ข่าว

ครม.ให้งบ490ล้านไม่พอซ่อมดอนเมือง

ครม.ให้งบ490ล้านไม่พอซ่อมดอนเมือง

20 พ.ย. 2554

ทอท.ยืนยันคันกั้นสนามบินสุวรรณภูมิยังแข็งแรง ระบุครม.อนุมัติงบ 490 ล้าน ไม่เพียงพอซ่อมแซมดอนเมือง วัดพระธรรมกายจัดวัดช่วยวัดกว่า 50 วัดเขตปทุมฯ-อยุธยา-นนทบุรี-กทม.

         20พ.ย.2554 นายธงทอง จันทรางศุ โฆษกศปภ. พร้อมนายสมชัย สวัสดิผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุรพล เศวตเศรณี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวและการป้องกันสนามบินสุวรรณภูมิ

          นายสมชัย กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจในเรื่องของสนามบินสุวรรณภูมิที่ขณะนี้ได้ประสานไปยังเขื่อนต่างๆ ได้รับทราบข้อมูลว่ามีความแข็งแรงเพียงพอ ประกอบกับมีปริมาณน้ำลดลง ซึ่งขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิต้องติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวัง ขณะเดียวกันได้เตรียมการรองรับเพื่อไม่ให้น้ำเข้าสนามบิน ค่อนข้างสบายใจและมีความมั่นใจว่าสนามบินสุวรรณจะไม่ถูกน้ำท่วม ซึ่งเราได้ติดต่อประสานงานไปยังต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ส่งสัญญาณถึงนักท่องเที่ยวว่าสามารถเดินทางมาประเทศไทยได้ตามปกติ ถึงแม้ว่าสนามบินดอนเมืองจะประสบปัญหาน้ำท่วมก็ตาม

          ส่วนการกู้สนามบินดอนเมือง นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอให้ระดับน้ำลดจนแห้งรันเวย์ ถึงจะเข้าไปฟื้นฟูได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งเบื้องต้น ศปภ.สนับสนุนเงินให้แล้ว 490 ล้านบาท ซึ่งยังไม่เพียงพอ เพราะเท่าที่ประมาณการต้องใช้เงินประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ ซึ่งท่าอากาศยานไทย ได้กันงบไว้เพิ่มเติมแล้วจำนวน 500-600 ล้านบาท

          ด้านนายสุรพล กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นหลังเกิดเหตุน้ำท่วม และประเทศเบลเยี่ยมได้ประสานมาที่การท่องเที่ยวเพื่อจัดกิจกรรมร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยส่งสาวงามจำนวน 20 คน ที่เข้าประกวดมิสเบลเยี่ยมมาเก็บตัวและทำกิจกรรมโปรโมทที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปีนี้ ทำให้เป้าหมายนักท่องเที่ยวลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เพียงแค่ร้อยละ 2 หรือประมาณ 300,000 คน ทำให้สูญเสียรายได้เข้าประเทศประมาณ 15,000 ล้านบาท เท่านั้น


บ.อิตาเลียนไทยทำกั้นคันกั้นน้ำให้นวนครพร้อมเตรียมสูบน้ำออก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต้องจมอยู่ใต้น้ำตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา เนื่องจากพนังกั้นน้ำด้านทิศเหนือซึ่งอยู่ติดกับบริษัทไทยคูโบต้าจำกัด เกิดพังลงมาเป็นทางยาว ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเข้าซ่อมแซมแต่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทำให้ตั้งแต่นั้นมา พื้นที่ทั้งหมดของนิคมอุตสาหกรรมนวนครต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ต้องจมอยู่ใต้บาดาลมาตลอด

          วันเดียวกันนี้ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบพบว่า คันดินที่ทำเป็นพนังกั้นน้ำบริเวณหน้าบริษัทไทยคูโบต้า ที่ได้รับความเสียหายก่อนหน้านี้ บริษัทอิตาเลียนไทย ได้เข้าซ่อมแซมโดยการใช้รถแบคโฮโป๊ะ กดเสาเข็มไม้กดลงไปในดิน และวางแนวกระสอบทรายความยาวประมาณ20เมตร เพื่อกั้นน้ำด้านนอกที่ไหลมาจากคลองเชียงรากและที่ล้นมาจากคลองเปรมประชากรไหลเข้ามาในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งแล้วเสร็จและสามารถกั้นน้ำได้แล้ว

          ขณะที่ด้านหลังบริษัททอสเท็ม ซึ่งติดอยู่กับทางรถไฟด้านทิศตะวันตก พบนายสังคม ศิริรัตน์ อายุ 48 ปี โฟร์แมนงานประปาของ บมจ.อิตาเลียนไทย นำพนักงานกว่า10 คนเข้าทำการตั้งเครื่องสูบน้ำอยู่บริเวณสันเขื่อน ซึ่งอยู่ระหว่างตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดท่อสูบขนาด 12 นิ้ว เพื่อเตรียมการสูบน้ำออกหากทีมกู้เขื่อนของบริษัทอีกทีม สามารถซ่อมแซมคันดินที่ชำรุดได้ทั้งหมดก็จะสามารถเดินเครื่องได้ทันที ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทได้มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด12นิ้ว2เครื่อง ขนาด 15นิ้ว1เครื่องและเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กอีกจำนวนมากมากไว้แล้วซึ่งคาดว่าจะนำมาติดตั้งเพื่อรอการสูบออกได้ในเร็ววันนี้ส่วนการสูบน้ำออกจากพื้นที่ออกทั้งหมดจะใช้เวลากี่วันนั้นยังคงไม่สามารถระบุได้เนื่องจากขณะนี้

          นายสังคม ศิริรัตน์ โฟร์แมนงานประปาของ บมจ.อิตาเลียนไทย เปิดเผยว่า การขนย้ายเครื่องสูบน้ำเข้ามาในพื้นที่ด้านสันเขื่อนด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมนวนคร นั้นเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากการขนย้ายเครื่องสูบน้ำและไม้สนต้องใช้การขนย้ายทางโป๊ะลอยน้ำและใช้เรือยนต์ในการลากวัสดุเข้ามา แม้ว่าสันเขื่อนพนังกั้นน้ำเริ่มโผล่มาให้เห็นบ้างแล้วก็ตาม แต่ระดับน้ำยังท่วมภายในนิคมอุตสาหกรรมหน้าบริษัทไทยคูโบต้ายังสูงกว่า2เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ รถยนต์ยังไม่สามารถเข้าไปได้ทำให้การทำงานต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางและคาดว่าน่าจะสูบน้ำออกจากนิคมอุตสาหกรรมนวนครในสัปดาห์นี้แน่นอน


วัดพระธรรมกายจัดวัดช่วยวัดกว่า50วัดกทม.-ปริมณฑล


          พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย โดยดำริของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้จัดโครงการ “วัดช่วยวัด” เพื่อถวายความช่วยเหลือไปยังวัดต่าง ๆ และช่วยชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, นนทบุรี, และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน สำหรับวัดที่พระภิกษุสามเณรไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ หรือบางวัดที่เป็นศูนย์พักพิงสำหรับชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย

          โดยสิ่งของที่นำไปถวายประกอบด้วย เรือ 5 ลำ อาหารปรุงสุกพร้อมฉัน 20,000 กล่อง น้ำดื่ม 50,000 ถุง ถุงยังชีพ 2,000 ถุง (ปลากระป๋อง, ไข่ไก่, น้ำปลา, กุนเชียง, ปลาแห้ง, เกลือ, น้ำตาล, พริกแห้ง, นม, กาแฟ, โกโก้) ข้าวสาร 12 กระสอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จ 3,000 ซอง นมถั่วเหลืองชนิดชง 3,000 ซอง มะพร้าวน้ำหอม 2,000 ลูก ผักและผลไม้ 40 กระสอบ ยารักษาโรค 300 ชุด EM บำบัดน้ำเสีย ฯลฯ รวมเฉพาะถวายวัดกว่า 100,000 รายการ

          ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม จนถึง 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายได้ถวายความช่วยเหลือไปแล้ว 52 วัดดังนี้ กรุงเทพมหานคร (เขตดอนเมือง) 8 วัด ได้แก่ วัดเวฬุวนาราม วัดพรหมรังษี วัดดอนเมือง วัดสีกัน วัดหลักสี่ วัดคลองบ้านใหม่ วัดสายอำพันธ์เอมสาร วัดเทพนิมิตต์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 วัด ได้แก่ วัดพะยอม และวัดทองจันทร์ จังหวัดนนทบุรี 11 วัด ได้แก่ วัดไทรมาเหนือ วัดไทรมาใต้ วัดเพลง วัดบางนา วัดแดงธรรมชาติ วัดแคนอก วัดตำหนักใต้ วัดท้ายเมือง วัดกลาง วัดน้อย และวัดแจ้ง

          ส่วนจังหวัดปทุมธานี 31 วัด ได้แก่ วัดจันทร์กระพ้อ วัดเขียนเขต วัดมูลจินดาราม วัดคุณหญิงส้มจีน วัดบางขันธ์ วัดพืชนิมิต วัดเกิดการอุดม วัดกล้าชอุ่ม วัดกลางคลองสาม วัดกลางคลองสี่ วัดบางกระดี วัดชินวราราม วัดเกริน วัดทวีการอนันต์ วัดโพธิ์นิ่ม วัดธรรมนาวา วัดมงคลพุการาม วัดตะวันเรือง วัดเพิ่มธาร วัดหัตถสารเกษตร วัดแสวงสามัคคีธรรม วัดพุทธชินวงศ์ วัดศิริจันทาราม วัดสว่างภพ วัดมณฑลประสิทธิ์ วัดราษฎร์ศรัทธาราม วัดธัญญผล วัดไก่เตี้ย วัดอัมพุวราราม วัดไผ่ล้อม และวัดสวนมะม่วง

          ทั้งนี้ ความช่วยเหลือจากวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้พระภิกษุสามเณรสามารถปฏิบัติศาสนกิจในภาวะน้ำท่วมนี้ไปได้ และขอประกาศแจ้งถึงวัดต่างๆ ที่อยู่ในเขตอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อมาได้ที่ สำนักงานใหญ่มูลนิธิธรรมกาย โทร.02-831-1000 เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้จัดสรรความช่วยเหลือต่อไป


นครมหาชัยยังเฝ้าจับตาทะเลหนุนสูงท่วม

          นายกุลวัชร หงษ์คู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ในส่วนเขตดูเทศบาลแล (3ตำบล) โกรกกราก มหาชัย ท่าฉลอม ยังออกประกาศเตือนและรอลุ้นเหตุน้ำทะเลหนุนสูงอีกรอบ ในระหว่างช่วงวันที่ 27 พ.ย.ถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งยังเป็นห่วงและดูประตูระบายมุมต่างๆ อย่างไรก็ตามขอให้ลูกบ้านจับตาเฝ้าระวังน้ำท่าจีนอีกช่วงและเฝ้าสังเกตุน้ำเอ่อ อาทิ คลองยม คลองหวายลิง และแถบท้ายตลาดมหาชัย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบรรยากาศหลัง ผวจ.ได้ประกาศสภาพมวลน้ำทยอยลดและไม่ขยายวงกว้าง ระบบส่วนใหญ่จังหวัดสามารถจับเข้าระบบทิศทางระบายได้อย่างดี ส่งผลให้ที่ผ่านมาชาวบ้านจำนวนมากทยอยเก็บกระสอบทราย และแนวบังเก้อต่างๆ สภาพสูงหลังกรีดขวางช่องทางค้าขายและประกอบอาชีพชีวิตประจำวันต่างนำขนพ้นพื้นที่กันแล้ว


สมุทรสาครลั่นไม่เกินเดือนน้ำลดผิวถนน


          ที่บริเวณวัดบางไก่เตี้ย  พระราม 2 ต.บางกระเจ้า อ.เมืองสมุทรสาคร จากสถานการณ์ติดตามน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร และมาตรการป้องกันรับมือผลักดันน้ำพ้นพื้นที่ด้วยคูคลองสายต่างๆ ปรากฏว่า เริ่มแนวโน้มทิศทางที่ดี สภาพน้ำกระทุ่มแบน และเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร ราว 3 ตำบลน้ำลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามล่าสุด นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วย นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ รองผวจ. ได้เรียกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และกรมชลประทานจังหวัด ประจำการเขตต่างๆ ในพื้นที่ เข้าหารือการผลักดันน้ำทะลักสมุทรสาคร (รอบใหม่แผนที่4) หลังตรวจพบลำคลองสายใหม่ ที่มั่นใจว่าจะอาศัยเร่งดำเนินการเพิ่มเครื่องสูบน้ำ เพื่อกอบกู้ถนนสายต่างๆ ซึ่งกำลังน้ำท่วมอยู่ อาทิ เพชรเกษมสายหลัก และพุทธมณฑล 1- 4 ตลอดจนพุทธสาคร คาบเกี่ยวกับเมืองสมุทรสาคร

          “ในการนี้ที่ประชุม ได้แจกแจงสายน้ำที่พบใหม่ ประกอบด้วย คลองศรีสำราญ คลองอ้อมแขน คลองอ้อมน้อย ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ 2 จังหวัด กับนครปฐม และเขตอำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีคลองแนวลิขิต เป็นตัวเชื่อมต่อได้ยังพื้นที่ ต.สวนหลวง โยงพื้นที่ถึงเขต ต.อ้อมน้อย ไปถึงคลองสี่วาพาสวัสดิ์ แบ่งเบาภาระคลองภาษีเจริญ ตลอดจนสามารถอาศัยไปยัง ต.มหาชัย อ.เมืองฯ ส่งทอดไปยังคลองสี่วาตากล่อม กระทั่งสามารถส่งจ่อยัง คลองเอกชัย-สนามชัย หลายกิโลเมตร พร้อมกันนี้ส่วนเครื่องทุ่นแรง และเครื่องสูบน้ำ ตั้งเป้า จำนวนถึง 180 เครื่องสูบ (พญานาค) อย่างไรก็ตาม เพื่อสามารถกอบกู้น้ำบนผิวถนนสายสำคัญ ๆ หลัก ซึ่งกำลังเป็นปัญหาท่วมบางช่วงในขณะนี้

          นายอภิชาติ รอง ผวจ. กล่าวว่า นอกจากนี้แผนดังกล่าว รวมถึงแผนงานเยียวยาแกผู้ประสบภัยด้วย อย่างไรก็ตามหลังนายจุลภัทร แสงจันทร์ ออกแถลงคืบหน้าหลังมีการระดมสรรพกำลัง ทุกภาคส่วนพ่อค้า-ประชาชนไล่น้ำ จนล่าสุดสามารถควบคุมการทะลักของมวลน้ำท่วมเข้าพื้นที่ให้ออกทะเลมา ตั้งแต่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา สร้างความพึงพอใจแก่ประชาชนระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามฟันธงว่าน้ำไม่ท่วมสมุทรสาครแน่นอน และไม่มีความเสียหายไปกว่านี้ ดังนั้นจะเร่งส่งแผนยังนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเรื่องเครื่องสูบน้ำ ฐานะจังหวัดช่วยพื้นที่จังหวัดต่างๆ 3 -4 พื้นที่ และป้องกันตนเองด้วย การการรองรับน้ำ อาทิ ปทุมธานี กทม.นนทบุรี ผ่านลำน้ำคลองศรีสวัสดิ์ -ทวีวัฒนา ภาษีเจริญ ตามลำดับต่อไป ทั้งนี้มั่นใจว่า สัญญาณตอบรับยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ประมาณ 20 -30 วันไม่เกินยืนยันรู้ผล ซึ่งจะได้เร่งเยียวยาทั้งความเป็นอยู่ผู้เดือดร้อน ครัวเรือน และอาชีพผู้ประสบภัย จนมีผลถึงปากท้อง ในแผนที่ดูแลอนาคตของชาว จ.สมุทรสาครอย่างรูปธรรมต่อไป