ข่าว

แรงบันดาลใจในน้ำท่วม:มองผ่านเลนส์คม โดย... แคน สาริกา

แรงบันดาลใจในน้ำท่วม:มองผ่านเลนส์คม โดย... แคน สาริกา

21 พ.ย. 2554

แรงบันดาลใจในน้ำท่วม:มองผ่านเลนส์คม โดย... แคน สาริกา

          เพลงน้ำท่วม..แทบจะท่วมหน้าจอทีวียามนี้ แต่มีอยู่เพลงหนึ่งที่ถูกนำมาเปิดทางสถานีวิทยุและทีวี นั่นคือเพลง "น้ำท่วม" ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ อาจยกให้เป็นเพลงประจำฤดูกาล ฟังกี่ครั้งก็ยังซาบซึ้งกินใจ
 
          อันที่จริง ยังมีผลงานของ ครูไพบูลย์ บุตรขัน เป็นเพลงร้องแก้เพลง "น้ำท่วม" ของศรคีรี ชื่อ "น้ำท่วมอีกแล้ว" ขับร้องโดย เรียม ดาราน้อย
 
          นัยว่าเพลงนี้เป็นเพลงประกอบหนังไทยเรื่องหนึ่งในช่วงปี 2514 ครูไพบูลย์จึงเขียนให้เข้ากับเนื้อหาของหนัง และไม่ได้มีเจตนาจะร้องแก้เพลงน้ำท่วมเป็นการเฉพาะ จึงกลายเป็น "เพลงตกสำรวจ" ในยุคหลัง
 
          "น้ำท่วมอีกแล้ว ช่างไม่แคล้วอุทกภัย
          สงสารชาวนาชาวไร่ ต้องพบภัยอยู่เรื่อยมา
          ปีก่อนท่วมซ้อนถึงสองครา
          โอ้โอ๋ น้ำตาไม่มีจะไหลหลั่งริน..."
 
          จากคำร้องข้างต้น สะท้อนว่าชาวนาชาวไร่ ต้องผจญกับภัยน้ำท่วมมานานแล้ว แต่บังเอิญว่าช่วงหลังมีการพัฒนาบ้านเมืองให้กลายเป็น "เมืองอุตสาหกรรม" ทำให้คนทุกชั้นวรรณะ กลายเป็นผู้ประสบภัยกันทุกถ้วนหน้า
 
          "น้ำท่วมอีกแล้ว แต่ไม่แคล้วขาดน้ำจิตใจ
          น้ำท่วมอีสานเหนือใต้ ได้น้ำใจซับน้ำตา
          น้ำท่วมท่วมท้นบนผืนนา เมื่อน้ำใจไหลมา
          นั่นแล้วน้ำตาคงแห้งเหือดไป"
 
          ท่อนสุดท้ายของเพลงน้ำท่วมอีกแล้วเมื่อ 40 ปีที่แล้ว บอกให้เราทราบว่า คนไทยไม่เคยแล้งน้ำใจ ไม่ว่า พ.ศ.นี้หรือ พ.ศ.ไหน
 
          เหมือนเพลง "น้ำใจไทย" ของ ยืนยง โอภากุล ที่คุ้นหูทางหน้าจอทีวี หรือ “สมศักดิ์ศรี วิถีคนกล้า” ผลงานของสมศักดิ์ นักกีตาร์ “มือเดียว” จากเวทีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพลงประจำรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางช่อง 3 หรือแม้แต่เพลง "คนไทย ไม่ทิ้งกัน" ขับร้องโดย "ปาน" ธนพร แวกประยูร ก็มีการเผยแพร่ทางหน้าจออยู่บ่อยๆ
 
          ต้องขออภัยที่ไม่ได้กล่าวถึงบางเพลง เพราะมีเพลงเกี่ยวกับน้ำท่วมมากมายเหลือเกิน แต่แทบไม่น่าเชื่อ เรากลับไม่ได้ยินเพลงน้ำท่วมในท่วงทำนองลูกทุ่งสีสันใหม่มากนัก
 
          เมื่อวันก่อน สลา คุณวุฒิ เพิ่งได้ส่งเพลง "บ้านพี่ก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน" มาให้ฟัง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เห็นมีแต่เพลงแนวสตริงหรือเพื่อชีวิต จึงอยากสะท้อนเหตุการณ์ปัจจุบันในแบบอารมณ์คนลูกทุ่ง
 
          ครั้นแต่งเสร็จแล้ว ก็ร้องเองเสียเลย หากว่าให้ลูกศิษย์ร้อง เดี๋ยวชาวบ้านจะกล่าวหาว่า "ฉวยโอกาส" เกาะกระแสน้ำท่วม ใครได้ฟังแล้ว เชื่อว่าหลายคน คงชอบท่อนแยกของเพลงนี้ เพราะพวกเขาอาจจะเริ่มรำคาญเสียงถกเถียงกันในสภาของนักการเมือง  
 
          "อย่ามัวโทษใครกับอะไรที่ดูย่ำแย่
          ต้องหาทางแก้อย่าอ่อนแอให้น้ำได้ใจ
          ต้านน้ำไม่อยู่เราต้องเรียนรู้อยู่กันให้ไหว
          สิ้นเดือนถ้าน้ำไม่ไป
          จัดแข่งเรือพายทุกซอยเลยหนา"
 
          เนื่องจากห้องอัดเสียง "ซำบายใจ" ของสลา คุณวุฒิ อยู่หลังห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ จึงเขียนคำร้องท่อนสุดท้ายที่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ขันลึกๆ
 
          "รถคันงามๆ ก็ต้องหนีน้ำจอดบนทางด่วน
          กลัวเครื่องมันรวนถ้าจะลุยน้ำดำมาหา
          จะขายไอโฟนไปดาวน์เรือยนต์มารับแก้วตา
          ตั้งศูนย์พักพิงคอยท่า
          อยู่บนหลังคา แฟชั่นไอส์แลนด์"
 
          มันเป็นเพลงน้ำท่วมแบบคนลูกทุ่ง ฟังเอาเพลินก็ได้ ฟังเอาสาระก็ดี มีแง่มุมให้เราทุกคนได้ตระหนักถึงภัยพิบัติอันเกิดจากธรรมชาติ
 
          เราอยากเอาชนะธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถสู้กับมวลน้ำได้ ฉะนั้นต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ และเก็บรับบทเรียนในครั้งนี้ แล้วฟันฝ่าวิกฤติหนนี้ไปด้วยความรักและเข้าใจกัน