ข่าว

'เด็จพี่'อัด'มาร์ค'กลืนน้ำลายตัวเอง

'เด็จพี่'อัด'มาร์ค'กลืนน้ำลายตัวเอง

20 พ.ย. 2554

'พร้อมพงศ์' อัด 'อภิสิทธิ์' กลืนน้ำลายตัวเอง หลัง ยื่นไม่ไว้วางใจ 'ประชา'เชื่อ ปชป. เล่นเกมส์กระทบชิ่ง 'ยิ่งลักษณ์'

              20 พ.ย.54 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ. ว่า ลักษณะการดำเนินการเป็นเรื่องแปลก เพราะเหมือนพรรคร่วมฝ่ายค้านคลอยตามพรรคประชาธิปัตย์   เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เป็นลักษณะเกมส์การเมืองเท่านั้น เป็นการดิสเครดิต และเชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ต้องการเป็นเครื่องมือทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เคยพูดว่า จะไม่ยื่นอภิรายไม่ไว้วางใจ แต่ก็เหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง กล่าวหา พล.ต.อ.ประชา และรัฐบาลบริหารบกพร่อง 

              ทั้งนี้ รัฐบาลได้ส่งเรื่องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และดีเอสไอ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ และน่าจะดำเนินการไปตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ในการจัดซื้อที่มีความรวดเร็ว ในภาวะวิกฤต วันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดี คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ถูกตั้งสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ 
 
              นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การยื่นถือเป็นสิทธิ์ทำได้ แต่กระบวนการในการยื่นไม่ใช่การยื่นเพื่อตรวจสอบ แต่เป็นเกมส์การเมือง ทำไมไม่รอหน่วยงานรัฐตรวจสอบ และฝ่ายรัฐกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ การทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะใช้เกมส์ในการอภิปรายกระทบชิงไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มากกว่า และประชาชนจะเห็นว่า การทำหน้าที่ไม่สร้างสรรค์และไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน เพราะถ้าค้านอย่างสร้างสรรค์น่าจะรออีก 3 เดือน อภิปรายน่าจะดีกว่า

              นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า พรรคก็ได้เตรียมความพร้อมในการอภิปราย โดยในวันที่ 22 พ.ย.นี้  จะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมพรรค แต่ยืนยันว่า ไม่มีองครักษ์พิทักษ์ พล.ต.อ.ประชา แต่เป็นการเตรียมการชี้แจง เผื่อมีการพาดพิงมาถึงพรรคเพื่อไทย และยังมีการยื่นถอดถอน ส.ส.เพื่อไทยอีก เชื่อว่า พล.ต.อ.ประชา สามารถชี้แจงได้ การทำหน้าที่ของรัฐบาลและศปภ. เป็นไปด้วยความโปร่งใส ถ้ามีปัญหาตรวจสอบได้ อยากให้ใช้เวทีในวันที่ 27 พ.ย. ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนไม่ใช่หวังล้มรัฐบาลเท่านั้น

              "วันจันทร์ที่ผ่าน มามีนักการเมืองใหญ่ และอดีตนายทหาร พล.อ. คนนึง สุ่มหัวกัน ในกรณีขับเคลื่อนกรณี พรฏ.อภัยโทษ และจะมีการเคลื่อนไหว ตามแผนบันได 9 ขั้น และหลังจากที่ข่าวเรื่อง พรฎ.อภัยโทษออกมา ในวันอังคาร ต่อมาวันพุธ ได้มีการประชุมอีกครั้ง น่าจะเป็นขบวนการขยายผลเรื่องว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประโยชน์ และในขณะนี้เครือข่ายขาประจำ อย่าง นพ.ตุลย์ สิทธิสมานท์ และเครื่อข่ายพันธมิตรฯ ทั้งยังการให้สัมภาษณ์ของ นายชวนนท์ อินทรโกมารสุท เรื่องการออก พรฏ.อภัยโทษ เป็นเรื่องลับ  ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้มาเป็นรายงานจากหน้าที่ ที่รักประชาธิปไตย ที่ไม่ชอบในการกระทำนอกเหนือรัฐธรรมนูญของกลุ่มคนเหล่านี้ อาศัย พรฏ.อภัยโทษ เพื่อกำหนดแผนล้มรัฐบาล ส่วนสถานที่ประชุม คือโรงแรมย่านประตูน้ำ นักการเมืองอักษรย่อ ส น และ พล.อ. ส พวกสูญเสียอำนาจและประโยชน์ คิดจะมาทางลัด ประสานเป็นเครือข่าย ตนกำลังรอข้อมูลให้ชัดเจนกว่านี้ และจะส่งให้หน่วยงานความมั่นคงไปดำเนินการ เพื่อกระชากหน้าเหล่านี้ พวกเชื้อชั่วไม่มีวันตาย คนที่ทำรู้ตัว เป็นกลุ่มบุคคลเดิม" นายพร้อมพงศ์ กล่าว

              นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า เรื่อง พรฎ.อภัยโทษ ข้อเท็จจริง และขั้นตอนกระบวนการยังไม่เสร็จ ยังไม่เห็นรายละเอียดเนื้อหา ยังไม่ถึงขั้นตอน ในการนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่สมาชิกประชาธิปัตย์ และเครื่อข่าย จุดพลุเป็นประเด็นการเมือง เพื่อจุดม็อบ จินตนาการกันไปเอง และยังมีกระบวนการโซเชียมเน๊ตเวิก โทรทัศน์ดาวเทียมและสื่อบางฉบับ ตนอยากเรียกร้องให้ประชาชน อดใจ รอว่า รัฐบาลจัดทำขั้นตอนออกมาอย่างไร ให้ดูเนื้อหาข้อเท็จจริง อย่าไปหลงเชื่อการให้ข่าวยุยง ปลุกปัน ของกลุ่มบุคคลและกลุ่มการเมืองใด เพื่อหวังล้มรัฐบาลเท่านั้น ตนเชื่อว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ต้องกลับอย่างสง่างามและด้วยความถูกต้อง

              นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณี นายชวนนท์ ออกมาสัมภาษณ์ ถึงการทำหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการบริหารจัดการน้ำ ล้มเหลว และโยนบาปให้รัฐบาล และ ศปภ. ทั้งที่ ข้อเท็จจริง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เคยพูดว่า ตนรับผิดชอบคนกทม.ไม่ใช่ทั้งประเทศ แต่วันนี้ อ.ลำลูกกา และเขตสายไหม มีปัญหา นายชวนนนท์ น่าจะออกไปติงผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นสมาชิกประชาธิปัตย์และเป็นพวกตัวเองแต่กลับอุ้ม และโยนบาปให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ไม่มีความสามารถ ทั้งที่เป็นพื้นที่รอยต่อ ผู้ว่าฯกทม.ต้องไปดูแลแต่กลับโยนบาป และเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ก็เดินทางไปบิ๊กคลีนนิ่ง แต่กลับไม่เดินทางไปประสานที่เขตสายไหมต่อ              

              ทั้งนี้ ตนเรียกร้องสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และผู้ว่าฯกทม. เลิกเล่นการเมือง หันมาประสานเป็นเอกภาพ ช่วยกัน เพราะรัฐบาลต้องประสานกับกทม. ไม่ใช่ปัดสวะ และโจมตีรายวัน เพราะที่ผ่านมากทม.ขอไร รัฐบาลและศปภ.ให้หมด อยากให้มาช่วยกัน เลิกสร้างภาพ ตรงไหนมีปัญหา ผู้ว่าฯน่าจะไปด้วย อย่าคิดว่าเป็นเขตใคร ถือว่าประชาชนเดือดร้อน ต้องช่วยกัน

              ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวทั้งกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดงใน กรณี พรฎ.อภัยโทษ นั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริงเพราะอยู่ในการพิจารณายังไม่รายละเอียดลงมาเลย การที่เสื้อเหลืองจะชุมนุมทำได้ ตามกรอบรัฐธรรมนูญ ตนอยากให้ดูว่า พรฎ.อภัยโทษออกมาอย่างไร ถ้าเอื้อ พ.ต.ท.ทักษิณ จริงๆ ค่อยออกมาเคลื่อนไหวก็ได้ อยากให้คนมีหน้าที่รับผิดชอบ คือ รัฐบาล ดำเนินการไปก่อน