ข่าว

ขอพื้นที่'ใต้ทางด่วน'ทำ...ฟลัดเวย์ ซิครับ!

ขอพื้นที่'ใต้ทางด่วน'ทำ...ฟลัดเวย์ ซิครับ!

21 พ.ย. 2554

ชาวบ้านร้านตลาด : ขอพื้นที่'ใต้ทางด่วน'ทำ...ฟลัดเวย์ ซิครับ ! โดย...ภาณุมาศ ทักษณา

             หลังจากประกาศตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กยน.) ไปเมื่อวันอังคารที่ 8 พ.ย.54 แล้วนั้น เมื่อวันพุธที่ 16 พ.ย.54 นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เชิญคณะกรรมการทั้ง กยอ.และ กยน.ไปหารือถึงแผนงานต่างๆ เท่าที่ทราบจากข่าว อาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษา กยน.บอกว่าคงนำเอาโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับน้ำของในหลวงมาเป็นแนวทางในการทำงาน

             โดย คุณรอยล จิตรดอน กรรมการ กยน.ขยายความว่า จะดำเนินการสร้างเส้นทางฟลัดเวย์ที่ในหลวงพระราชทานไว้ให้ได้มากขึ้น แต่ยังไม่คิดที่จะเวนคืนที่ดินจากใคร คือจะพยายามสร้างในเส้นทางเดิมที่มีอยู่แล้วก่อน ขณะที่คุณเสรี ศุภราชิต ผู้ช่วยเลขาฯ กยน.ก็เผยว่าในการประชุมครั้งต่อไปจะเสนอแผ่นทั้งระยะสั้น 1 ปี ระยะกลาง 3 ปี และระยะยาว 5 ปีเข้าที่ประชุม แผนต่างๆ นี้จะทำให้นักลงทุนมั่นใจการป้องกันน้ำท่วมมากขึ้น

             ในฐานะกองเชียร์ข้างเวที ผมมีข้อเสนอไปยัง กยน.เรื่องหนึ่ง ครับ อยากให้ กยน.เจรจากับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อขอพื้นที่ใต้ทางด่วนทุกเส้นใน กทม.มาทำเป็น ฟลัดเวย์ ครับ ทุกวันนี้หลายแห่งถูกทิ้งให้รกเรื้อ หรือเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาพ่อค้าพเนจร(รับซื้อของเก่า) ผมเห็นแล้วเสียดายครับ,น่าจะนำมาขุดลงไปแล้วฝังอุโมงค์ยักษ์ ตั้งแต่เหนือสุดของกรุงเทพฯลงไปถึงใต้สุดเพื่อเอาน้ำไปลงที่แม่น้ำเจ้าพระยา เราน่าจะได้ทางระบายน้ำที่ใหญ่และยาวมากเลยละครับ ขอเรียนเสนออาจารย์สุเมธพิจารณาด้วยครับ

             ส่วนงานของ กยอ. ที่มี ดร.วีระพงษ์ รามางกูร ประธาน นั้น ผมชื่นชมการทำงานของ ดร.วีระพงษ์ ที่ตั้งใจเดินสายไปสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนชาวต่างชาติครับ, แต่ไม่ชื่นชมอย่างยิ่งกับการที่มีกรรมการบางคนเสนอให้รัฐบาลตั้ง กยอ.เป็นสำนักงานถาวรและมีกฎหมายรองรับ เหมือน “สำนักงานคณะกรรมการ”อื่น ๆ ที่มีมาแล้ว , ผมว่า กยอ.เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจ... “หมดงาน” แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่านะครับ,

              อย่าลืมนะครับว่า ไทยไม่ได้เพิ่งตั้งประเทศขึ้นมาใหม่ๆ ที่ข้าราชการทำงานไม่เป็นเลย, วันนี้ประเทศไทยมีส่วนราชการที่เรียกว่า กระทรวง กรม กอง ต่างๆ แล้วยังมีรัฐวิสาหกิจ และไหนจะองค์การมหาชนอีกบานเบอะ ที่เป็นมือไม้ให้รัฐบาลอยู่แล้ว, ผมเข้าใจว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตั้งทั้ง กยน. และ กยอ.ขึ้นมาเพื่อให้“พี่เลี้ยง”ของหน่วยงานเดิม และตั้งมาเพื่อช่วยสร้างภาพให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น,

             อีกอย่างหนึ่งเราก็มีคณะกรรมการทำนองนี้มาแล้วอย่าง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศ. (คนละหน่วยกับ สศช.)นั่น ตั้งมาตั้ง 10 ปี งานของ สศ.แทบไม่มีความหมายหรืออยู่ในสายตาของรัฐบาลชุดใดเลย ทั้งๆ ที่ สศ. มีคณะทำงาน 10 กว่าชุด เสียเงินจ้างนักวิจัยทำเรื่องที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ควรรู้มาเยอะแยะ,

             ผมว่า กยอ.น่าจะไปขอมาดูนะครับ หรือไม่ก็ ไปขอผลการประชุมประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาของชาติจากหนังสือ “แนวทางการปฏิรูปประเทศ” ที่คณะกรรมการปฏิรูป ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ตั้งขึ้นใน ปี 2553 มีอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานฯ มาอ่านดูก็ได้นี่ครับ, ผมจำได้ว่าบุคลากรที่อยู่ในคณะกรรมการปฏิรูปก็ระดับ “หัวกระทิ” ของประเทศทั้งนั้น, เรื่องที่คณะกรรมปฏิรูปศึกษามาก็ครอบคลุมทุกมิติที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์อยากรู้เหมือนกัน

              ผมว่าเลิกเถอะครับ การตั้งคณะกรรมการโน่นนั่นนี่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผมเห็นมาเยอะพอรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมีอันเป็นไป คณะกรรมการฯ ชุดนั้นมักไม่เป็นที่ยอมรับของรัฐบาลใหม่ แล้วที่น่าเอือมก็คือไม่ยอมลาออกตามไปด้วย, ประเภทรัฐบาลที่ตั้งมาลาออก แล้วลาออกตามเหมือนคณะของอดีตนายกฯอานันท์นั้นหายากครับ !

---------------------------------
(ชาวบ้านร้านตลาด : ขอพื้นที่'ใต้ทางด่วน'ทำ...ฟลัดเวย์ ซิครับ ! โดย...ภาณุมาศ ทักษณา)