
'แม้ว'ร่อนสาร'เสียสละเพื่อปรองดอง'
"ทักษิณ" ร่อนจดหมายแจงพร้อมเสียสละเพื่อปรองดอง เชื่อ พ.ร.ฎ.อภัยโทษไม่ทำเพื่อคนคนเดียว รองประธานสภาผู้แทนราษฎรแนะรัฐบาลควรทบทวนหากเล็งเห็นความขัดแย้ง เชื่อ ส.ส. ร่วมประชุมญัตติไม่ไว้วางใจแม้เป็นวันหยุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้าของวันที่ 20 พ.ย.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ พรรคเพื่อไทย ได้มีการเผยแพร่จดหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนตัว โดยจดหมายดังกล่าวเขียนขึ้นด้วยลายมือ โดยมีข้อความว่า " ที่ดูไบ สหรัฐ อาหรับอิไมเรตส์ พฤศจิกายน 2554 พี่น้องไทยที่เคารพรัก เนื่องด้วยขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤตจากปัญหาน้ำท่วม ผมเป็นห่วงและต้องการให้ประเทศและพี่น้องประชาชนผ่านพ้นวิกฤตโดยเร็ว ซึ่งต้องการความสามัคคีปรองดองในชาติ จึงจะร่วมกันฝ่าฟันภัยธรรมชาติในครั้งนี้ได้ ผมขอสนับสนุนทุกมาตรการที่จะนำไปสู่ความปรองดองในชาติ และไม่อยากเห็นความพยายามใดที่จะทำให้บรรยากาศนี้เสียหาย และผมพร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวทั้งๆที่ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมมากว่า 5 ปีแล้ว เพื่อพี่น้องประชาชนผมจะอดทน"
"จากการเสนอพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษประจำปีซึ่งปีนี้เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ คบ 84 ปี จึงมีข่าวว่าอาจจะมีผมรวมอยู่ด้วย ผมมั่นใจในหลักการที่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำการใดๆที่ให้ประโยชน์แก่ผมหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะยิ่งกว่านั้นการกระทำใดๆในช่วงนี้ต้องเป็นไปเพื่อนำประเทศสู่ความปรองดองและฟันฝ่าวิกฤตจากภัยธรรมชาติ น้ำท่วมใหญ่เท่านั้น"
"อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระประชวรอยู่ เราต้องไม่ทำให้พระองค์ทรงหนักพระราชหฤทัย เป็นอันขาดและผมก็มั่นใจว่าท่านนายกฯของเรามีแนวคิดและความตั้งใจเช่นเดียวกับผม"
"สำหรับพี่น้องที่สนับสนุนผม ห่วงใยผมก็ขออย่าใดผิดหวัง เพราะเมื่อแสงแห่งธรรมปรากฏทุกอย่างจะจบเอง เพราะบ้านเมืองจะอยู่ในภาวะขัดแย้งอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้"
"ท้ายนี้ ผมขอเรียกร้องทุกฝ่ายที่รักชาติบ้านเมืองจริง ต้องรู้จักคำว่า "Forgive and Forget" คือรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ลืมเรื่องเก่าๆเข้าสู่มิติใหม่ของวันพรุ่งนี้ เพื่อบ้านเมืองและลูกหลานเราครับ ด้วยความรักและคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"
นอกจากมีการเผยแพร่จดหมายฉบับภาษาไทยซึ่งเขียนด้วยลายมือแล้วยังมีการแผยแพี่จดหมายฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นตัวพิมพ์ มีใจความว่า "Dubai, U.A.E.
20November 2011
DearFellow Thai People,
Asour country has been going through a crisis from the big flood, I am concerned and want our country and all Thai people to pass through this crisis quickly and that requires harmony and reconciliation in our country in order to overcome this natural disaster. I support all measures that will lead to national reconciliation and do not want to see any attempt that will sour the atmosphere and I am prepared to sacrifice my personal happiness even though I have not received justice during the last five years. I will be patient for the sake of the people.
Asthe Royal Decree which will provide for annual royal pardon is being proposed and as H.M. the King will become 84 years old this year, and as there has been rumor that my name will be included in the list of individuals to be proposed for royal pardon, I trust in the principle that the government will not do anything that will benefit me or any individual specifically. Moreover, any action to be taken during this period of time must be merely taken so as to bring national reconciliation to our country and to overcome the crisis due to national disaster from big flood.
AsH.M. the King has been ill, we must certainly not make H.M. the King worried and I am confident that our Prime Minister shares my belief and intention.
Withrespect to Thai people who have supported and cared for me, please dont be disappointed as when the light of justice emerges, all will be settled as the country will not be under the state of conflict forever.
Finally,I call upon all parties who truly love Thailand to know the words forgive and forget by forgiving each other and forget the past in order to face new dimensions of tomorrow for the sake of our country and younger generations.
WithBest Regards
PoliceLt. Col. Thaksin Shinawatra
รองปธ.สภาแนะทบทวนพรฎ.อภัยโทษ
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว. เตรียสมล่ารายชื่อ เพื่อทำเรื่องขอให้คัดค้าน พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อยื่นต่อองคมนตรีว่า ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ในความเห็นส่วนตัว การออก พ.ร.ฎ. ถือเป็นหน้าที่และเป็นอำนาจของรัฐบาล ซึ่งออกไปตามปกติ และเป็นไปตามประเพณีปฏิบัติ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายนิติบัญญัติ แต่อย่างใด ส่วนที่ยังเป็นข้อถกเถียงเรื่องสาระบางประการ และอาจจะเป็นชนวนที่นำไปสู่ความขัดแย้งของมวลชนสองฝ่าย หากรัฐบาลพิจารณาและเล็งเห็นถึงความสำคัญก็ควรจะทบทวน เพื่อป้องกันไม่ให้มวลชนออกมาปะทะกันได้
นายเจริญกล่าวต่อว่า สำหรับที่กลุ่มคัดค้านเพราะมองเห็นว่าเป็นากรเอื้อประโยชน์ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยปกติการออกกฎหมายใด ต้องเป็นไปเพื่อประชาชนทั่วไป ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นประชาชนคนหนึ่งหากกลุ่มคัดค้านยังคงมีความคิดที่ไม่พ้นหรือวนเวียนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะทำให้เกิดการชุมนุมได้ แต่ประเด็นหนึ่งนั้น นักโทษ 2.6 หมื่นคนที่จะได้รับอานิสงส์ก็ควรจะหยิบยมาพิจารณาด้วย ซึ่งขณะนี้ตนอยู่ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ก็มีประชาชนที่เป็นญาตินักโทษซึ่งเข้าข่ายจะได้รับพระราชทานอภัยโทษได้เข้ามาสอบถามว่าว่าอาจจะทำใหนักโทษในเรือนจำภูเขียวที่อาจจะได้ประโยชน์กว่า 100 คน จะได้รับผลกระทบหรือไม่
นายเจริญ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สภาได้ประส่านไปยัง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว. ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศปภ. หลังจากที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นสภาได้กำหนดให้มีการประชุมญัตติดังกล่าวในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ซึ่งคาดว่า ส.ส. พรรครัฐบาลจะเข้าร่วมประชุมด้วย แม้ว่าจะเป็นสวันหยุดราชการและไม่ใช่วันที่ประชุมตามปกติ ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าจะมี ส.ส. พรรคฝ่ายค้านที่ไม่เข้าร่วมประชุม เนื่องจากช่วงเลือกตั้งระบุว่าจะเป็นตัวแทนของประชาชน ดังนั้นการเข้าประชุมถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ



