ข่าว

'มาร์ค'ลุยปากน้ำโพทาสีวัดโรงเรียน

'มาร์ค'ลุยปากน้ำโพทาสีวัดโรงเรียน

20 พ.ย. 2554

"มาร์ค" ลุยปากน้ำโพ ทาสีวัด โรงเรียน ฟื้นฟูหลังน้ำลด ก.จัดหาฯ ของบกองทุนส่งกลับต่างด้าว 5.25 ล้าน ซับน้ำตาแรงงานต่างด้าว หลังโดนพิษน้ำท่วมเล่นงาน สธ.สนับสนุนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 8 หมื่นโดส ฉีดกลุ่มเสี่ยงในศูนย์พักพิง

   เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 พ.ย.2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกประจำพรรค และคณะผู้ติตาม ร่วมเดินทางมาที่ วัดคลองคลาง ต.บึงเสนาท อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อเปิดโครงการ “อาสา คนไทยช่วยน้ำท่วม ร่วมใจฟื้นฟู” ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับประชาชนแต่ละจังหวัดจัดทำขึ้นภายในวัดดังกล่าว โดยมีนายสงกรานต์ จิตสุทธิภากรณ์ ส.ส.นครสวรรค์เขต 1 นายสมควร โอบอ้อม สมาชิกพรรค ปชป.ร่วมให้การต้อนรับ และมีนายบุญส่ง ดวงแก้ว นายก อบต.บึงเสนาท กล่าวรายงานความเสียหายและความคืบหน้าในเรื่องการให้ความช่วยเหลือประชาชน ท่ามกลางประชาชนที่แห่กันมารุมล้อมขอถ่ายรูปและให้กำลังใจผู้นำฝ่ายค้านจำนวนมาก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มาให้บริการในด้านต่างๆ กับประชาชน อาทิ การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อตรวจเช็คสุขภาพ การบริการตัดผมฟรี การบริการซ่อมตรวจเช็ตสภาพรถจักรยานยนต์ การบริการอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน รวมไปถึงการแจกถุงยังชีพให้กับผู้ที่เดือดร้อน เป็นต้น ซึ่งในการนี้ อดีนายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีรับมอบสีทาบ้าน พร้อมกับทำกิจกรรมทาสีให้กับวัดคลองคลาง และทำความสะอาดให้กับโรงเรียนวัดคลองคลางร่วมกับชาวบ้านด้วย

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวกับชาวบ้านในตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการดำเนินงานหลายอย่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของจากพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปทำเป็นถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย การเปิดศูนย์พักพิงที่ กทม. การเปิดครัวทำอาหารตามที่อุทกภัยต่างๆ ส่วนแผนนโยบายการกู้ชีวิตประชาชนภายหลังน้ำลดนั้น จะมีการดำเนินครอบคลุมทุกด้าน ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ อาชีพ การศึกษา พร้อมกับระดมความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อหาแนวทางแก้ป้องกันภัยดังกล่าวในอนาคต ก่อนจะเดินสายพบนักธุรกิจ พ่อค้าในจังหวัดต่อไป

    สำหรับพื้นที่ ต.บึงเสนาท เป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่ติดลำน้ำปิง ซึ่งในปีนี้ ถูกน้ำเข้าท่วมนานกว่า 3 เดือน สร้างความเสียหายอย่างมาก จนทำให้ประชากร 1,350 ครัวเรือน ประชากรกว่า 5,000 คน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยมี 3 โรงเรียน 1 วัด ตลอดจนพื้นที่การเกษตร 6,000 ไร่ สถานีอนามัย และศูนย์พัฒนาเด็ก ได้รับความเสียหายทั้งหมด


ก.จัดหาฯ ของบกองทุนส่งกลับต่างด้าว5.25ล้าน

    นายประวิทย์ ​เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมฯได้เสนอขออนุมัติงบกองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับออกนอกราชอาณาจักร จำนวนกว่า 5 ล้านบาท เพื่อนำไปเยียวยาแรงงานต่างด้าวที่กำลังประสบอุทกภัย โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษย์ชนที่จะได้รับ เช่นอาหาร ยารักษาโรค

​    ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยที่ส่งผลให้สถานประกอบการหลายแห่งต้องปิดกิจการ หรือเลิกจ้างลูกจ้างเป็นการชั่วคราว รวมทั้งแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชาอีกด้วย  ซึ่งช่วงเกิดเหตุอุทกภัย ในส่วนของนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวบางส่วนก็ได้จัดหาสถานปลอดภัย เพื่อเป็นที่พักพิงให้กับลูกจ้างต่างด้าวของตนเอง ขณะที่แรงงานต่างด้าวบางส่วนยังไม่มีที่พักพิง กระทรวงแรงงานจึงมอบหมายให้กรมการจัดหางานจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวที่ประสบอุทกภัยให้เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับแรงงานต่างด้าวที่ประสบอุทกภัย

    โดยระยะแรกได้ใช้อาคารภายในบริเวณโรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวและคนไทยในพื้นที่ประสบอุทกภัยมาพักพิงกว่า 1,000 คน ซึ่งบางส่วนสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐมได้ประสานนายจ้างส่งไปทำงานแล้วกว่า 100 คน

    อย่างไรก็ตามขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวได้ประสบอุทกภัย จึงต้องย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานภาค 4 จ.ราชบุรี โดยกรมการจัดหางานได้จัดเจ้าหน้าที่กว่า 50 คน อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัย โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวอย่างเต็มที่

    พร้อมกันนี้กรมการจัดหางานได้ขออนุมัติงบประมาณจำนวน 5.25 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของศูนย์ โดยในเบื้องต้นเงินจำนวนนี้จัใช้สำหรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 8,000 คน ในระยะเวลา 40 วัน แบ่งเป็นอาหาร 3 มื้อ จำนวน 3.6ล้านบาท ค่าน้ำดื่มจำนวน 1.6 ล้านบาท และค่าเครื่องนอนอีกจำนวน 5 แสนบาท

    นอกจากนี้ยังคาดว่าจากสถานการณ์อุทกภัยที่ได้ขยายวงกว้างลงไปในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จะทำให้มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตามจังหวัดสมุทรสาครได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับผู้ประสบภัยไว้ที่ วัดคลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน วัดเทพวรรัตน์ ตำบลนาดี และโครงการบ้านเอื้ออาทร ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

    นายประวิทย์ กล่าวด้วยว่า กรมการจัดหางานได้แบ่งประเภทแรงงานต่างด้าวออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่  1. กลุ่มที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 2. กลุ่มที่รอการพิสูจน์สัญชาติ 3. กลุ่มที่มีใบ ท.ร.38/1 และ 4.กลุ่มที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  ซึ่งขณะนี้ได้มีแรงงานต่างด้าวเริ่มทยอยเดินทางกลับไปทำงานกับนายจ้างบ้างแล้ว นื่องจากนายจ้างเริ่มเปิดกิจการได้ตามปกติ

    สำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการที่มีความต้องการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว สามารถติดต่อบริจาคสิ่งของได้โดยตรงที่หมายเลข O8O 82OO445 - 9 หรือศูนย์มิตรไมตรี กรมการจัดหางาน โทร.1694

    ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าแรงงานต่างด้าวถูกทอดทิ้ง ในช่วงเหตุการณ์อุทกภัยนั้น นายประวิทย์กล่าวว่า เป็นเพียงบางส่วนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ที่เป็นข่าวขึ้นมาเพราะมีองค์กรพัฒนาเอกชนเข้าไปพบ ซึ่งกรมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยดูแลกันทั้งคนไทยและต่างด้าว และหากพบแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือก็สามารถแจ้งได้ที่กรมการจัดหางาน จะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล หรือส่งเข้าไปพักพิงที่ศูนย์พักพิงชั้วคราว หรือหากต้องการเดินทางกลับประเทศก็สามารถทำได้ โดยกรมการจัดหางานยินดีให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่




สธ.สนับสนุนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 8 หมื่นโดส ฉีดกลุ่มเสี่ยงในศูนย์พักพิง      
 

    นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้สั่งการให้กรมควบคุมโรค สนับสนุนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จำนวน 80,000 โดส ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 17 จังหวัดที่มีศูนย์พักพิง ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี ชัยนาท อ่างทอง อุบลราชธานี นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี ราชบุรี นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี รวมทั้งประสานกรุงเทพมหานคร นำวัคซีนไปฉีดให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในศูนย์พักพิง โดยเริ่มบริการภายในสัปดาห์นี้ ในศูนย์ขนาดใหญ่ที่มีผู้อพยพมากกว่า 1,000 คน เพื่อป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีผู้อพยพอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากในสถานที่จำกัด ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ร่างกายมีความอ่อนแอ เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคติดต่อได้ง่าย และได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้การดูแลศูนย์พักพิง ทั้งด้านการรักษาพยาบาลร่างกายและจิตใจ สุขภิบาลสิ่งแวดล้อม การควบคุมป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง   



3กระทรวงหลักจับมือฟื้นฟูนิคมฯบางปะอิน



    นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า วันที่ 21 พ.ย.  เวลา 09.30 น. กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข ได้จับมือรวมพลังคืนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน โดยจะนำร่องฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 5 แห่ง ซึ่งทางจังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการฟื้นฟู 58 วัน คือระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม - 16 ธันวาคม 2554 ทั้งในเรื่องการทำให้น้ำไหลผ่านนิคมฯ และเขตอุตสาหกรรม ลดปริมาณน้ำเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพิ่มการระบายน้ำและลดระดับน้ำให้ได้ประมาณ ร้อยละ 50 สูบน้ำและกู้พื้นที่ให้เข้าไปยังโรงงานได้ ผู้ประกอบการเข้าซ่อมแซมอุปกรณ์ ปรับปรุงโรงงาน และเริ่มประกอบกิจการ และแรงงานเข้าทำงานได้ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้

    ผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวอีกว่า สำหรับนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ในวันที่ 1-15 ธันวาคม คาดว่า จะมีโรงงานเปิดทำการได้ 60-70 โรง จากทั้งหมด 90 โรง