
รวบทีมปล้นบ้านปลัดคค.เพิ่ม
จับเพิ่มทีมปล้นบ้านปลัดคมนาคม พร้อมยึดของกลางเงินสดได้ หลัง จนท.ลงพื้นที่หาเบาะแสตามแหล่งที่คนร้ายกบดาน จนสามารถจับตัวได้ ผู้ต้องหาทั้งหมดรับมีส่วนร่วมในการก่อเหตุจริง
20 พ.ย.54 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐีร์ ผบก.น.4 และเจ้าหน้ที่ กก.สส.บก.น.4 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายสมบูรณ์ ริยะเทน หรือบูรณ์ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 40 หมู่5 ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1778/54 ลงวันที่ 16 พ.ย.54 นายวณัญกฤต บุตรกันหา หรือจ่อย อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 9 ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1788/54 ลงวันที่ 19 พ.ย.54 นายบุญสืบ โจมกัน หรือสืบ อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 34/107 ซอยช่างอากาศอุทิศ 8 แยก1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1789/1/54 ลงวันที่ 19 พ.ย.54 และนายวุฒิชัย พันธวารี หรือวุฒิ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 79/148 หมู่6 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1789/2/54 ลงวันที่ 19 พ.ย.54 พร้อมของกลางเงินสด 16,523,000 บาท
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นทีมปล้นเงินบ้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนหน้านี้ 2 ราย คือ นายสิงห์ทอง ใจชมชื่น หรือไก่ พร้อมของกลางเงินสด 500,000 บาท ทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น รวมมูลค่าทั้งสิ้น 760,000 บาท และนายเสาร์แก้ว นามวงศ์ หรือแก้ว พร้อมเงินสด 2,322,000 บาท
จากนั้นทำการสอบสวนขยายจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก 3 ราย คือ นายจ่อย นายสืบ และนายวุฒิ กระทั่งล่าสุด นายสมบูรณ์ ก็ได้ขอเข้ามอบตัวที่จังหวัดเชียงรายอีก 1 คน ทำให้ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทั้งหมด 6 ราย และที่ผ่านมายังได้รับการติดต่อจาก นายเลอศักดิ์ วิริยะกระษาปณ์ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 21/1 หมู่6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่า จะนำเงินที่นายโก้มาฝากไว้จำนวน 1,500,000 บาท ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นเงินที่ปล้นมาส่งคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย
รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในการก่อเหตุจริง และยังมีผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีไปได้อีก 4 ราย คือ นายวีระศักดิ์ เชื่อลี หรือโก้ อายุ 36 ปี หัวหน้าแก๊ง อยู่บ้านเลขที่ 260 หมู่2 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1774/54 ลงวันที่ 16 พ.ย.54 นายพงษ์ศักดิ์ นามวงศ์ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 238 หมู่7 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง จ.เชียงราย ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1776/54 ลงวันที่ 16 พ.ย.54 นายคำนวณ เมฆน้อย อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 449 หมู่ 9 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1777/54 ลงวันที่ 16 พ.ย.54 และนายประพันธ์ เรืองเครือ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 16 หมู่ 8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1789/54 ลงวันที่ 19 พ.ย.54
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวต่อไปว่า หลังเกิดเหตุนายโก้ได้นำเงินกระจายไปฝากไว้ตามจุดต่างๆ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่รับฝากเงินไว้รีบนำมาคืนเจ้าหน้าที่ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนไว้เป็นพยาน แต่หากใครมีส่วนรู้เห็นหรือสมรู้ร่วมคิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้ ปปง. ได้ส่งทีมเข้ามาร่วมกับตำรวจ เพื่อช่วยกันตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่ผู้ต้องหาให้การไว้หรือไม่ ส่วนนายชยทัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในคดีนี้ และเป็นคนแรกที่ให้ข้อมูลต่างๆ กับทีมปล้นนั้น ขณะนี้นายเอกได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วในวันนี้ เวลา 12.00 น. ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งหลังนายเอกเข้ามอบตัว แต่จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายเอกมีความสนิทสนมกับนายสืบ นายเอกจึงใช้ให้นายสืบจัดหาทีมงานเข้าไปปล้นเงินที่บ้านนายสุพจน์ให้ นายสืบจึงไปติดต่อกับนายโก้ที่รู้จักกันมานานให้ช่วยหาทีมงานให้อีกที นายโก้ก็จัดทีมงานมาให้แล้วถึง 2 ทีม แต่ 2 ทีมนี้ติดปัญหาเรื่องยานพาหนะและเรื่องทีมงานไม่พร้อม และไม่กล้าเข้าไปปล้น นายโก้จึงเปลี่ยนทีมใหม่กระทั่งได้ทีมงานของนายไก่เป็นผู้ลงมือในครั้งนี้
รอง ผบ.ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้เรารู้ตัวละครทั้งหมดแล้วว่ามีใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอะไรได้มาก เพราะยังอยู่ในรูปคดีที่ต้องมีการสืบสวนสอบสวนกันต่อไปอีก ส่วนนายเอกรอช่วงเที่ยงก็จะรู้ว่าเป็นใคร ทำอะไร เอาข้อมูลบ้านนายสุพจน์มาจากไหน และรู้จักกับใครบ้าง สำหรับที่มีการระบุว่ามีบิ๊กข้าราชการร่วมขบวนการด้วยนั้น เบื้องต้นยังไม่พบ แต่คิดว่าน่าจะมาจากนายไก่มากกว่า เพราะในแก๊งจะเรียกนายไก่กันว่า “เสธไก่” จนติดปาก แต่จริงๆ แล้วนายไก่ไม่ได้รับราชการแต่อย่างใด เลยอาจทำให้คิดว่านายไก่เป็นบิ๊กข้าราชการจริง ตอนนี้เราให้ข้อมูลและรายละเอียดทางคดีทุกอย่างกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ง. หมดแล้ว ส่วนยอดเงินที่ผู้ต้องหาอ้างว่าได้ไปกว่า 200 ล้านบาท ในครั้งแรกนั้น ก็ต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าจริงหรือไม่ตรงนี้ต้องใช้เวลา ส่วนผู้ต้องหาในขบวนการเบื้องต้นมีไม่ต่ำกว่า 10 คน
ขณะที่ นายสมบูรณ์ ให้การว่า ก่อนหน้านี้ทำนาอยู่ที่จังหวัดเชียงราย แล้วนายไก่ก็มาติดต่อว่าให้มาทำงานให้นายใหญ่ที่กรุงเทพ โดยไม่รู้ว่าจะเข้าไปปล้นเงินที่บ้านนายสุพจน์จึงรับปากเข้ามาทำงานให้ แต่พอมาถึงจึงรู้ว่าจะเข้าไปปล้นเงินตอนเข้าไปในบ้านเข้าไปกันทั้งหมด 5 คน เข้าไปถึงในห้องซึ่งเหมือนห้องนั่งเล่นก็เห็นมีกล่องกระดาษ 3 กล่องวางอยู่ในตู้เสื้อผ้า พอเปิดออกก็เห็นมีเงินสดจำนวนมาก ตนจึงหยิบมา 1 กล่อง และยังมีกระเป๋าอยู่บนรถเข็นอีก 2 ใบซึ่งคาดว่าน่าจะมีเงินอยู่ในนั้น รวมทั้งกล่องกระดาษที่เหลืออีก 2 ใบด้วย ซึ่งพวกที่เข้าไปก็ต่างคนต่างหยิบอะไรได้ก็หยิบกันไป ส่วนตนหยิบแค่กล่องกระดาษมากล่องเดียวเท่านั้น พอมานับดูก็มีเงินทั้งหมด 3 ล้านบาท จึงนำมาแบ่งกันพอแบ่งเสร็จนายโก้ก็มาขอเงินไปอีก 50,000 บาท แล้วก็ต่างแยกย้ายกันหนี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังแถลงข่าวเสร็จเจ้าหน้าที่ได้พาผู้ต้องหาทั้งหมด ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ โดยมีกองทัพนักข่าวติดตามไปทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากคดีนี้เป็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศว่า ที่บ้านของนายสุพจน์จะมีเงินจำนวนมหาศาลอย่างที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างเหมือนตอนแรกหรือไม่



