ข่าว

'ประชา'โวมีข้อมูลสู้ศึกซักฟอก

'ประชา'โวมีข้อมูลสู้ศึกซักฟอก

19 พ.ย. 2554

'ประชา' โวพร้อมตอบ ลั่นมีศักดิ์ศรี ไม่พูดเท็จ ยันศปภ.ไม่เคยจัดซื้อถุงยังชีพโบ้ย'ยุงยุทธ'รับผิดชอบ ส่วนดีเอสไอ ระบุจัดซื้อถุงยังชีพ ไม่ใช่เงินงบประมาณแผ่นดิน ด้านปธ.วิปฝ่ายค้าน รับห่วง'บิ๊กบัง'เสนอตั้ง กมธ.ปรองดอง พิรุธ!เอื้อ'แม้ว' ปชป.จี้ 'ยิ่งลักษณ์' แจง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 19 พ.ย.54  ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.) อาคารเอ็นเอนยี คอมเพล็กซ์ ถ.วิภาวดี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งถือเป็นรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่ถูกอภิปราย พล.ต.อ.ประชา กล่าววว่า ไม่เป็นไร ยื่นมาก็ตอบไปเท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเรามีเหตุผลพร้อมที่จะอธิบายไม่มีปัญหา ส่วนที่เลขาฯ ของตนออกมาแถลงว่า การทำงานมีข้อผิดพลาด เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ฉุกละหุก เราก็มีเหตุผลที่จะชี้แจง ทุกอย่างต้องมีเหตุผล และพร้อมที่จะอธิบาย

          เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อถุงยังชีพที่ยังหาต้นตอร้านค้าไม่พบ และรมว.มหาดไทยยืนยันว่า เป็นการสั่งซื้อโดยนาม ศปภ. ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ศปภ.ยังไม่เคยจัดซื้ออะไร ไม่เคยซื้อถุงยังชีพ ปลากระป๋องแม้แต่กระป๋องเดียวก็ยังไม่เคยซื้อ ซึ่งเรื่องนี้เรามีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่แล้ว โดยต้องใช้หลักฐานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นหลัก เพราะความจริงก็ต้องเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ ยืนยันไม่เคยสั่งซื้อถุงยังชีพแม้แต่ถุงเดียว เพียงแต่สั่งบรรจุของที่ประชาชนนำมาบริจาค แล้วรีบแจกจ่ายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ

          เมื่อถามต่อถึงการจัดซื้อ ในนามคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งอยู่ในการดูแลของ ศปภ. พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เงินกองทุนเป็นคนละส่วนกัน ศปภ.ไม่มีอำนาจ หรือสิทธิ์ที่จะใช้เงินกองทุน เมื่อถามย้ำว่า ใครเป็นผู้มีอำนาจในการใช้เงินกองทุน พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ก็ต้องดูตามที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานมา และเมื่อถามต่อว่า มั่นใจในข้อมูลที่จะชี้แจงในอภิปรายไม่ไว้วางใจแค่ไหน "ผมมีข้อมูลอยู่แล้ว ผมมีแต่ความจริง ไม่มีความเท็จ ผมเป็นนักการเมืองที่มีศักดิ์ศรี ความจริงแป็นอย่างไร ก็พูดตามนั้นไม่เอาความเท็จมาว่ากัน"

          อนึ่งคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ เป็นประธาน และอยู่ภายใต้การดูแลของ ศปภ.

 

'ประชา' ยันแก้ปัญหาระหว่าง 'ชาวลำลูกกา-ชาวสายไหม' เรียบร้อยแล้ว

          พล.อ.ต.ประชา กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหา ชาวลำลูกกาและชาวสายไหม เรื่องคันกั้นน้ำที่ 'คลองหกวา' ว่า ขณะนี้ไม่มีปัญหา ทำความเข้าใจ และได้ทำตามข้อเสนอของชาวบ้าน ที่ให้มีการเปิดประตูระบายน้ำ คลองพระยาสุเรนทร์ 1 เมตร , คลองหม้อแตก จาก 20 ซ.ม.เป็น 50 ซ.ม. และ คลองสอง 1.2 เมตร รวมทั้งควบคุมระดับน้ำให้ลดลงเฉลี่ยวันละ 3-5 ซ.ม.

          "ส่วนที่แยก คปอ.กองทัพอากาศ ได้มีการทำฝายน้ำล้น ความกว้าง 5 เมตร จากด้านบนถึงด้านล่าง 50 ซ.ม. ซึ่งเราเห็นใจคนที่อยู่เหนือน้ำและท้ายน้ำ เพราะคนที่อยู่เหนือน้ำเวลาที่น้ำนิ่งจะเน่าเหม็น ดังนั้นจะต้องทำให้น้ำเคลื่อนตัวได้ โดยน้ำจะเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เพื่อให้เครื่องสูบน้ำของ กทม.ทำงานได้ทัน ส่วนการฟื้นฟูและเยียวยารัฐบาลจะเร่งดำเนินการ แต่ยังไม่มีการหารือถึงแนวทางหลักเกณฑ์พิเศษที่จะช่วยเหลือ"

 

'ดีเอสไอ' สอบทุจริตถุงยังชีพ ยันใช้เงินบริจาคจัดซื้อ

          พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับผิดชอบ การตรวจสอบกรณีจัดซื้อถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงความคืบหน้า การตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียนจากกระทรวงมหาดไทยว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เดินทางเข้าพบ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อทั้งหมด และได้สอบปากคำพยานที่เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทยจำนวนหนึ่งแล้ว ส่วนการเข้าสอบปากคำผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลทั้ง 2 บริษัทนั้น อยู่ระหว่างการประสานงาน

          รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า จากตรวจสอบในเบื้องต้น ดีเอสไอยังไม่พบความผิดปกติในกระบวนการจัดซื้อดังกล่าว และน่าจะเป็นการดำเนินการไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ที่มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อที่ให้มีความรวดเร็ว และลดขั้นตอนบางอย่างลง เนื่องจากกรณีดังกล่าว ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน และประเด็นสำคัญ การเบิกจ่ายเงินเพื่อจัดซื้อถุงยังชีพทั้ง 2 รอบนั้น ไม่ใช่วงเงินงบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นเงินจากกองทุนช่วยเหลือที่ได้มาจากเงินบริจาค ซึ่งอำนาจการสั่งจ่ายอยู่ในรูปของคณะกรรมการที่มี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

          "ดีเอสไอ ยังไม่ฟันธงว่า มีการทุจริตหรือไม่ แต่ดูเหมือนระเบียบการจัดซื้อถุงยังชีพครั้งนี้ จะได้รับการยกเว้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งแตกต่างจากระเบียบที่เกี่ยวกับอีออคชั่น (การจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์) ที่เป็นเรื่องการจัดซื้อในวาระปกติ แต่ครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉิน ระเบียบสำนักนายกฯ ดูเหมือนจะยกเว้นไว้ให้ทั้งหมด เพื่อให้กระบวนการมีความรวดเร็ว ลดขั้นตอน เพราะฉะนั้นกระบวนการจัดซื้อจะอ่อนตัวกว่า เพื่อให้สามารถจัดซื้อ และส่งของถึงผู้ประสบภัยได้เร็วกว่า ในชั้นกรรมการตรวจรับก็มีขั้นตอนน้อยกว่า เพราะต้องเร่งส่งของเป็นหลัก"

 

'ปธ.วิปฝ่ายค้าน' รับห่วง 'บิ๊กบัง' เสนอตั้ง กมธ.ปรองดอง จับพิรุธสอดรับเอื้อ 'แม้ว'

          ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพรรคภูมิใจไทย ที่เสนอเรื่องการปรองดอง แต่สังคมมองว่าอาจจะเป็นการเอื้อการออก 'พ.ร.ฎ.นิรโทษกรรม' ว่า เรื่องการปรองดองเราเห็นด้วยอยู่แล้ว หากมีวิธีไหนนำไปสู่ความปรองดอง และเกิดผลให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง พรรคก็สนับสนุน ส่วนเรื่องการตั้งกรรมาธิการตามข้อเสนอของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ มีเรื่องน่าห่วงใย 2 ข้อ คือ 1.ตั้งขึ้นมาหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 1 วัน เหมือนเป็นการสอดรับกัน เพื่อนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ให้กับคน ๆ เดียว 2.จะต้องติดตามต่อไปว่ากรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งเสียงข้างมากอยู่ที่รัฐบาล จะมีมติเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้เห็นว่า สอดรับกับประโยชน์ของคน ๆ เดียว ตามที่ทุกฝ่ายเป็นห่วงหรือไม่ ซึ่งกรรมาธิการของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ และติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ควบคู่กันไป

          ต่อข้อถามที่ว่า การที่ พล.อ.สนธิ ระบุว่า จะนำข้อเสนอแนะของ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้าหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มาเป็นแนวทางด้วยนั้น ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จะนำอะไรมาไม่สำคัญ เพราะท้ายที่สุดแล้วมติของเป้าหมายมีจุดประสงค์เพื่ออะไรมากกว่า  และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า บางฝ่ายตั้งข้อสังเกต น่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่า พรรคภูมิใจไทยและพรรคมาตุภูมิ อาจจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่

          "ตนไม่สามารถตอบได้ และเป็นเรื่องที่ความจริงจะพิสูจน์ตัวเองต่อไปว่าเป็นอย่างไร ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ของเราไป ความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกับพรรคการเมืองอื่น แม้เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวเราก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนพรรคการเมืองอื่นที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลจะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา"

          ผู้สื่อข่าวถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ บรรจุวาระให้เพียง 1 วัน ถือว่าน้อยไปหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เราจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เมื่อถามต่อว่า เกรงหรือไม่ว่า ระหว่างการอภิปรายฯ จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นปะท้วงทำให้เนื้อหาสาระและระยะเวลาในการอภิปรายน้อยลงไป นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประธานสภาฯ ก็ต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยดี เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน ไม่ควรมีอะไรมาขัดขวางการทำหน้าที่อยู่แล้ว ดังนั้นต้องไปรอฟังการอภิปรายฯ แล้วจะทราบว่าทำไม เพราะเรื่องนี้เป็นรายละเอียดและข้อมูล ซึ่งขอไม่เปิดเผยไปก่อนที่จะถึงวันอภิปราย

          เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มประชาชนกลุ่มหนึ่ง ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ออกมาสนับสนุนรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า ชี้ให้เห็นว่าการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ไม่ได้นำไปสู่ความปรองดอง แต่จะกลับนำไปสู่ความแตกแยก และจะทำให้ประเทศเกิดวิกฤติ ซึ่งในขณะนี้ก็เริ่มส่อแววให้เห็นแล้วว่า จะเป็นไปตามนั้น ซึ่งเรื่องนี้นอกจากจะได้ไม่คุ้มเสีย แล้วยังไม่นำไปสู่ความปรองดองอีกด้วย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มองการที่รัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศได้เพียง 3 เดือน แต่กลับรีบเร่งที่จะทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครอบครัว อาทิ การแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณีนี้เหมือนที่หลายฝ่ายเคยวิเคราะห์กันไว้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ เขาก็จะทำในสิ่งที่ทำประโยชน์ให้กับคน ๆ เดียว ซึ่งขณะนี้ก็ปรากฎชัดเป็นลำดับ เมื่อถามว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยประเมินแล้วว่า อายุรัฐบาลคงจะอยู่ได้อีกไม่นานใช่หรือไม่ จึงต้องรีบเร่งทำภารกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

          "ตนไม่ทราบว่า รัฐบาลจะมีเวลาเท่าไหร่ แต่ความจริงแล้วมีเวลา 4 ปี ตามกฎหมาย แต่ตนคิดว่า อาจจะทนรอไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเป้าหมายหลักอยู่แล้ว เมื่อมาเป็นรัฐบาลและมีอำนาจ"

 

ปชป. จี้ 'ยิ่งลักษณ์' เร่งแจง 'พรฎ.นิรโทษกรรม' อ้างไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ขึ้น!

 

          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติผ่านการแก้ไข พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ที่อาจเอื้อผลประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีท่าทีที่จะออกมาทำความเข้าใจกับสังคม ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอีกครั้ง นายกฯ ต้องตระหนักว่าท่านเป็นผู้ที่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคมอีกครั้งหนึ่งแล้ว ความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์หวังที่จะเห็นท่านทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

          "พรรคไม่ต้องการไปล้มท่าน ด้วยวิถีทางนอกเหนือรัฐธรรมนูญ แต่ท่านเองนำตัวเข้ามาสู่ปัญหา นอกจากนายกฯ ไม่ชี้แจงและทำความเข้าใจแล้ว ยังมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยการไปอ้างนักโทษ 26,000 คนว่า จะได้รับประโยชน์ในการตรา พ.ร.ฎ.ขออภัยโทษในครั้งนี้ แต่สิ่งที่ท่านปกปิดก็คือ จงใจบิดเบือนข้อความใน พ.ร.ฎ.ขออภัยโทษฉบับนี้ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในพ.ร.ฎ.อภัยโทษ ฉบับ 2553 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะมีอยู่ 4 มาตราที่เกี่ยวข้องคือ มาตรา 4 ที่ระบุว่า ผู้ซึ่งที่จะได้รับการขอพระราชทานอภัยโทษตาม พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ ต้องมีตัวตนอยู่ในการควบคุมของทางราชการ หรือถูกกักขังไว้ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เข้าข่าย"

          โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนมาตรา 6 (ง) ที่ระบุว่า เป็นคนมีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่ พ.ร.ฎ.นี้บังคับใช้ ตามที่ปรากฏในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าความผิดในกรณีเดียวหรือหลายคดีต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เพราะฉะนั้นมาตรา 6 (ง) จะเป็นมาตราที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ในการปลดตัวเองออกจากโทษจำคุก 2 ปี และมาตรา 8 ที่ระบุว่านักโทษเด็ดขาดที่ต้องโทษตามบัญชีลักษณะความผิด ท้าย พ.ร.ฎ.นี้ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษ นั่นหมายความว่า ตามมาตรา 8 นี้ จะมีบัญชีแนบท้ายของโทษต่าง ๆ และเขาบอกว่าโทษใดก็แล้วแต่ที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายนี้ ให้ได้สิทธิ์เพียงลดโทษ ก็คือไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวทั้งหมด

          นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อดูในบัญชีแนบท้ายตามมาตรา 8 คือ ข้อ 4 (4) ที่ระบุว่า ความผิดตามกฎหมายด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นการไม่ยกเว้นให้กับคดีทุจริต เพราะฉะนั้นสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องทำคือ เอาความผิดทุจริตแนบท้ายออก เมื่อความผิดทุจริตไม่อยู่ในบัญชีแนบท้าย ก็จะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้รับการขอพระราชทานอภัยโทษ และปล่อยตัวในทันที เพราะความผิดนั้นไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นอีกต่อไป

          "อยากถามไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือ ก่อนหน้านี้ 2 วัน ท่านบอกไม่ทราบเรื่อง เพราะเป็นเรื่องของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ท่านไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ครม. แต่เช้าวันนี้ท่านพูดในการจัดรายการวิทยุ ท่านพูดถึงมติ ครม. เรื่องการให้ความช่วยเหลือการพักหนี้เกษตรกร ก็อยากถามว่า ทำไมเรื่องแบบนี้ท่านทราบได้ แต่เรื่องสำคัญ ๆ ที่จะทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ท่านกลับไม่พูดถึงซักคำ อยากถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า การแก้ไข พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ที่บอกว่าเป็นความลับสุดยอดนั้น เพราะท่านจะแก้ไขมาตรา 4 และแก้ไขบัญชีแนบท้ายความผิดใช่หรือไม่ นายกฯ ต้องตอบ เพราะสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองกลับมาสู่วงจรเดิมอีก ขอให้ท่านบอกพี่ชายด้วยว่า เรื่องนี้ไม่สมควร"

          "ท่านต้องคิด ท่านต้องกล้าตัดสินใจในฐานะลูกผู้หญิง ในการหยุดยั้งเหตุการณ์ที่จะเกิดขั้น ในการที่จะปกป้องแผ่นดินไว้ ไม่ใช่ปกป้องแต่พี่ชายหรือปกป้องแต่เรื่องส่วนตัว และถ้าท่านพูดว่า ไม่ทำอะไรผิดกฎหมายแล้วที่ทำอยู่ปกปิดอยู่ทำไม ถ้ามั่นใจว่าไม่ผิดกฎหมายไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องเป็นความลับ ไม่มีทางที่คนที่ไม่ได้รับสิทธิตามพ.ร.ฎ.นี้จะออกมาชุมนุมได้ เพราะเขาอยู่ในคุก ท่านเลือกที่จะพูดได้ตั้งหลายอย่าง แต่ท่านเลือกดไม่พูด อ้างไม่รู้ เมื่อเช้าออกมาพูดว่าครม.มีมาตรการช่สวยเหลือเกษตรกร ทำไมท่านพูดได้ แต่เรื่องอื่นอ้างไม่รู้ และไม่คิดจะไม่รู้ ประชาชนครึ่งประเทศพิพากษาท่านไปแล้ว"

          ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะทำอย่างไรที่ล่าสุดมีนักวิชาการ และกลุ่มบางกลุ่มเริ่มออกมาคัดค้านนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธที่จะเคลื่อนไหวตามกรอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญก็เปิดกว้าง ในการเคลื่อนไหวอย่างสงบ และอาจจะมีพูดคุยไปจนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือยื่นถอดถอนในสมัยวิสามัญทั่วไปต่อไป และอยากให้ประชาชนคนเสื้อแดงวส่วนใหญ่เองได้เห็นด้วยว่าขณะนี้ความทุกข์ยากของเขากับความทุกข์ยากของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะต้องใช้ชีวิตมหาเศรษฐีอยู่ในอาหรับ อะไรจะสำคัญกว่ากัน

          ส่วนที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมออกมาเคลื่อนไหวนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แกนนำคงไม่มีความรับผิดชอบอะไร เพราะคนที่บาดเดจ็บล้มตายนั้น ไม่เคยเห็นมีแกนนำสักคน การที่เขาระดมคนออกมาก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง ป้องกันการดำเนินการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเสื้อแดงก็ควรตาสว่าง เพราะเวลานี้หากออกมาชุมนุม ท่านก็ต้องพายเรือมาชุมนุม ไม่อยากให้ตกเป็นเครื่องมือ และหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็อาจจะต้องเดินตามทางพี่ชายในอนาคต