ข่าว

วิสามัญอาร์เคเคดับสยอง

วิสามัญอาร์เคเคดับสยอง

20 พ.ย. 2554

ทหารวิสามัญRKK ระดับแกนนำ 1 คนที่รือเสาะ พบมีหมายจับคดีความมั่นคง 5 คดี

              เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 20 พ.ย. 54 พ.ท.ธนิต แสงจันทร์ รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 ได้ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15324 ฉก.นราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4809 จำนวน 50 นาย ใช้กฎอัยการศึกเข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านธนูศีล ม.8 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังสืบทราบว่า มีแกนนำระดับปฏิบัติการและสมาชิกแนวร่วมได้แฝงตัวเข้าไปกบดานเพื่อประชุมวางแผนก่อเหตุร้าย

              เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันปิดล้อม จนกระทั่งเริ่มสว่างเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้น ทันใดนั้นได้มีชายฉกรรจ์ที่อาศัยอยู่ในบ้านพัก จำนวน 3 คน ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนาน 10 นาที จนกลุ่มคนร้ายได้เสียชีวิต 1 คน ที่บริเวณหน้าประตูของบ้านหลังดังกล่าว ส่วนคนร้ายอีก 2 คน ได้วางอาวุธปืนและขอเข้ามอบตัวโดยดี

              ต่อมาเวลา 08.30 น. ของวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ท.มานิตย์ เผ่าพงษ์จันทร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 นายวัชรศักดิ์ จุลยานนท์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งอัยการและทีมนิติวิทยาศาสตร์ของแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

              ทั้งนี้ พบศพผู้เสียชีวิตที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นหน้าประตูบ้านหลังดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือ นายไซมิง มะหลี อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 ม.5 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่พรุนไปทั้งร่าง และมีอาวุธปืน เอ็ม.16 ตกอยู่ข้างกาย ส่วนประวัตินายไซมิงนั้น มีตำแหน่งเป็น ผบ.หน่วยกองกำลังติดอาวุธ RKK ซึ่งหลบหนีหมายจับคดีความมั่นคง 5 คดี โดยเฉพาะนำกำลังซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.นราธิวาส 30 เสียชีวิตในพื้นที่ อ.รือเสาะ 3นาย และก่อนหลบหนีได้ตัดศรีษะเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายด้วยเหตุเกิดเมื่อปี พ.ศ.2552

              ส่วนคนร้ายอีก 2 คน ที่มอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย 1. นายอาดูนัน ดิแรตานา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/1 ม.6 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา 2. นายสัยรี อาบูวะ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/3 ม.1 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสวนธรรม อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

               ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางต่างๆที่อยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าว อาทิ เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ กระสุนปืนส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝง และดี.เอ็น.เอ. รวมทั้งอาวุธปืนเอ็ม.16 ที่ตกอยู่ข้างศพของนายไซมิง ว่าเป็นอาวุธปืนที่คนร้ายปล้นมาจากกองพันพัฒนา 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เมื่อวันที่ 4 ม.ค. พ.ศ.2547 หรือไม่

 

ยิงเจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ บาดเจ็บสาหัส กลางเมืองสุไหงโก-ลก

              ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้รับแจ้วจากพลเมืองดีว่ามีเหตุยิงกัน มีผู้บาดเจ็บที่ร้าน จำหน่ายโทรศัพท์มือถือชื่อโรสโมบาย ตั้งอยู่เลขที่ 197 ถนนประชาวิวัฒน์ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จึงรายงานให้ พ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ร.ต.อ.นพดล ดิเรกวัฒณ์สาร พนักงานสอบสวน ได้ร่วมกับทหารเจ้าหน้าที่ อส. และเจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโก-ลก  ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

              ทั้งนี้ พบมีคนมุงอยู่ที่หน้าร้านที่อยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้กันคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ออกห่าง ก่อนเข้าตรวจสอบภายในร้านพบกองเลือดจำนวนมากตกอยู่ ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลกไปก่อนหน้าแล้ว คือ นายอัลฮาฟิทส์ อาแว อายุ 28 ปี อยู่เลขที่ 39 ม.5 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และเป็นเจ้าของร้าน โดยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณท้ายทอย 1 นัด ก่อนเกิดเหตุนายอัลฮาฟิทส์ กำลังนั่งซ่อมโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในร้าน ขณะเดียวกันได้มีคนร้าย จำนวน 2 คนขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดงไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้เดินเข้ามาในร้านแล้วชักอาวุธปืนพกขนาด .38  ออกมากระหน่ำยิงใส่นายอัลฮาฟิทส์ จำนวน 4 นัดซ้อน

              จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้วิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.ที่ติดเครื่องอยู่หน้าร้านหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

 

 

ฆ่าโหด 2 พ่อค้าเร่ลวดมัดมือผ้าปิดตาแล้วใช้ปืนยิงจ่อหัวตายอนาถ

              เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 พ.ย. 54 ร.ต.อ.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกฆ่าเสียชีวิตบนถนนภายในหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 5 ม.9 ต.บอง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

              ทั้งนี้ พบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน ห่างกัน 5 เมตร โดยศพแรกอายุประมาณ 40-45 ปี ใส่เสื้อยืดสีแดงสวมกางเกงยีนต์ขายาวสีน้ำเงิน โดยมือทั้ง 2 ข้าง ถูกมัดด้วยลวด แถมตาถูกมัดด้วยผ้าขาวม้า และที่ศีรษะมีร่องรอยถูกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.จ่อยิงที่ศีรษะ 1 นัด โดยภายในตัวเจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานเอกสารใดๆบ่งบอกว่าเป็นใครมาจากไหน

              ส่วนศพที่ 2 อายุรุนราวเดียวกันสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตใส่กางเกงขายาวสีดำ มือและตาถูกลวดมัดและใช้ผ้าขาวม้าปิดตา ส่วนที่บริเวณศีรษะมีบาดแผลถูกจ่อยิงด้วยอาวุธชนิดและขนาดเดียวกัน จำนวน 2 นัด โดยภายในตัวเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นใครมาจากไหน นอกจากสมุดใบเสร็จรับเงิน ที่ผู้ตายได้เก็บเงินกับลูกค้า ที่ระบุสินค้าเป็นจำพวกเครื่องหวายต่างๆ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้และที่นอนที่ผลิดจากทางภาคอีสาน

              จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่บนถนน จำนวน 3 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลระแงะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรอญาติมาแสดงตัวเพื่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

              พ.ต.อ.สุชาต ผกก.สภ.ระแงะ คาดว่า จากการประเมินหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับผู้ตาย เชื่อว่าเป็นพ่อค้าเร่ที่เดินทางมาจากภาคอีสาน และยึดอาชีพตระเวนขายสินค้าภายในหมู่บ้าน แต่โชคร้ายที่ถูกกลุ่มคนร้ายซึ่งอาจจะเป็นสมาชิกแนวร่วมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่แอบแฝงตัวเคลื่อนไหวอยู่ในละแวกหมู่บ้านดังกล่าว ประมาณ 3-4 คน บุกปล้นเอาเงินเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหว และปล้นรถยนต์กระบะเพื่อใช้ไปประกอบเป็นระเบิดคาร์บอมบ์ แต่ทั้ง 2 คน ขัดขืนจึงถูกฆ่าตายอย่างอนาถ ก่อนที่จะขับรถยนต์กระบะของผู้ตายหลบหนีไป