ปส.รวบไนจีเรีย ขนยาไอซ์ส่งเขมร
ตำรวจปส.จับมือกับศุลกากร รวบหนุ่มไนจีเรีย คาสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะกำลังหิ้วกระเป๋าซุกยาไอซ์ หนักกว่า 1 พันกรัม นำไปส่งเขมร อ้างช่วงต่เครื่องที่แคเมอรูน มีคนนำกระเป๋ามาเปลี่ยน ตำรวจคาดหวังส่งยาไปเขมรก่อนนำเข้าไทยอีกครั้งทางชายแดนเพื่อหลบหนีการจับกุม
เมื่อเวลา 19.30 น.(19 พ.ย.) ที่สำนักงานฝ่ายสืบสวนปราบปราม ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.อดิส เจริญสวัสดิ์ ผกก.1 บก.ปส.3 นายสดับ วัฒนเสถียร หัวหน้างานสืบสวนปราบปราม 1 ศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยปราบปรามยาเสพติดสุวรรณภูมิ กก.1บก.ปส.3บช.ปส. ร่วมแถลงผลการจับกุม นายแอนโทนี่ อีเก้ชุกวู อีเซล่า(MR.EZEALA ANTHONY IKECHUKWU) อายุ 31 ปี ชาวไนจีเรีย พร้อมของกลางยาไอซ์ 1,300 กรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง กระเป๋าเดินทางแบบลากจูง 1 ใบ และธนบัตรต่างประเทศประมาณ 700 ดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยสามารถจับกุมได้ขณะที่นายแอนโทนี่ อีเก้ชุกวู อีเซล่า นั่งรอเพื่อต่อเครื่องไปยังประเทศกัมพูชา
พ.ต.อ.อดิส กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางรัฐบาลได้ประกาศปฏิบัติการวาระแห่งพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ดำเนินการตามนโยบาย โดยปฎิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยปราบปรามยาเสพติดสุวรรณภูมิ กก.1บก.ปส.3บช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวนปราบปราม ศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าอากาศยานฯและการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันจับกุมตัว นายแอนโทนี่ อีเก้ชุกวู อีเซล่า ภายหลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทยผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงเฝ้าติดตามจนพบนายแอนโทนี่ อีเก้ชุกวู อีเซล่า ที่โดยสารมากับสายการบิน เอธิโอเปียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน ET 608 ต้องสงสัยจึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบวัตถุเป็นเกล็ดสีขาวใส่ในถุงพลาสติกใส ซุกซ่อนอยู่ใต้กระเป๋าเดินทาง จึงนำไปทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบยาเสพติด ผลปรากฏว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 1,300 กรัม จึงควบคุมตัวสอบสวนเพิ่มเติม
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า กระเป๋าเดินทางใบดังกล่าวเป็นของตนโดยมีคนนำมาเปลี่ยนให้ขณะแวะเปลี่ยนเครื่องจากไนจีเรียมายังแคเมอรูน ก่อนจะมายังสุวรรณภูมิเพื่อรอไปยังกัมพูชาต่อไป โดยจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมีประวัติไปการเดินทางไปยังจีน เบื้องต้นคาดว่าเมื่อยาเสพติดเหล่านี้เดินทางไปถึงกัมพูชาก็อาจจะนำเข้ามายังประเทศไทยทางชายแดนเพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่รวมถึงขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะเกิดอุทกภัยมทำให้การขนส่งทางรถยากลำบากจึงเปลี่ยนเส้นทางไปส่งทางเครื่องบินแทน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวพร้อมควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



