
พะเยาเสียงแตกแผนแก้น้ำท่วม250ล.
ชาวบ้าน อ.แม่ใจ พะเยา เสียงแตก ทั้งค้านและรับ โครงการแก้น้ำท่วม 250 ล้านบาท กรรมาธิการสิ่งแวดล้อมย้ำเป็นกลางรับฟังทุกเสียง พร้อมนำข้อเสนอของแต่ละฝ่าย เสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย.54 คณะกรรมาธิการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของวุฒิสภา นำโดย นายสุรจิต ชิรเวทย์ รองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ของวุฒิสภา เข้ารับฟังและลงพื้นที่สำรวจโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนแม่ใจ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในพื้นที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ซึ่งกำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งที่ผ่านมากรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินโครงการไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยโครงการหลักคือ การขุดลอกลำห้วยแม่ใจ และห้วยขี้นา, การก่อสร้างประตูระบายน้ำ, คันคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม และการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ โดยได้รับงบประมาณจากรัฐบาลในโครงการไทยเข้มแข็ง ปี 2553
สำหรับโครงการนี้มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยผู้ที่ไม่เห็นด้วยได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบโครงการ รวมทั้งคณะกรรมาธิการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของวุฒิสภา โดยขอให้ทบทวนและแก้ไข ขณะที่กลุ่มไม่เห็นด้วยได้ชี้แจงข้อมูลให้คณะกรรมาธิการฯ สิ่งแวดล้อมฟังอยู่ กลุ่มชาวบ้านที่เห็นด้วยกับโครงการได้เดินออกไปภายนอกอาคารประชุม ทำให้บรรยากาศในการประชุมดูเคร่งเครียดขึ้น จนคณะกรรมาธิการฯ สิ่งแวดล้อม ต้องขอตัวแทนจากทั้งสองกลุ่มเข้าร่วมพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งบทสรุปในเวทีนอกรอบ คือ คณะกรรมาธิการฯ สิ่งแวดล้อม ขอให้นายอำเภอตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษารูปแบบของโครงการ ทั้งผลดีและผลเสีย และนำข้อมูลที่ได้ส่งให้กับฝ่ายบริหารต่อไป และจะแจ้งให้กับชุมชนทราบอีกครั้งว่า จะมีมติต่อโครงการออกมาอย่างไร
นายสุรจิต กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ไม่ใช่ศาล หรือหน่วยงานองค์กรที่มาตัดสินเรื่องนี้ เป็นเพียงตัวแทนที่เข้ามารับข้อเสนอ และตรวจสอบโครงการแต่ละอย่างว่าทำอย่างเหมาะสมรอบคอบหรือไม่ สอดคล้องกับความต้องการจริงของประชาชนในพื้นที่มากน้อยเพียงใด และเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร ไม่รักใคร เกลียดใคร หรือเลือกฝั่งไหน ทำหน้าที่เป็นผู้เสนอแนะ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศาลปกครอง
อยากขอให้คนในชุมชนเดียวกันพูดคุยกันด้วยเหตุผล ไม่อยากให้ทะเลาะกัน แต่ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะคิดแตกต่างกันได้ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีหน้าที่ในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่คนในพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะเป็นกลางกับทั้งฝ่ายเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
นายขวัญชัย พนมขวัญ เลขานุคณะกรรมาธิการทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมของวุฒิสภา กล่าวว่า โครงการต่าง ๆ ที่จะทำขึ้นต้องโปร่งใส ซึ่งในจังหวัดแพร่ ที่เป็นจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง ก็มีงบประมาณในการสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมเช่นเดียวกัน แต่ในชุมชนของจังหวัดแพร่ หัวหน้าชุมชน และผู้นำท้องถิ่นเกิดความเข้าใจกัน จึงไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นที่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา ต้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน ถ้าเกิดยังไม่ได้ผล ก็ต้องส่งตัวแทนเข้ามาคุยกันให้ได้ข้อยุติ แต่ที่สำคัญต้องไม่ทำให้เกิดการแตกแยกในสังคม ส่วนตัวแทนของกรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ก็ต้องอธิบายโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ให้กับคนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน จะได้ไม่เกิดข้อกังขา
นายชัยยา เจิมจุติธรรม วิศวกรโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพะเยา กล่าวว่า งานของกรมโยธาธิการฯ จะมีอยู่ 3 ภารกิจหลัก คือ ป้องกันน้ำท่วม, เขื่อนป้องกันตลิ่ง และพัฒนาเมือง ทุกโครงการของกรมโยธาธิการฯ ไม่มีค่าเวนคืน หรือเงินชดเชยใด ๆ เพราะตามกฎหมายมีเพียงงบประมาณก่อสร้าง โครงการนี้มีการศึกษาผังแม่บทปี 48 ซึ่งต่อมาก็ได้แบบพิมพ์เขียวปลายปี 51 ในปี 53 รัฐบาลมีงบไทยเข้มแข็ง โดยได้อนุมัติงบ 250 ล้านมาในพื้นที่อำเภอแม่ใจ โดยมีทั้งหลักฐานรูปถ่ายและลายเซ็นเห็นชอบโครงการของคนในชุมชน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่เห็นด้วยกับโครงการ ทางกรมโยธาธิการฯได้เสนอกับประชาขนว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ไม่เห็นด้วยกับโครงการ ก็ยกเลิกโครงการ แต่ตอนนี้ก่อสร้างไปแล้วกว่า 70% ถ้าจะไม่ให้โครงการทำต่อ ก็เป็นเรื่องยาก แต่ก็จะกลับไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 54 สัญญาได้มีการแก้ไขไปหลายจุด แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของชุมชนที่ไม่เห็นด้วย
นายวิชา จันทรากุล ชาวบ้าน ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ กล่าวว่า ตามวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างที่ระบุว่า แม่ใจเกิดน้ำท่วมทุกปีและมีความเสียหายที่เกิดขึ้น 40 กว่าล้านบาทต่อปีและมีการศึกษามากมาย แต่บางโครงการก็เป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่เห็นด้วย เช่น โครงการทำประตูระบายน้ำ ได้มีการรื้อฝายเก่าทั้งหมดที่อยู่ในลำน้ำแม่ใจของชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นระบบทดน้ำที่ชาวบ้านใช้มาโดยตลอด เป็นห่วงการสร้างฝายคอนกรีตเพราะจะทำให้การจัดการน้ำของชุมชนในระยะยาวล้มเหลว เพราะจากตัวอย่างของประตูระบายน้ำในตัวเมืองพะเยาหรือที่ไหนๆ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ทั้งยังทำลายระบบนิเวศน์ของปลา คลองหรือสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในลำห้วยแม่ใจ ไม่ได้เอื้อต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน
ทั้งนี้อยากให้ผู้รับผิดชอบโครงการหรือ คณะกรรมาธิการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของวุฒิสภา ได้ตั้งคนกลาง หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการ ทั้งโครงสร้างต่าง ๆ ที่ทำไปแล้วและกำลังจะทำ แล้วนำมาเผยแพร่ให้กับคนในอำเภอแม่ใจทราบ เพื่อร่วมกันตัดสินใจว่าคนแม่ใจอยากได้โครงการนี้มากน้อยเพียงใด



