
            เมื่อฟ้าสางเช้าวันที่ 9 พฤศจิกายน ฐานปฏิบัติการได้รับแจ้งจากนายปรเมษฐ์ว่า พบกลุ่มผู้ลักลอบทำไม้พะยูงและได้ยินเสียงเลื่อยโซ่ยนต์จึงได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 13 นาย ทำหน้าที่เข้าไปล้อมจับ ส่วนที่ 2 มีกำลัง 3 นาย ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลังและดูแลสัมภาระ ก่อนเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด เพื่อแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ แต่มีเสียงปืนยิงตอบโต้มาจากหลายทิศทาง เจ้าหน้าที่ชุดที่ 1 จึงพากันหมอบลงกับพื้นเพื่อหลบวิถีกระสุน จนเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมส่วนแรกทั้ง 13 นายปลอดภัย
   
            เมื่อเคลียร์พื้นที่แล้วสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวกัมพูชาได้ 2 คน พร้อมของกลางไม้พะยูงแปรรูป 9 เหลี่ยม ปริมาตร 1.15 ลบ.ม. และเลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง จึงควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ 
   
            ต่อมาได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดระวังหลังและเฝ้าเสบียงว่า ช่วงที่เสียงปืนดังขึ้น นายวิทย์ ธูปละออ อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวัดไผ่ล้อม ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1(ปราจีนบุรี) วิ่งพลัดหลงเข้าไปในป่า พร้อมอาวุธปืน ด้วยแววตาแดงก่ำ ดูน่ากลัว
   
            "เมื่อได้ยินเสียงปืนพวกเราหาที่กำบังหมอบลงกับพื้น แต่พอเสียงปืนสงบลง นายวิทย์ลุกขึ้นยืนด้วยอาการกระสับกระส่าย ส่ายหน้าไปมาอยู่ตลอดเวลา แล้วพูดว่า “ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว จะกลับบ้าน” ซ้ำๆ อยู่อย่างนี้หลายรอบ แม้ว่าเพื่อนที่อยู่ด้วยกันจะบอกว่า “ไม่มีอะไรแล้ว มันจบแล้ว เราจะกลับบ้านกัน” จากนั้นได้ยินเสียงนายวิทย์ร้องเรียกหาใครสักคน ทำนองว่าให้มาช่วยเขาด้วย เพียงชั่วพริบตาที่ก้มหยิบเป้ส่งให้นายวิทย์ เขาก็หายตัวไปแล้ว "เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่อยู่ด้วยกันเล่าถึงวินาทีก่อนที่นายวิทย์จะหายตัวไป
   
            หลังจากนั้น นายปรเมษฐ์ หัวหน้าชุด ได้กระจายกำลังออกติดตามค้นหา พร้อมประสานแจ้งสถานการณ์ให้ทหาร ตชด. ตำรวจภูธร สภ.โดนเอาว์ และผู้นำชุมชนรับทราบ และได้ขึ้นมาสมทบช่วยค้นหานายวิทย์ กระทั่งเวลาสองทุ่มจึงยุติการค้นหา พอรุ่งเช้า นายชัชวาล อินทุมาร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก  ประสานกับอำเภอกันทรลักษ์ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 และหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 ศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา สถานีตำรวจภูธรบ้านโดนเอาว์ ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ต.รุง และ ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ โดนสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาเป็น 3 ชุดปฏิบัติการ รวม 65 นาย ร่วมค้นหา
   
            เมื่อเข้าสู่การค้นหาวันที่สาม นายไพบูลย์ รัตนะเจริญธรรม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดนำกำลังสนันสนุนการปฏิบัติแบ่งกำลังออกเป็น 8 ชุด รวม 200 นาย พร้อมทั้งสุนัขดมกลิ่นจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23  ก็ยังไม่พบร่องรอย จนเข้าวันที่สี่ จึงประสานงานขอกำลังสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสอบพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเดินลาดตระเวนตรวจสอบทางเท้าได้ แต่ยังไร้วี่แวว
   
            พอเข้าสู่การค้นหาวันที่ห้า ได้เชิญ อ.เจีย ดีนิลสุข ร่างทรงชื่อดังในพื้นที่ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ร่วมค้นหา ด้วยการทำพิธีกรรมเปิดป่า จังหวะนั้นร่างทรงร้องไห้เสียงดังว่า วิญญาณนายวิทย์ถูกเจ้าป่าเจ้าเขากักตัวไว้ แต่ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไปจนเข้าสู่วันที่เก้า ก็ยังไร้วี่แวว...ทุกคนได้แต่ภาวนาขอให้พบข่าวดี!!