ข่าว

อาเซียน:สนามประลองการทูต

อาเซียน:สนามประลองการทูต

20 พ.ย. 2554

เปิดโลกวันอาทิตย์ : อาเซียน สนามประลองการทูต น้องๆตะวันออกกลาง

          กว่า 40 ปีที่สมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ถือกำเนิดมา ภาพอาเซียนถูกมองอย่างปรามาสว่าเป็นแค่ ทอล์ค ช็อป หรือเวทีพูดคุยเรื่องงานนอกเวลาทำงานเท่านั้น  แต่แล้วเวลานี้ มหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐอเมริกาที่ร้างเวทีอาเซียนไปนาน และอีกหลายชาติ เกิดสนใจอยากใช้องค์กรระดับภูมิภาคที่มีอยู่แห่งเดียวของเอเชียแห่งนี้ เป็นเครื่องมือส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคขึ้นมาทันใด อาเซียนจึงกลายเป็นจุดสนใจในแง่ภูมิศาสตร์การเมืองโลกอย่างไม่เคยปรากฎในรอบหลายสิบปี

          ประธานาธิบดีโอบามา เป็นผู้นำสหรัฐคนแรกที่เข้าร่วมประชุมเอเชียตะวันออก (ประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รัสเซีย และสหรัฐฯ ประชุมร่วมกับผู้นำ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน) และก่อนไปร่วมประชุมที่เกาะบาหลี ประเทศเจ้าภาพอินโดนีเซีย ทั้งประธานาธิบดีโอบามาและนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ  ได้แวะเยือนประเทศรายทางในภูมิภาค ประกาศแผนการส่งนาวิกโยธินมาฝึกรบทางเหนือออสเตรเลีย ที่ห่างจากอินโดนีเซียแค่ทะเลติมอร์กั้น กระชับสัมพันธ์ทางการค้ากับชาติในอาเซียน รื้อฟื้นสัมพันธภาพทางทหารกับฟิลิปปินส์ และออกตัวชัดว่าจะอยู่ข้างพันธมิตรในภูมิภาคที่กำลังกังวลเรื่องที่จีนแสดงท่าทีเป็นเจ้าของน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้

          "เกมการทูตขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากตะวันออกกลาง กำลังเริ่มต้นขึ้นที่นี่้ แต่ไม่ใช่เกมการแข่งขันอาวุธหรือสมรภูมิ แต่เป็นเกมแห่งการก่อร่างสร้างสถาบันอะไรบางอย่าง"  นายคิมิฮิโระ อิชิกาเนะ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการเอเชียและมหาสมุทร กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งร่วมประชุมหารือในหลายเวทีที่บาหลีก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน มองอย่างนั้น

          แม้ว่าต่อหน้าสื่อ  มีนักการทูตไม่กี่คนที่พูดอย่างเปิดเผยว่า อะไรคือแรงจูงใจของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่หลังกล้อง ส่วนใหญ่เห็นเหมือนกันว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับจีน ความสำเร็จของชาติเพื่อนบ้านใหญ่ยักษ์อย่างจีน เอื้อประโยชน์มหาศาลให้กับอาเซียน

          จีนเป็นผู้ซื้อสินค้าและแหล่งลงทุนและการเงินที่มีความสำคัญยิ่งต่อภูมิภาค กระนั้น ร่มเงาของมังกรจีนที่แผ่ปกคลุมกว้างออกไปทุกที ได้สร้างความวิตกให้กับบางประเทศ เพราะหลายครั้ง จีนส่งสัญญาณเหมือนต้องการจะเปลี่ยนสถานะจาก พี่ใหญ่ทางเศรษฐกิจ สู่การเป็นผู้อิทธิพลการเมืองในเอเชียอาคเนย์

          ความกังวลลึกๆทำให้ชาติอาเซียนบางส่วน หันพึ่งเพื่อนผู้มีอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ในจังหวะเดียวกับที่อเมริกาเองก็ตัดสินใจปลดพันธนาการจากสงครามก่อการร้ายอัฟกานิสถานและอิรัก เพื่อหันมามุ่งเน้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

          เออร์นี เบาเออร์ ที่ปรึกษาระดับสูงและผู้อำนวยการโครงการเอเชียอาคเนย์ ศูนย์ยุทธศาสตร์และการต่างประเทศศึกษา มองว่า อาเซียนจะเป็นศูนย์กลางพลวัตรระดับภูมิภาคแห่งใหม่ ที่จะถูกสร้างขึ้นมาในกรอบที่จะทำให้จีนเชื่อว่า จีนจะผงาดใหญ่โตขึ้นมาเท่าใดก็ได้ สามารถที่จะเป็นพลังอำนาจโลกอย่างแท้จริงก็ย่อมได้ แต่จีนต้องเล่นตามกฎกติกา

          นักการทูตที่บาหลี เห็นตรงกันว่า การเข้ามามีปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นมิตรและมั่นคงกับจีน ในประเด็นภูมิภาคเช่น การอ้างกรรมสิทธิ์ทะเลจีนใต้ เป็นหนทางดีที่สุดสำหรับสหรัฐฯ ในการส่งสัญญาณให้จีนเห็นว่า หวังจะอยู่ร่วมกันอย่างไร

          บาวเออร์ กล่าวว่า เอเชียอาคเนย์ ไม่เคยคุกคามใคร แต่เป็นสนามทางยุทธศาสตร์ตามธรรมชาติของชาติมหาอำนาจ

-------------------------

(เปิดโลกวันอาทิตย์ : อาเซียน สนามประลองการทูต น้องๆตะวันออกกลาง)